พท.แฉเกมดูด เสนอ-ก้อนโต

ปชป.แนะนำใช้ ‘มาตรา44’ แบ่งเขตลต.

“บิ๊กตู่” เปิดปฏิบัติการกองทุน หมู่บ้าน ยาหอมถ้าทำดีอัดฉีดเพิ่ม บอก “ยินดีรับคำด่าทุกวัน ดีกว่าคำชมที่เคลือบแฝงไปด้วยยาพิษ” กองเชียร์แห่อวยให้เป็นนายกฯต่อ “บิ๊กป้อม” เมิน “ธนาธร” ยักท่าขอไลฟ์สด “วิษณุ” ถกฝ่ายเทคนิคก่อนยังไม่ถึงคิวพรรคการเมือง พท.โวยพลังดูดทุ่มโปรแหลก “ชวลิต วิชยสุทธิ์” แฉระดับ “บิ๊ก” ล็อบบี้ ยื่นทั้งตำแหน่ง-งบฯ-ค่าใช้จ่ายก้อนโต-ย้ายตอนนี้รับไปก่อนหนึ่งก้อน-รายเดือนอีกครึ่งก้อน ฟุ้งเสนอขนาดนี้ยังไม่มีใครไป ด้าน ปชป.มั่นใจตกเขียวไม่สำเร็จ “คุณหญิงกัลยา” ห่วง คสช.อนาคตไม่มีที่ยืน “นิพิฏฐ์” เย้ย ครม.สัญจรอัดฉีด 3.7 ล้านล้านชีวิตรากหญ้าไม่เห็นดีขึ้น “บิ๊กป๊อก” โต้ลั่นข้อครหาเปิดหัวดูด “ประวิตร” ขอดูอีกรอบบำเหน็จ คสช.

ฝ่ายการเมือง 2 พรรคใหญ่ ยังคงวิพากษ์วิจารณ์การเดินสายจัดประชุม ครม.สัญจรถี่ยิบในช่วงหลัง ก่อนจะปลดล็อกไปสู่การเลือกตั้ง อาจเป็นการตกเขียวอดีต ส.ส. และสมาชิกพรรค ให้ย้ายขั้วหันไปสนับสนุนพรรคการเมืองที่ คสช.เตรียมจัดตั้งขึ้น เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามโรดแม็ปนั้น

“บิ๊กตู่” เปิดหวูดกองทุนหมู่บ้าน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 มิ.ย. ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดปฏิบัติการโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมนุมอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และสมาชิกกองทุนหมู่บ้านกว่า 10,000 คนเข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปดูว่ามีนักเรียนที่จบประถมศึกษาปีที่ 4 แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออกกี่คน ผอ.โรงเรียนต้องระมัดระวังตัวไม่ใช่มัวแต่ไปทำอะไรเลอะเทอะ เราต้องมาดูแลคนเพื่อพัฒนาอาชีพรายได้ ต้องมองที่วิธีคิดและลงมือทำ เมื่อทุกคนมีความรู้ คุณธรรมจริยธรรม อุดมการณ์ และจิตสำนึกแล้ว ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้า สำคัญคือพูดแล้วต้องทำด้วยอย่าพูดอย่างเดียว

