สงครามไม่จบ ทักษิณฮึด ปลุกแฟนคลับ

สู้ต่อเพื่อประชาธิปไตย สนช.ฮือตอกกลับกกต.

“บิ๊กตู่” จับเข่าประธาน กกต. เคลียร์ดราม่าผู้ตรวจการเลือกตั้ง “ศุภชัย” ลั่นไม่ทบทวนทุกอย่างจบแล้ว โยน สนช. ตอบจ้องยื้อโรดแม็ป “ประวิช” ปัดไม่มีทิ้งทวนทิ้งท้าย สนช.ดาหน้าโต้ “สุรชัย” พลิ้วให้มองว่าเห็นต่างไม่ได้ก้าวก่าย “ครูหยุย” จวกฉวยโอกาสรีบเลือก “กิตติศักดิ์” ข้องใจวางคนตอนใกล้หมดอำนาจ “มาร์ค” ถามหามาตรฐานออกกฎหมาย “อรรถวิชช์” รู้ทันเกมยื้อ “วรชัย” จับพิรุธตั้งใจเลื่อนเลือกตั้ง “ทักษิณ-ปู” อยู่ฮ่องกงรอรับคนสนิทบินเบิร์ธเดย์ย้อนหลัง “นายใหญ่” ประกาศลั่นต่อหน้าแฟนคลับภาคอีสาน สงครามยังไม่จบต้องสู้ต่อ ยอมไม่ได้เอาปืนมากดขี่ ถึงวันเลือกตั้งประชาชนจะตัดสิน “ไลฟ์มัสต์โกออน”

หลังสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 36 คน เข้าชื่อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประเด็นแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ถูกจับตาจากฝ่ายการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าเป็นความพยายามยื้อการเลือกตั้งออกไปจนถึงปลายปี 2562

“บิ๊กตู่” วอนอย่าวิจารณ์สับสน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ส.ค.ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่นประจำปี 2561 ว่า รัฐบาลพยายามพูดให้ต่างประเทศเกิดความเข้าใจ ที่สำคัญการเร่งรัดแก้ปัญหาทุจริตขั้นเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในรัฐบาลต่อไป ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบิดเบือนออกมาชี้นำสังคม จะเป็นอันตรายกับประเทศ รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่ทำเพื่อรัฐบาลเลือกตั้งในวันข้างหน้า ให้ยึดเป็นแนวปฏิบัติต่อไป ขอร้องทุกคนโดยเฉพาะนักวิชาการ ให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจความรู้สึกที่ถูกต้อง ไม่ใช่ทำให้เกิดความสับสนโดยอ้างตำราวิชาการอย่างเดียว อย่าลืมว่าเราคือไทย

บ่นสื่อเล่นข่าวน้ำท่วมโอเว่อร์

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะนี้ในหัวมีแต่เรื่องน้ำท่วม พูดถึงกันแต่ว่าน้ำล้น บางสื่อไปยืนถ่ายภาพอยู่ในน้ำ มันไม่ท่วมก็ไปยืนที่น้ำท่วมแล้วก็ถ่ายออกมา ไม่เข้าใจว่าสื่อแบบนี้มันคืออะไร เขียนอะไรที่มันเกินไป ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ท่วมแต่อย่าบิดเบือนได้ไหม ไม่ได้ประโยชน์อะไร เมื่อสื่อหนึ่งเริ่มอีกสื่อก็ต้องเขียนให้มากกว่าเดิม กลายเป็นเกิดการตื่นตระหนก วุ่นวาย สับสน การทำงานยากลำบากมากขึ้น วันนี้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน ไม่ใช่มองเฉพาะผู้สนับสนุนหรือชอบเท่านั้น เพราะทุกตารางนิ้วทุกพื้นที่เป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาลไม่ว่าจะมาจากอะไรก็ตาม อยากให้ทุกคนเข้าใจ

