ยุ่งยิ่งกว่าเดิม

เมื่อหมดโปรโมชั่นหยุดยาวฉลองสงกรานต์ 5 วัน กรุงเทพฯก็หมดสภาพเมืองน่าอยู่ กลับคืนสู่เมือง รถติดวายป่วงตามปกติ

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าวิกฤติกรุงเทพฯรถติดเป็นปัญหาโลกแตก

ไม่มีใครหน้าไหนสามารถแก้ไขได้สำเร็จ

แม้แต่รัฐบาล คสช.ที่เคยฉายหนังโฆษณาจะแก้ปัญหารถติดให้เห็นผลภายใน 6 เดือน

แต่ผ่านมาแล้ว 4 ปี ก็ยังแก้ไม่สำเร็จ

แถมรถติดบรรลัยจักรยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ลำพังปัญหารถติดก็ปวดหัวตายชักอยู่แล้ว ยังมีปัญหาอื้อฉาวโครงการจัดซื้อของ ขสมก. 489 คัน ตามมาอีก 2 คดีใหญ่

ถ้าเคลียร์ไม่จบ...โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ขสมก. 489 คัน รอบล่าสุดอาจเป็นโมฆะ??

ต้องยกเลิกสัญญาเป็นรอบที่ 4

ส่วนอีกคดีถ้าเคลียร์ไม่จบ... รัฐบาล คสช.ของนายกฯบิ๊กตู่ ยังต้องจ่ายชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัทเอกชนเป็นเงินถึง 1,159 ล้านบาท

โอย...ยุ่งกันใหญ่ละพับเผื่อย

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีของ ขสมก. 489 คัน แม้จะถูกยกเลิกสัญญาไปแล้ว...แต่เรื่องยังไม่จบ

เพราะบริษัทเอกชนซึ่งถูก ขสมก.ยกเลิกสัญญา ไปยื่นฟ้อง ขสมก.ต่อศาลปกครอง เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 3,000 ล้านบาท

ล่าสุด ศาลปกครองกลางพิพากษาให้ ขสมก.แพ้คดี และให้ ขสมก.ต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 1,159 ล้านบาท

ศาลปกครองชี้ว่า การที่ ขสมก.อ้างเหตุยกเลิกสัญญาเนื่องจากตรวจพบว่ารถเมล์ทั้งหมดผลิตจากประเทศจีน แต่ระบุว่าผลิตในมาเลเซีย เพื่อยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรตามกติกา

ศาลปกครองวินิจฉัยว่า การระบุแหล่งกำเนิดของรถเมล์เอ็นจีวีไม่ตรงความจริง...ไม่ใช่สาระสำคัญในสัญญา

ดังนั้น การสั่งยกเลิกสัญญาของ ขสมก.จึงไม่เป็นธรรมต่อบริษัทเอกชนผู้ชนะประมูล

ศาลปกครองกลาง จึงพิพากษาให้ ขสมก.ต้องจ่ายค่าเสียหายให้บริษัทผู้โดนยกเลิกสัญญา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

คดีนี้ ถ้าศาลปกครองสูงสุด ตัดสินยืนตามศาลปกครองกลาง คือสั่งให้ ขสมก.จ่ายค่าเสียหาย กว่าพันล้านบาทให้บริษัทเอกชน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ผู้กำกับดูแล ขสมก.ก็ต้องรับผิดชอบเต็มเปา

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า คดีที่ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ด้วยวิธีพิเศษสูงกว่าราคากลาง และสูงกว่าการประมูลครั้งแรก 30 เปอร์เซ็นต์

ปรากฏว่ามีบริษัทเอกชน ยื่นฟ้อง ขสมก.ต่อศาลปกครองว่า การทำสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน วงเงิน 4,260 ล้านบาท ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลปกครองกลางวินิจฉัยหลัก ฐานจากเทปบันทึกการประชุม และมีกรรมการ ขสมก.อีก 4 คน เป็นพยานยืนยัน

สรุปว่า ที่ประชุมบอร์ด ขสมก.ยังไม่มีการลงมติอนุมัติให้จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีอย่างเป็นทางการ

การที่ ขสมก.รีบร้อนไปทำสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน (ส่งมอบลอตแรกไปแล้ว 100 คัน) จึงไม่ชอบด้วยข้อกฎหมาย และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

งานนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ผู้กำกับดูแล ขสมก.ต้องรับผิดชอบไปด้วยตามกติกา

โอย...ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อน่ะซีโยม.

“แม่ลูกจันทร์”