ต้องรับผิดชอบเงินทุกบาท

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดีใจที่กองทุนฯก้าวหน้าและมั่นคง ทำให้คนมีคุณภาพ มีความรู้ ความรู้หาได้ง่ายจากด้านในหนังสือพิมพ์ ส่วนหน้า 1 อย่าไป สนใจนักมีแต่เรื่องมโนสาเร่ โครงการที่ตรวจสอบแล้วทำได้จะอนุมัติให้เร็วที่สุด หากมีการทุจริตแจ้งส่วนราชการในพื้นที่ สมาชิกทั้ง 13 ล้านคน ต้องทำให้เข้มแข็ง วันนี้ถ้าทำดีวันหน้าจะมีเพิ่ม ต้องสร้างความเข้มแข็งให้คน 70 ล้านคนได้มีอาชีพ ถ้าให้แต่เงินเปล่าๆลงไป แม้ทุกคนพอใจแต่ไม่ดีในเชิงเศรษฐกิจ เพราะเงินเหล่านั้นจะหายไปเปล่าๆ ภาระหน้าที่ของทุกรัฐบาลต้องทำงานเพื่อคนจนไม่ได้ทำเพื่อคนรวยอย่างเดียว เพราะคนรวยฉลาดบางครั้งฉลาดแกมโกง จะเห็นว่าคนรวยสู้คดีได้ตลอด แต่รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่รังแกคนจน ตนและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องรับผิดชอบเงินทุกเม็ด เพราะมีกฎหมายกำกับอยู่ ให้เงินแบบสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เพราะจะเป็นคดีความ ขอให้เห็นใจรัฐบาลด้วยไม่ใช่การหาเสียง แต่ทำเพื่อประชาชน เพื่อความเท่าเทียม จะยากดีมีจนทุกคนต้องเคารพกฎหมาย

รับคำด่าดีกว่าหวานอาบยาพิษ

นายกฯกล่าวอีกว่า หลายคนไม่อยากฟังตนและรัฐบาลพูด เพราะต้องไปใช้เวลาติดตามหวย 30 ล้านใครมันโกง หรือดาราคนนี้เลิกกับคนนั้น ท้ายสุดรัฐบาลพูดอะไรก็ไม่รู้แล้วกลับมาด่ารัฐบาล “ผมยินดีรับคำด่าคำว่าทุกวัน มากกว่าคำชมที่เคลือบแฝงไปด้วยยาพิษ จริงใจต่อกัน คนเราพูดแล้วทำสำคัญ ความรับผิดชอบ ความจริงใจที่ผมทำให้ท่าน ผมไม่เคยหยุดคิด ไม่เคยหยุดทำงาน ครม.ทุกคนเหมือนกัน สมองซีกซ้ายของผมคิดว่าวันหน้าจะให้อะไร ทำอะไร ซีกขวาจะหาเงินถึงไหน วันนี้เดินเอียง ซ้ายตลอดเพราะมีแต่รายจ่าย วันนี้งบเฉลี่ยทุกจังหวัด ไม่ใช่เพื่อการเมือง เราคือครอบครัวเป็นคนไทยด้วยกัน เราหักหาญกันไม่ได้ ไม่ใช่มองทุกอย่างเป็นการเมือง ตื่นเช้ามาก็ทะเลาะกันแล้ว ต้องเอาการบ้านมาคิดว่าทำอะไรดี ถ้ามีอะไรก็บอกคณะทำงานมาถึงนายกฯหมด ถ้าไปพูดเสียหายในสื่อ ก็เหมือนว่าทำอะไรไม่สำเร็จซักอย่าง จนบางทีทำให้รู้สึกเสียขวัญอยู่เหมือนกัน”

กองเชียร์แห่อวยเป็นนายกฯต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับปี 2561 รัฐบาลอนุมัติงบประมาณให้วงเงิน 20,000 ล้านบาท กองทุนหมู่บ้านไม่เกิน 300,000 บาท ทั้งนี้ บริเวณหน้างานมีการเตรียมกระดานแผ่นใหญ่ให้ประชาชนเขียนข้อความถึงนายกฯ โดยส่วนใหญ่เขียนให้กำลังใจ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่อไปอย่างราบรื่น อยู่ต่อไปนานๆต้องไม่ทำให้ประเทศล้าหลัง พร้อมอวยพรให้กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบ แต่มีบางส่วนใช้โอกาสนี้สะท้อนปัญหาร้องขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องราคาสินค้าด้านเกษตร อยากให้ช่วยปรับราคาสูงขึ้น