ประชาธิปไตยไทยๆ กตัญญูรู้คุณ

นายกฯ กล่าวอีกว่า เราไม่ใช้อำนาจให้คนรัก หรือไปตอบแทนผลประโยชน์ให้เขามารัก คนที่เขาไม่รักเราก็เป็นคนไทย วันนี้สังคมโซเชียลมีเดียค่อนข้างแรง ยังมีทีท่าไม่ปรองดองเพราะมีสองฝ่ายเสมอ ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทำวันนี้ให้เริ่มต้นได้ ช่วยกันวางรากฐาน เราต้องดีใจที่จะทำประโยชน์ให้ถึงคนทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มทุกฝ่าย ไม่ว่าจะรักหรือไม่รักเรา คนไทยมีนิสัยอยู่อย่างคือความกตัญญูรู้คุณ ใครให้เราก็รักคนนั้น ใครไม่รู้จักก็ไม่รัก นั่นคือประเด็นสำคัญของการเป็นประชาธิปไตยเรา ตนคาดหวังว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลต้องทำงานตามยุทธศาสตร์ ให้เกิดความเป็นธรรมทั่วถึงทุกพื้นที่ ขอบคุณคนดีๆ ที่มาร่วมกันทำงาน คนไม่ดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

แซว ปธ.กกต.แจมเป็นพระอันดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธีนายกฯได้เรียกนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปคุยเป็นการส่วนตัว โดยมีการรายงานถึงปัญหาดังกล่าวให้นายกฯ รับทราบด้วย และขณะพูดบนเวทีช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้หันไปกล่าวกับประธาน กกต. ว่า ขอบคุณประธาน กกต.ที่มาร่วมงาน ถึงแม้กองทุนของ กกต.จะไม่อยู่ในมาตรการตรงนี้ เพราะมีข้อยกเว้น แต่ท่านก็ต้องทำให้ดีตามนี้ รู้ดีว่ามีความตั้งใจดีทุกคน ตนต้องแก้ไขปัญหาตามแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม หากตีกันตนก็ต้องลงไปตัดสินอยู่ดี วันนี้ไม่มีปัญหากับใครทั้งสิ้น เตรียมการไปสู่การเลือกตั้ง ยืนยันว่ารัฐบาลพยายามดูแลทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส ทุจริตคอร์รัปชัน ถ้ามีขอให้บอก อย่าไปพูดให้เสียหาย ไม่เช่นนั้นเรื่องมันจะกลายไปต่างประเทศ หลายเรื่องบิดเบือนกันไปหมด

จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 36 คน เข้าชื่อเสนอขอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลัง กกต.ตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด โดยไม่รอ กกต.ชุดใหม่ ว่า เห็นแค่ข่าวในหนังสือพิมพ์ ถึงแก้ก็ไม่มีอะไรกระทบ และยังไม่ได้บอกว่าจะแก้ไขด้วยซ้ำ ยังไม่ได้พูดเลย เขากำลังหารือกันอยู่มั้ง เมื่อถามว่า มีแนวโน้มจะไม่แก้ไขใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า ยังไม่มีเรื่องขึ้นมา วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง มีกี่คน ที่ออกมาพูด เลือกตั้งก็คือเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถึงวันไหนก็ทำกันวันนั้น เขากำหนดการออกมาแล้วไม่ใช่หรือ ไปพูดกันอยู่ได้ว่าจะแก้ตรงโน้นตรงนั้นทำให้ทุกอย่างล่าช้า ใครทำ คนพูดคือใคร นักการเมือง ให้เขาพูดอยู่นั่นแหละ

“ศุภชัย” ไม่มีอะไรขัดแย้ง สนช.

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงความขัดแย้งจากการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ว่า ไม่ได้ขัดแย้ง เพียงแต่เราชี้แจงเท่านั้น เราทำตามตารางการทำงานที่วางไว้ ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งตั้ง เพียงแต่คัดเลือกเสร็จส่งไปให้แต่ละจังหวัดประกาศ ถ้ามีการคัดค้าน ขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม เราก็ไม่ตั้ง การจะตั้งหรือไม่ตั้งตอนนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างรอมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งกกต.ชุดใหม่ ถ้าโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว จะเป็นหน้าที่ของ กกต.ชุดใหม่ เพียงแต่เราดำเนินการตามกระบวนการ และท่านก็มาดู เมื่อถามว่า ตามกฎหมายสามารถโละได้ทั้งหมดหรือได้บางส่วน เพราะ สนช. ยืนยันว่ามีสิทธิแก้กฎหมาย นายศุภชัยตอบว่า ใช่ สนช.ทำหน้าที่ออกกฎหมาย เราเป็นผู้ปฏิบัติ ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เราทำตามหน้าที่

