ขับเคลื่อนกลไกปฏิวัติประเทศไทย : สร้างฐานรากเข้มแข็ง

ครบเครื่องทุกมิติด้านเศรษฐกิจ การเงิน ตลาดทุน ครอบคลุมไปถึงรากแก้ว ลึกซึ้งถึงการปฏิรูปโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ แก้ไขปัญหาความยากจน

กลายเป็นบุคคลที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางตัวให้ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสานต่องานปฏิรูปประเทศ

ประกอบด้วย ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคม ด้านพลังงาน และด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

มุ่งเน้นให้ประเทศมีความสงบเรียบร้อย สามัคคีปรองดอง พัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความสมดุลระหว่างการพัฒนาวัตถุกับการพัฒนาด้านจิตใจ

สังคมมีความสงบสุข เป็นธรรม มีโอกาสอันทัดเทียมกันเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ ประชาชนมีความสุข คุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นับจากนี้กลไกการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายหลัก โดยเฉพาะธง “ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างฐานรากให้เข้มแข็ง ต่อสู้กับความยากจน” จะเดินต่ออย่างไรให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นายกอบศักดิ์ สะท้อนมุมคิดให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า การปฏิรูปประเทศเป็นความหวังของประชาชน อยากเห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของประเทศให้เกิดขึ้น

รัฐบาลตั้งใจว่า 3 ปีที่ผ่านมา เรามีกระบวนการปฏิรูปประเทศ ผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ มีการออกกฎหมายแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปชุดต่างๆ

ผมโชคดีที่ได้อยู่ในกระบวนการนี้ และยังนั่ง เป็นเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ เคยเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก มีเรื่องการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ ทำให้รู้ถึงภาพรวม

และดีใจในช่วงโค้งสุดท้ายตามโรดแม็ป นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดำเนินการเรื่องนี้

คำถามที่สำคัญจะนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ในฐานะดูแลสภาพัฒน์ เมื่อแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้านส่งให้กระทรวงเรียบร้อยแล้ว เพื่อพิจารณาแผนปฏิรูปให้สอดรับแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวง มีข้อไหนทำได้ ข้อไหนต้องใช้เวลา

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน กำลังเดินสายคุยกับกระทรวง เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

รัฐบาลเล็งเห็นเรื่องนี้ โดยนายกฯได้สั่งตั้งแต่ช่วงที่นำแผนปฏิรูปประเทศเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะตั้งคณะกรรมการชุดเล็ก 1 ชุด พร้อมมอบหมายให้ผมเป็นประธาน หลังเทศกาลสงกรานต์จะประกาศออกมา

เพื่อปลดล็อกให้คณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้านทำงานร่วมกับกระทรวง ประสานงานให้การขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้า คอยเก็บก้อนหิน ขาดสะพานตรงไหนก็ไปสร้างเชื่อมให้รถยนต์วิ่งไปถึงเป้าหมาย

ตอนนี้กำลังคุยกับคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน ขอให้ช่วยคิดมาว่าอะไรบ้างที่ใกล้จะสำเร็จ อะไรบ้างที่ทุกฝ่ายเห็นด้วยว่าเป็นไปได้ แต่มีข้อติดขัด

อาทิ คณะกรรมการการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ ปัญหาวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศลงทะเบียนได้ แต่ไม่อยู่ในสถานะนิติบุคคล ทำสัญญาไม่ได้ เราก็พยายามปลดล็อก โดยหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ตรงนี้ไม่มีคนประสาน ผมก็มีหน้าที่ประสานให้ทำงานร่วมกันได้ ล่าสุด สำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รับลูกจะมีงบประมาณ 1,000 ล้านบาทช่วยวิสาหกิจชุมชน และกรมส่งเสริมการเกษตรจะมาทำงานร่วมกัน โดยเสนอแก้ไขกฎหมายวิสาหกิจชุมชนเป็นนิติบุคคลเข้า ครม.ใน 1 เดือนข้างหน้า

ซึ่งจะเห็นว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ทำหน้าที่ขับเคลื่อน คณะกรรมการชุดที่จะตั้งขึ้นมาใหม่มีหน้าที่เชื่อมฝ่ายต่างๆ เพื่อให้การปฏิรูป แต่ละด้านสำเร็จ ประเทศไทยมีเรื่องที่เกือบสำเร็จเยอะ เหลืออีกนิดเดียว แต่ก็ทำยากเหมือนกัน

ขณะนี้กำลังรวบรวมประเด็นจากคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน ที่คุยกับกระทรวงต่างๆแล้ว มีอะไรบ้างที่ไม่คัดค้าน มีอะไรบ้างที่เกือบสำเร็จ

ในช่วง 2-3 เดือนแรกนับจากนี้ไปจะผลักดัน “กลุ่มแรก” เรื่องที่ใกล้สำเร็จกว่า 30 เรื่อง ออกมาให้ประชาชนชื่นใจก่อน เพราะรอมานานแล้ว เราปั้นมาถึงขนาดนี้แล้วทำไมไม่ปิดจ๊อบเพื่อความสุขของประชาชน นี่คือกลุ่มที่สำเร็จได้ง่าย จะขับเคลื่อนผลักดันกฎหมายผ่าน ครม.ให้เรียบร้อย