“บิ๊กป้อม” เมิน “ธนาธร” ไลฟ์สด

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเชิญพรรคการเมือง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าหารือเตรียมจัดการเลือกตั้ง ว่า การประชุมครั้งแรกจะมีขึ้นในช่วงสิ้นเดือน มิ.ย. เบื้องต้นยังไม่ปลดล็อกทั้งหมด แต่จะเน้นการเปิดให้พรรคการเมืองหาสมาชิกได้ ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งยังไม่อนุญาต ต้องรอกฎหมายลูกให้เรียบร้อยก่อน ส่วนกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าหากไม่ยอมให้ถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก็จะไม่เข้าร่วมนั้น ก็แล้วแต่ อยากมาก็มา ถ้าไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา คงไม่ให้ไลฟ์สด เพราะต้องมาพูดคุย กันก่อน เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาทั้งพรรคใหม่ พรรคเก่า ปัญหาระดับโลกเขายังแก้ไขกันได้ ของเราเรื่องแค่นี้ทำไมจะแก้ไม่ได้

“วิษณุ” ขอถกฝ่ายเทคนิคก่อน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนัดพูดคุยกับ กกต. กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการกฤษฎีกา วันที่ 14 มิ.ย. เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนพูดคุยกับพรรคการเมือง ว่า เมื่อหารือแล้วผลเป็นอย่างไรจะรายงานให้หัวหน้าคสช.รับทราบต่อไป เมื่อถามว่าสัปดาห์หน้านายกฯมีภารกิจไปต่างประเทศ จะรายงานได้ก่อนเดินทางหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่เป็นไร เป็นการหารือของเจ้าหน้าที่ จึงไม่อยากให้เป็นข่าวเอิกเกริกไปก่อน อาจหารือเรื่องไพรมารีโหวต และเรื่องเลือกตั้งท้องถิ่น รวมถึงปัญหาสืบเนื่องจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 และจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จะไม่มีพรรคการเมืองเข้าร่วม เป็นการหารือภายในระดับคณะทำงานเรื่องเทคนิค

ใครมีปัญหาเทลงมาให้หมด

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะหารือเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ทาง กกต.เสนอมาหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ให้ กกต.เป็นคนพูด กกต.อาจพูดเรื่องงบประมาณจัดการเลือกตั้ง 5.5 พันล้านบาทก็ได้ ตนจะพูดเรื่องของตน ต่างคนต่างขนกันมาคนละกระบุง มาเท กระจาดแล้ว ช่วยกันจับปูใส่กระด้ง แต่คงยังไม่ได้ข้อสรุป เมื่อถามย้ำว่าจะหารือเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรคหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ใครมีปัญหาอะไรให้เอามาพูด พรรคการเมืองควรเอาเรื่องดังกล่าวไปพูดในเวทีที่สง่าผ่าเผยกว่าวงแคบๆแบบนี้ พร้อมรับฟังทุกปัญหา แต่อาจไม่เชื่อสักปัญหา เพราะที่ผ่านมาได้หารือประเด็น พวกนี้มา 2-3 ครั้งแล้ว แต่ไม่สมควรพูดให้เกิดการตีความจนทำให้หน่วยงานใดเสียหาย

แจงยุทธศาสตร์ชาติต่อ สนช.

รองนายกฯยังกล่าวถึงกรณี สนช.เตรียมพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ว่า ตนและนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงประธานการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 คณะ จะเป็นผู้ชี้แจงต่อที่ประชุม สนช. ส่วนเรื่องการคืนตำแหน่ง ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ถูกคำสั่ง คสช.พักงาน หรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้นั้น ยังไม่มีรายชื่อเพิ่มเติมเข้ามา ทราบว่ายังอยู่ในกระบวน การตรวจสอบ ถ้าตรวจสอบแล้วผลออกมาเป็นอย่างไรคงส่งชื่อมาให้ตน จากนั้นจึงดำเนินการในขั้นตอนต่อไป สำหรับประเด็นการปรับองค์ประกอบคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) นั้น เนื่องจาก คตช.ชุดเดิมมีคนลาออกไปหลายคน บางคน ออกไปเล่นการเมือง รวมถึงเสียชีวิต และเกษียณอายุราชการ แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งคนใหม่เข้ามาทดแทน ทำให้ต้องปรับองค์ประกอบใหม่ แต่อำนาจหน้าที่ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง

