นายกฯ ถกสุดยอดอาเซียน+3 หนุนวิสัยทัศน์เชื่อมโยงไร้รอยต่อในภูมิภาค

นายกฯเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน + 3 จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เสนอแนวทางความร่วมมือ สอดรับกับข้อเสนอจากผู้นำทั้งสาม โดยมีวิสัยทัศน์ชัดเจน-เป็นรูปธรรม สร้างความเชื่อมโยงไร้รอยต่อ ด้าน "กายภาพ-กฎระเบียบ-ดิจิทัล" รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวของอาเซียน

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่อยู่ระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงนายกรัฐมนตรี ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 20 ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติฟิลิปปินส์

โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมความสำเร็จของความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสามในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา จนถือได้ว่าเป็นกรอบความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดกรอบหนึ่ง ที่มีอาเซียนเป็นแกนกลาง และยินดีที่จะร่วมรับรองปฏิญญามะนิลาในโอกาสครบรอบ 20 ปี ร่วมทั้งยังสนับสนุนการมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรมระหว่างประเทศอาเซียนบวกสามในอีก 20 ปีข้างหน้า 

ส่วนแนวทางดำเนินการ ดังนี้ ต้องเสริมสร้างความเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะระหว่างอาเซียนกับจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี โดยพัฒนาแนวคิดความเป็นหุ้นส่วนอาเซียนบวกสาม โดยไทยเสนอให้อาเซียนบวกสามร่วมกันพัฒนาแนวคิดความเป็นหุ้นส่วนอาเซียนบวกสามด้านความเชื่อมโยง ขณะเดียวกันประเทศบวกสามควรใช้ประโยชน์จากการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวของประชาคมอาเซียน ด้วยการเพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุนในอาเซียนให้มากขึ้น เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย ในขณะนี้อาเซียนจะเร่งรัดการอำนวยความสะดวกทางการค้าเช่น การลดต้นทุนธุรกรรมทางการค้าภายในภูมิภาคลงร้อยละ 10 ภายในปี ค.ศ. 2020 และการจัดการกับมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี ยังหวังว่าประเทศในอาเซียนบวกสาม จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการค้นคว้าวิจัย และการเสริมสร้างความร่วมมือในสาขาต่างๆ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการรวมตัวทางเศรษฐกิจในกรอบอาเซียนบวกสามอย่างต่อเนื่องต่อไป นอกจากนี้เชื่อมั่นว่า เราจะสามารถสร้างพื้นฐานที่จะยกระดับอาเซียนบวกสาม ให้เป็นประชาคมเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก ตามข้อเสนอแนะของกลุ่มวิสัยทัศน์เอเชียตะวันออก รุ่นที่ 2 เพื่อส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่มีความเข้มแข็งและความร่วมมือในด้านต่างๆ ภายใต้กรอบอาเซียนบวกสาม ซึ่งจะทำให้ภูมิภาค เอเชียตะวันออกสามารถรักษาสถานะและพลวัตด้านเศรษฐกิจให้ยั่งยืนต่อไปในระบบเศรษฐกิจโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนายกรัฐมนตรีได้พปปะพร้อมพูดคุยกับ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา โดยนายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุว่า เคยมาเที่ยวประเทศไทยและเล่าถึงความประทับใจในความสวยงามของไทย โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบหนังสือความสวยงามของชายหาดและทะเลไทย เพื่อเตือนความจำและเชิญให้หาโอกาสมาเยือนประเทศไทยในโอกาสต่อไป