โยน สนช.ตอบจ้องยื้อโรดแม็ป

เมื่อถามว่า ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์เป็นการส่วนตัวหรือไม่ ประธาน กกต.ตอบว่า ได้เรียนต่อนายกฯภายในงานอย่างที่ให้สัมภาษณ์สื่อ นายกฯไม่ได้ว่าอะไร เมื่อถามว่า นายกฯระบุบนเวทีว่าไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง นายศุภชัยตอบว่า ไม่มีอะไร เมื่อถามว่า นายกฯบอกหรือไม่ว่าไม่มีใบสั่ง สนช. ประธาน กกต.ตอบว่า นายกฯไม่ได้พูดอะไร และไม่มีใบสั่ง เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองตั้งข้อสังเกตว่าหาก สนช.แก้ไขกฎหมายจริง จะกระทบโรดแม็ปเลือกตั้ง นายศุภชัยตอบว่า ต้องไปถามคนที่ออกกฎหมาย กกต.เป็นเพียงผู้ปฏิบัติ กฎหมายออกมาอย่างไรเราปฏิบัติตามนั้น ดู พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว.แล้ว จะครบกำหนด 90 วัน ภายในวันที่ 13 ก.ย. จึงต้องเตรียมผู้ตรวจการเลือกตั้งไว้

กร้าวไม่ทบทวนทุกอย่างจบแล้ว

เมื่อถามว่าจะแก้ไขหรือยกเลิกการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า คงไม่สามารถแก้ไขหรือยกเลิกได้ ถ้าแก้แล้ว กกต.ถูกฟ้องร้องใครจะช่วย เราเป็นองค์กรอิสระไม่ใช่ใครขอให้ทำอะไร แก้อะไร แล้วต้องไปทำตาม ทุกอย่างมันมีกระบวนการ ยืนยันว่า กกต.ได้ปรึกษาหารืออย่างละเอียด ดูกรอบเวลาแล้วจำเป็นต้องเดินหน้า รอไม่ได้ ถ้ากฎหมายลูก ส.ว.มีผลบังคับใช้ คาดว่าจะมีการทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ให้มีการดำเนินการได้มาซึ่ง ส.ว. ในช่วงเดือน พ.ย. ซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งต้องเริ่มปฏิบัติหน้าที่ 1 เดือนก่อนและหลังมีพระราชกฤษฎีกา จึงเกรงว่าถ้าไม่ดำเนินการคัดเลือกไว้จะกลายเป็นปัญหาต่อการทำงานของ กกต.ชุดใหม่ เราปรารถนาดีกับ กกต.ชุดใหม่ ไม่อยากให้งานสะดุด จะได้สานต่องานได้เลย หากมีการแก้ไข พ.ร.บ.จริง และมีบทเฉพาะกาลให้ยกเลิกผู้ตรวจการเลือกตั้งก่อนจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. ต้องเริ่มกระบวนการนับหนึ่งใหม่ รวมแล้วประมาณ 2-3 เดือน ผู้ตรวจการเลือกตั้งชุดใหม่จึงจะทำงานได้ ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องต้องพิจารณาเองว่ากระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้งที่วางไว้หรือไม่

“ประวิช” ปัดไม่มีทิ้งทวนทิ้งท้าย

นายประวิช รัตนเพียร กกต. กล่าวว่า เรื่องการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง กกต.ชุดปัจจุบันทราบดีว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ก่อนที่จะมี กกต.ชุดใหม่มารับหน้าที่ ช่วงนี้อะไรที่เป็นหน้าที่เราต้องปฏิบัติ เมื่อกฎหมายเขียนไว้ว่าต้องมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยให้ กกต.ออกระเบียบว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง เราก็ทำตามที่กฎหมายเขียนไว้ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย ไม่ใช่ทิ้งทวนหรือทิ้งท้ายใดๆ เราทำตาม ความจำเป็นที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมาย มั่นใจว่าสิ่งที่ทำมีความจำเป็นเพื่อให้พร้อมก่อนที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.จะมีผลใช้บังคับ

“สุรชัย” พลิ้วให้มองว่าเห็นต่าง

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวว่า สมาชิก สนช. 36 คน ที่เข้าชื่อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. ได้ยื่นต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.แล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของประธาน สนช. คาดว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมวิป สนช. ภายใน 1-2 สัปดาห์