ตามคดีรับจำนำข้าวต่อเนื่อง

นายวิษณุยังกล่าวถึงการประชุมร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเรื่องคดีรับจำนำข้าว ว่า เป็นการประชุมเพื่อรับทราบการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการดำเนินคดีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการตรวจสอบเรื่องสต๊อกข้าว เพราะเป็นคณะกรรมการคนละชุดกัน เรื่องนี้มีการ หารือมาต่อเนื่อง

พท. โวยพลังดูดทุ่มโปรแหลก

ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยิ่งใกล้เข้าสู่โหมดเลือกตั้งพลังดูดยิ่งรุนแรง ทราบมาว่ามีผู้ใหญ่ระดับสูงลงมาล็อบบี้ยื่นเงื่อนไขให้ประโยชน์กับอดีต ส.ส.ด้วยตนเอง เสนอทั้งตำแหน่ง งบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งก้อนโต หากย้ายพรรคไปในตอนนี้ รับไปก่อนหนึ่งก้อน รายเดือนอีกครึ่งก้อน จึงคาดว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น คงมีการโกงกันอย่างมโหฬารย้อนยุคไปเหมือนปี 2500 สำหรับอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ถูกเชิญตัวไปพบผู้มีอำนาจ เข้ามาสารภาพกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยว่าถูกพลังดูดจริง แต่ไม่ยอมย้ายพรรคเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปบอกประชาชนอย่างไร ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลคงป่นปี้ ถูกพี่น้องประชาชนสาปแช่ง ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด และถ้าย้ายไปคงสอบตกเหมือนกับผู้ที่ขายตัวในอดีตคือสอบตกทุกราย เพราะถูกประชาชนลงโทษ

ยกเลิกคำสั่ง 53/60 คือทางออก

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมหาทางออกปัญหาความลักลั่นในแนวทางปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ว่า พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เป็นเรื่องผิดหลักการกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดการใช้อำนาจของแต่ละองค์กรไว้แล้ว แต่การเขียนมาตรา 44 คือการให้อำนาจ เด็ดขาดอยู่ที่ คสช. แถมยังตรวจสอบไม่ได้ เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 279 เขียนรับรองให้ประกาศ หรือคำสั่ง คสช. มีผลบังคับใช้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อเราไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 44 ตั้งแต่ต้น คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ที่เกิดจากมาตรา 44 สร้างปมปัญหามากมาย ทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือยกเลิกคำสั่งดังกล่าว แล้วไปยึดการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ไปดูว่ามีอะไรจำเป็นต้องแก้ไขหรือไม่ ถ้าต้องแก้ก็แก้ไขตามกระบวนการปกติ

จวกรัฐบาลปฏิรูปศึกษาไม่คืบ

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายกฯบ่นถึงระบบการศึกษาไทยบ่อยๆนั้น รัฐบาลต้องตั้งหลักให้มั่นต้องเข้าใจว่าโจทย์ใหญ่ด้านการศึกษา คือเรื่องคุณภาพ ความเท่าเทียม และประสิทธิภาพในการบริหาร เราเคยบ่นว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเปลี่ยนรัฐมนตรี เปลี่ยนนโยบายบ่อย จึงทำให้งานไม่ต่อเนื่อง แต่รัฐบาลนี้อยู่ในอำนาจย่างเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ยาวกว่ารัฐบาลเลือกตั้ง แต่การปฏิรูปการศึกษาคืบหน้าไปแค่ไหน มีเรื่องใหญ่ๆอะไรที่ทำสำเร็จไปแล้วบ้าง ทราบว่าเป็นงานยากและต้องใช้เวลา ไม่เหมือนการสร้างทางรถไฟ ทำถนน แต่อย่างน้อยผู้นำต้องเข้าใจถ่องแท้ แต่รัฐบาลเอาจริงกับเรื่องนี้แค่ไหน ทำไมยังมีปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ผลประเมินขององค์กรต่างประเทศคะแนนเรายังต่ำ บัณฑิตจำนวนมากยังตกงาน พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา เชื่อว่าเมื่อปลดล็อกทางการเมืองแล้ว จะสามารถนำเสนอนโยบายในด้านนี้ให้ประชาชนพิจารณาได้