“กลุ่มที่สอง” จะนำแผนปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน ตามที่เสนอแนะ หลักการจะต้องออกกฎหมายประมาณ 80 ฉบับ ให้ตรงตามความต้องการของการปฏิรูป โดยได้หารือกับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเร่งด่วน มีนาย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานเรียบร้อยแล้ว จะตั้งทีมงานขึ้นมาทำหน้าที่ ยกร่างกฎหมาย ก่อนนำเข้า ครม.และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป

กฎหมายบางฉบับเกือบเสร็จแล้ว เช่น กฎหมายป่าชุมชน กฎหมายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เราจะขับเคลื่อนให้กฎหมายเหล่านี้เป็นรูปร่าง เพื่อวางรากฐานที่ดีให้กับประชาชน

“กลุ่มที่สาม” เป็นทัพหลวง โดยคณะกรรมการปฏิรูปทั้ง 11 ด้านได้คุยกับกระทรวงจนตกผลึก

เป็น “เรือธงของการปฏิรูปเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” เราขอให้แต่ละคณะส่ง 10 หัวข้อสำคัญต้องทำให้ได้และสำเร็จ รวมทั้งหมดจะมีประมาณ “100 เรื่องปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทย”

ถือเป็นอาหารจานเด็ดต้องลองให้ได้และต้องทำให้ได้ ขอยกตัวอย่าง ปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดิน จะเปิดให้บริการข้อมูลแก่ประชาชนอย่างเบ็ดเสร็จผ่านจุดเดียว ตอบโจทย์ประชาชน ปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ จะดำเนินการเรื่องสำนักงานบูรณาการแก้ปัญหาความยากจน เหลื่อมล้ำ ทำเสร็จจะเกิดความเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปด้านเกษตร เน้นปฏิวัติภาคการเกษตร

การปฏิรูปขอให้อดใจรอ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญคือกลไกที่จะมาขับเคลื่อน เราเริ่มเห็นภาพว่าจะขับเคลื่อนไปอย่างไร

ขณะนี้แต่ละเรื่องที่ติดหล่มมานาน เช่น พ.ร.บ.สถาบันการเงินประชาชน พอเข้าสู่กลไกการขับเคลื่อนก็ผ่าน ครม. เรียบร้อยแล้ว นายกฯประกาศว่าจะทำเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเป้าหมายการปฏิรูป ทำให้ประชาชนเข้มแข็งจากฐานราก โดยเปิดให้ทุกคนในระดับตำบลรวมตัวตั้งธนาคารชุมชนระดับตำบลทั่วประเทศ

ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ป่าชุมชน กฎหมายวิสาหกิจชุมชน ธนาคารชุมชน สิทธิชุมชน ทุกอย่างเขียนใหม่ จะเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ เพราะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำให้ประชาชน ลืมตาอ้าปากได้

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า จะให้สังคม มั่นใจต่อกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปได้อย่างไรว่าจะเดินไปถึงเป้าหมาย นาย
กอบศักดิ์ บอกว่า นายกฯตั้งใจว่าเมื่อมีคณะกรรมการชุดเล็ก มีหน้าที่เก็บก้อนหิน ออกจากล้อรถยนต์ ปลดล็อก ถอดสลัก เพื่อช่วยคณะกรรมการปฏิรูป 11 ชุดเข็นการปฏิรูปออกไปสู่ประชาชน

หลังสงกรานต์ก็จะมีการพูดคุยกับคณะปฏิรูป 11 ด้าน แล้วแบ่งกลุ่มให้กระทรวงทำต่อ

ขณะเดียวกัน นายกฯได้สั่งกระทรวงให้ดำเนินการคิดการปฏิรูปกระทรวงของตัวเอง แล้วนำแผนปฏิรูปและยุทธศาสตร์ไปดู 3 เดือนให้ส่งเรื่องกลับมา ตอนนี้แต่ละกระทรวงกำลังดำเนินการทำแผนเสนอ ครม.

“ผมมีหน้าที่ติดตามจัดขบวนปฏิรูปให้เรื่องออกมาได้ เพราะมีความเชี่ยวชาญการเปิดไฟเขียวทะลุทะลวง การสร้างสะพานเชื่อม ปัดกวาดถนน เอาสปอตไลต์ไปส่อง เพื่อเรียนนายกฯว่าเรื่องนี้มีทางเป็นไปได้ก็จะตามให้ท่าน

จะเรียนอธิบดีว่าเรื่องนี้สปอตไลต์จากรัฐบาลส่องแล้ว นายกฯจะถามว่าอธิบดีจะทำอย่างไรก็ต้องดำเนินการ และต้องบอกรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้ดีกับท่าน วินๆ ทุกคนได้ประโยชน์ เพื่อให้แต่ละเรื่องที่เขากำลังทำอยู่ปรับลำดับความสำคัญใหม่

ขอย้ำว่ารัฐบาลรอการปฏิรูปมานาน นายกฯจึงส่องสปอตไลต์แรงมาก ผมก็จะกราบเรียนให้ท่านรับทราบเป็นประจำ เพราะท่านตั้งผมมาเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ”

การปฏิรูปทั้งหมดอยู่ในวิสัยที่ทำได้ แต่ต้องจัดกระบวนให้เรียบร้อย

เชื่อว่ารัฐมนตรี อธิบดีทุกท่านอยากทำ แต่เคลียร์กันเองไม่ลงตัว

คณะกรรมการชุดนี้ก็จะเข้าไปปลดล็อก ช่วยอำนวยความสะดวกการปฏิรูป

ทำในสิ่งที่ประชาชนคาดหวังให้บรรลุผล.

ทีมการเมือง