'มาร์ค' จี้ คสช.ทำ 3 เรื่องให้ชัด ก่อนจัดเลือกตั้งท้องถิ่น

"อภิสิทธิ์" แนะ 3 ข้อ คสช.ทำใหัชัดเจน ก่อนเลือกตั้งท้องถิ่น แนะหารือ กกต.ไม่ใช่ให้ รบ.ตัดสินใจฝ่ายเดียว ย้ำปัญหาลักลั่นทางปฏิบัติ แค่เช็กฐานสมาชิกยังติดขัด

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 60 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า เป็นเรื่องที่ดีแต่มีปัญหาที่ต้องสะสางให้ชัดเจน คือ 1. ถ้าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น พรรคการเมือง ซึ่งมีหน้าที่เสนอตัวทำงานในระดับท้องถิ่น จะสามารถเคลื่อนไหวได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็มีคำถามว่า แล้วจะสามารถทำให้กลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างที่ควรจะเป็นได้หรือไม่ อย่างไร 2. มีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายท้องถิ่นให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลก็พูดถึงการปฏิรูปท้องถิ่น ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างท้องถิ่น แต่รัฐบาลกลับจะจัดการเลือกตั้งภายใต้โครงสร้างเก่า จะทำให้สวนทางกันหรือไม่ หรือต้องรอปรับแก้กฎหมายทำโครงสร้างใหม่ แล้วไปเลือกตั้งกันใหม่อีกครั้ง สรุปแล้วตกลงจะทำอะไรกันแน่ 3. มีการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ส่งผลกระทบกับผู้บริหารท้องถิ่นในหลายพื้นที่ โดยไม่ทราบข้อกล่าวหา และกระบวนการตรวจสอบ จึงควรให้ความเป็นธรรมว่า สถานะของบุคคลเหล่านั้นคืออะไร เพราะบางพื้นที่ยังไม่มีโอกาสรับรู้ข้อกล่าวหา จึงไม่รู้ว่าจะชี้แจงที่ไหน และบางพื้นที่ที่ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด ก็ยังไม่ปลดออกจากคำสั่งนี้ จึงควรสะสางก่อน เพราะมีผลต่อความได้เปรียบเสียเปรียบ ที่สำคัญคือ ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลมีแนวทางจะแก้อย่างไร ทั้งนี้ ตนเห็นว่ารัฐบาลควรหารือกับ กกต.ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากชุดปัจจุบันมาเป็นชุดใหม่ตามกฎหมาย เพราะ กกต.จะมีมหาศาล อาทิ ต้องช่วยดูแลการปรับตัวของพรรคการเมืองให้เข้ากับกฎหมายใหม่ เช่น เรื่องไพรมารี การเตรียมการยัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้สุจริตเที่ยงธรรม ถ้าเพิ่มภาระการดูแลเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งประเทศเข้าไปอีก ก็ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ดี และชัดเจนกว่านี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้เรียกร้องว่าต้องปลดล็อกพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ตั้งคำถามว่าจะปฏิบัติอย่างไร เพราะการจำกัดไม่ให้เคลื่อนไหว จะกลายเป็นปัญหาว่า คนที่สมัครโดยอิงพรรคการเมือง หรือมีนักการเมืองไปสนับสนุน จะตีความอย่างไร จึงต้องทำให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ยังรวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 27 เกี่ยวกับการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) การจัดเลือกตั้งท้องถิ่นที่ กกต.เห็นว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ กกต.เป็นผู้ดำเนินการ โดยเตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัย หากรัฐบาลต้องการปฏิรูปการเมือง ต้องใส่ใจกับการจัดการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติ มากกว่าใส่ใจในเรื่องกระแสการเมือง ด้วยการอำนวยความสะดวกให้ กกต.ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจึงควรหารือกับ กกต.ไม่ควรตัดสินใจฝ่ายเดียว

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีความคืบหน้าในการตรวจสอบฐานข้อมูลสมาชิกพรรค ที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน 90 วัน หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ว่า พรรคประสานขอนำฐานข้อมูลสามส่วน คือ จากสำนักงานทะเบียนราษฎร ของมหาดไทย ฐานข้อมูล กกต. และของพรรค มาทาบกันเพื่อแก้ไขฐานสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน (อัพเดต) และตรงกัน ซึ่งไม่กระทบกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ทั้ง กกต.และทะเบียนราษฎรแจ้งว่ายังไม่สามารถส่งข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ได้ โดย กกต.ตอบกลับว่าให้พรรคไปตรวจสอบข้อมูลเอง เพราะจะขัดคำสั่ง คสช.คาดว่าสัปดาห์นี้จะชัดเจน เพราะยิ่งช้ากลัวว่าจะไม่ทันกับเวลาที่เหลือ และอาจกระทบทำให้สมาชิกบางส่วนเสียสิทธิได้ ในขั้นตอนการทำไพรมารีโหวต