ปชป.มั่นใจตกเขียวไม่สำเร็จ

ขณะที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสดูดตัวอดีต ส.ส.ของฝ่ายที่มีอำนาจ ว่า ล่าสุดสมาชิกและอดีต ส.ส. ที่เข้าข่ายว่าอาจถูกตกเขียว หรือถูกทาบทามให้ไปร่วมงาน ได้เข้ามารายงานตัวต่อหัวหน้าพรรคหลายจังหวัดแล้ว ข่าวที่ลือกันจึงเป็นเพียงข่าวความเคลื่อนไหวก่อนจะมีการเลือกตั้ง เหมือนทุกครั้ง แต่ที่สุดแล้วอดีต ส.ส.ตัดสินใจเองได้ ว่าจะอยู่กับพรรคที่เป็นสถาบันที่มีหลักการหรือไม่ ส่วนบุคคลที่ออกไปมีตำแหน่งส่วนใหญ่ เป็นคนที่ไปยึดหน้าที่ทางการบริหาร ไม่ใช่งานในสภาฯ ก็ต้องให้เกียรติการตัดสินใจ

ห่วง คสช.อนาคตจะไม่มีที่ยืน

คุณหญิงกัลยากล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ยอมรับว่าการเลือกตั้งอาจล่าช้าออกไปจากเดือน ก.พ.2562 อาจไปถึงเดือน เม.ย.62 นั้น เรื่องนี้แม้นายมีชัยไม่พูด แต่พฤติการณ์ของ คสช. ที่สาธารณชนและพรรคการเมืองให้ความสนใจว่าจะสามารถเชื่อมั่นในคำพูดที่ คสช.บอกต่อสังคมมาตลอดได้หรือไม่ เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นคนพูดเองว่าไม่เกินเดือน ก.พ. 62 จุดนี้จะเป็นความเชื่อมั่นต่อภาคเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะพี่น้องประชาชน ถ้า คสช.จะไม่เหลือความน่าเชื่อถือแม้แต่คำพูด ก็น่าเป็นห่วงว่าอาจไม่มีที่ยืนอย่างสง่างามในอนาคต สำหรับพรรคประชาธิปัตย์เราพร้อมเสมอไม่ว่าจะเลือกตั้งปลายปีนี้ หรือต้นปี หรือเมื่อใด เพราะการเปลี่ยนแปลงกติกาไปรูปแบบใด เราก็อดทนอดกลั้น วันนี้เราทุกคนพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งเพื่อปลดล็อกการแก้ไขปัญหาปากท้องเพื่อประชาชน เราคิดถึงประชาชนเป็นหลัก

หนุนใช้ ม.44 แบ่งเขตเลือกตั้ง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทราบว่าจะมีการหารือของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง โดยมีการเสนอให้ใช้มาตรา 44 แบ่งเขตพื้นที่เลือกตั้งก่อนที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งตามปกติการแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งได้ ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งและรอให้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเสียก่อน จึงสามารถทำได้ แต่ในกรณีนี้อาจเห็นว่าเวลากระชั้นชิด จึงมองว่าหากจะใช้มาตรา 44 สั่งให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งก็สามารถทำได้ แม้บางฝ่ายอาจอ้างว่าใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ตนกลับเห็นว่าแม้เป็นอำนาจพิเศษแต่ถ้าใช้เพื่อเป็นประโยชน์ เรียกคืนความเชื่อมั่นทั้งต่อนักลงทุน และภาพลักษณ์ของประเทศ ให้เดินตามโรดแม็ปที่ คสช.ประกาศไว้ได้ ก็ไม่มีโทษอะไรสามารถทำได้ ส่วนการจะเลื่อนโรดแม็ปจากเดือน ก.พ.62 ไปเป็น เม.ย. 62 นั้น ยังเชื่อในคำพูดของนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เพิ่งออกมาการันตีว่าจะมีเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 62 แต่ถ้าต้องเลื่อนออกไปจริง จะเป็นการดิสเครดิตตัวนายกฯ เอง เช่น การ์ตูนนิสต์อาจเขียนภาพการ์ตูนล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ให้มีจมูกยาวขึ้นอีกก็ได้

ครม.สัญจรอัดฉีดไปแต่ไลฟ์บอย

นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า เป็นห่วงสภาพเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดที่ยังต้องเผชิญความแร้นแค้น แม้รัฐบาล คสช.จะอัดเม็ดเงินมหาศาล จากการเก็บสถิติของสื่อมวลชนพบว่าการจัด ครม.สัญจรตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน หลายสิบจังหวัด ครม.มีมติอนุมัติโครงการพัฒนาต่างๆ เป็นเม็ดเงินมากกว่า 3.7 ล้านล้านบาท มากกว่าเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ทำไมชาวบ้านรากหญ้าที่เป็นรากฐานของประเทศ ยังยากจนข้นแค้นตามที่คอลัมนิสต์ตั้งคำถาม บอกได้เพียงว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะไม่มีระบบถ่วงดุลย์อำนาจคือ ไม่มีการตรวจสอบ และเขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไรต่อประชาชน เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือมาจากประชาชน ไม่เข้าใจว่าอัดฉีดเม็ดเงินไปมากขนาดนี้ ทำไมความเป็นอยู่ของชาวบ้านถึงไม่ดีขึ้นเลย เหตุที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดการทุจริตคอร์รัปชันงบฯเหล่านี้หรือไม่ เพราะไม่มีระบบตรวจสอบตามหลักการประชาธิปไตย

“บิ๊กป๊อก” โต้ลั่นครหาเปิดหัวดูด

วันเดียวกันที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีรัฐบาลลงพื้นที่ต่างจังหวัดบ่อยครั้ง ในช่วงก่อนการปลดล็อกให้มีการเลือกตั้ง ว่า เจตนาของรัฐบาลคือเศรษฐกิจฐานรากต้องได้รับการพัฒนา นายกฯจึงเน้นว่าต้องลงไปทำให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้นทุกพื้นที่ ส่วนจะไปเกิดผลพวงอะไรอย่างอื่นตนไม่ได้มองถึงขนาดนั้น เราเพียงไปเน้นเรื่องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน นายกฯจึงสั่งทุกกระทรวงว่าแม้ไม่ได้ไปสัญจรก็ต้องลงทุกพื้นที่ ยืนยันว่าไม่ได้ไปดูดนักการเมือง

ปัดคืนเก้าอี้ท้องถิ่นหนุนพรรคทหาร

เมื่อถามถึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การคืนตำแหน่งให้บรรดาผู้บริหารท้องถิ่น มีการยื่นข้อเสนอให้มาสนับสนุนพรรคที่สนับสนุน คสช. เพื่อแลกกับการพ้นผิด พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า เป็นเรื่องของ ศอตช. สตง. ป.ป.ช. เสนอเรื่องมาว่า บุคคลเหล่านี้ต้องถูกสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ คสช.ออกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งหมดมีประมาณกว่า 200 คน ต้องสอบสวนทุกคน และมีคนถูกให้พ้นจากหน้าที่ไปจำนวนมาก แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ข้าราชการท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าเรื่องมาจาก ป.ป.ช. สตง. หรือหน่วยงานต่างๆ จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะเป็นคดีความ ถ้ามีความผิดแล้วไปบอกว่าไม่ผิด ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น ไม่ต้องกังวลเพราะมีกลไกตรวจสอบอยู่ แต่เมื่อไม่ผิดก็ต้องไม่ผิด

“ประวิตร” ขอดูบำเหน็จ คสช.

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุม ครม.สัญจรครั้งหน้าในพื้นที่ภาคใต้ว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการลงพื้นที่ไปเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มการเมืองใด เราทำเหมือนกันทุกภาค นำเอางบประมาณลงไปให้ทุกภาคทำเหมือนกันหมด ส่วนกรณีที่ ครม.ตีกลับข้อเสนอขึ้นบำเหน็จให้เจ้าหน้าที่ คสช.600 คน เพื่อให้ตนกลับมาดูความเหมาะสมว่าจำนวนที่ได้รับมากไปหรือไม่ ขอดูรายละเอียดก่อนว่าเขาพิจารณาตามความเหมาะสมแค่ไหน เนื่องจากเรามีบำเหน็จปกติอยู่แล้ว ส่วนปีก่อนให้บำเหน็จเจ้าหน้าที่ คสช.ไปจำนวน 1,000 คน และปีนี้ลดเหลือ 600 คนนั้น เนื่องจากปีนี้คนมาช่วยงาน คสช.ลดน้อยลง

“โจ๊ก” ดอดแจงจับเพจบิดเบือน

พล.อ.ประวิตรยังให้สัมภาษณ์ภายหลัง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) เข้าพบรายงานความคืบหน้าการติดตามจับกุมแอดมินเพจ Konthai UK และผู้ที่แชร์เพจว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 29 คน และออกหมายจับผู้กระทำผิดที่ต่างประเทศเช่นกัน ส่วนจะประสานความร่วมมือจากต่างประเทศด้วยหรือไม่นั้น ได้ออกเป็นหมายแดงพวกที่บิดเบือนทั้งหลายชอบออกข่าวนายกฯผิดๆรวมถึงข่าวที่ปล่อยออกมาว่ากระทรวงกลาโหมไปเซ็นสัญญาซื้อดาวเทียม ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริง

เตือนพวกแห่แชร์มั่วตามกัน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ศาลได้ออกหมายจับนางวัฒนา เอ็บเบจช์ เป็นคนไทยที่อยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยผู้ต้องหาที่อยู่ต่างประเทศได้ออกหมายจับและประสานตำรวจสากลจับกุมส่งตัวดำเนินคดีที่ประเทศไทย ส่วนอีก 29 คน มีทั้งที่กดไลค์และกดแชร์ จากประวัติที่สืบค้นพบว่าเป็นประชาชนธรรมดา จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากภาครัฐ ก่อนจะแชร์ออกไป การแชร์จะเจตนาหรือไม่เป็นเรื่องข้างใน แต่เมื่อแชร์ออกไปแล้วถือว่าเป็นความผิด วันนี้คนไทยไม่รู้อีโหน่อีเหน่พอบอกว่าน้ำมันราคาแพงก็แชร์กันออกไปแล้วตกใจ บางคนไม่ได้เจตนา แต่คนทำเว็บมีเจตนาไม่ถูกต้อง ผู้ที่กระทำผิดในครั้งแรกศาลอาจให้จ่ายค่าปรับ 50,000 บาท หากกระทำผิดครั้งที่ 2 จะมีโทษถึงจำคุก

ถกทูตมาเลย์ย้ำความเป็นหุ้นส่วน

ช่วงบ่ายที่ทำเนียบรัฐบาล ดาโต๊ะ โจจี แซมูเอล เอกอัครราชทูตมาเลเซีย ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยนายกฯ กล่าวยินดีกับการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียที่ประสบความสำเร็จด้วยดี รัฐบาลไทยทำงานร่วมกับรัฐบาลมาเลเซียชุดใหม่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันในทุกมิติ และเห็นพ้องขับเคลื่อนความร่วมมือด้านต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เช่น การประชุมในระดับภูมิภาคที่สอดคล้องกับแผนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (วันเบลต์วันโรด) และแผนอินโดแปซิฟิก ด้านเอกอัครราชทูตฯกล่าวว่า นโยบายภายใต้การนำของนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือกับเพื่อนบ้านให้เจริญรุ่งเรืองไปด้วยกันเช่นเดียวกับนโยบายประเทศไทย + 1

“บิ๊กตู่” เปิดปฏิบัติการกองทุน หมู่บ้าน ยาหอมถ้าทำดีอัดฉีดเพิ่ม บอก “ยินดีรับคำด่าทุกวัน ดีกว่าคำชมที่เคลือบแฝงไปด้วยยาพิษ” กองเชียร์แห่อวยให้เป็นนายกฯต่อ 14 มิ.ย. 2561 05:10 14 มิ.ย. 2561 05:15 14 มิ.ย. 2561 05:13 ไทยรัฐ