เรื่องนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ดังนั้น วิป สนช. ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สำหรับข้อกล่าวหาว่า สนช.จงใจยื้อการเลือกตั้งนั้น ถือว่าไม่ให้ความเป็นธรรม สนช. เพราะเป็นการใช้สิทธิของ สนช.ที่จะเสนอแก้กฎหมาย ส่วน สนช.จะเห็นด้วยหรือไม่ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น บางคนรีบตำหนิ สนช.ค่อนข้างรุนแรง ทั้งที่ยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบ เท่าที่ดูไม่น่ากระทบโรดแม็ปเลือกตั้ง เมื่อถามว่า ถือว่า สนช.ก้าวก่ายการทำหน้าที่ของ กกต.หรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า ขอให้มองเป็นความเห็นที่แตกต่างกันไม่ใช่การก้าวก่าย

“หยุย” เชื่อแก้ไม่ทันศึกเลือกตั้ง

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. กล่าวถึงกรณีประธาน กกต.เรียกร้องให้ สนช.โทษตัวเอง ที่ออก พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ไม่รอบคอบว่า ไม่ได้คัดค้านเนื้อหาของกฎหมาย แต่เห็นว่าการที่ กกต.ชุดนี้เร่งลงมติเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คน โดยไม่รอให้ กกต.ชุดใหม่เป็นผู้เลือกนั้น เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะ กกต.ชุดใหม่ใกล้เข้ามาทำงานแล้ว มั่นใจว่ามีเวลาเตรียมตัวเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งทันต่อการเลือกตั้ง ส.ว. แต่เหตุใดจึงฉวยโอกาสรีบเลือก ยอมรับว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ทั้งการรับฟังความเห็นประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 การให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ และยังต้องส่งให้รัฐบาลพิจารณาให้ความเห็น ซึ่งรัฐบาลคงส่งให้ กกต.ไปพิจารณา และส่งร่างของ กกต.เข้ามาประกบกับร่างของ 36 สนช. และต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม สนช.อีก ยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร แต่ดูแนวโน้มคงเสร็จไม่ทันการเลือกตั้งเดือน ก.พ.2562

วางคนตอนใกล้หมดอำนาจ

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช. 1 ใน 36 สนช. ที่เข้าชื่อขอแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ประธาน กกต.จะไม่พอใจ สนช. ที่เข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย แต่ถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ เรายินดีรับฟังคำวิจารณ์ แม้ กกต.ชุดนี้จะมีอำนาจเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งตามกฎหมาย แต่ถือว่าไม่เหมาะสม ควรให้ กกต.ชุดใหม่เป็นผู้เลือกจะเหมาะกว่า ทำไมต้องทิ้งทวนวางคนของ ตัวเองไว้ทั้งที่กำลังจะหมดอำนาจ ส่วนที่ประธาน กกต.ระบุว่า สนช.ไปฟังเหตุผลของคนที่สอบตกในการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้น ก็เป็นเรื่องที่อ้างได้ แต่ สนช.ก็มีเหตุผลของตัวเอง สนช.ที่เข้าชื่อ แก้ไขล้วนเป็นผู้ใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือในแถวหน้าของสังคม ไม่ทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล กกต.จะมาอ้างเหตุผลตัวเองอย่างเดียวไม่ได้ ควรฟังเหตุผลของคนอื่นด้วย การระบุว่า สนช.ไม่มีความรอบคอบในการพิจารณา พ.ร.บ.กกต.จนต้องมาแก้ไขภายหลังนั้น ไม่มีกฎหมายฉบับใดสมบูรณ์ 100% ทุกฉบับมีช่องโหว่ เมื่อเห็นว่าไม่รอบคอบก็ต้องแก้ไข

“มาร์ค” แนะยึดโมเดล กกต.ชุดแรก

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กกต.ชุดปัจจุบันมีหน้าที่ปฏิบัติ ตามกำหนดเวลาคิดว่าไม่ได้เร็วผิดปกติอะไร ส่วนตัวไม่ค่อยชอบใจกับระบบการมีผู้ตรวจการเลือกตั้งแบบนี้ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการที่บรรดานักการเมืองในพื้นที่จะไปสร้างความสัมพันธ์ในทางหนึ่งทางใด และ สนช.เป็นคนออกแบบระบบนี้มาเอง แต่ในอดีต กกต.ชุดนายสวัสดิ์ โชติพานิช ที่เคยทำงานแล้วประสบความสำเร็จที่สุด ไม่ได้ใช้ระบบนี้ แต่ใช้วิธีการเอาเจ้าหน้าที่ไปลงพื้นที่โดยไม่บอกใคร รู้กันเองภายในองค์กร กกต. คนที่ทำอะไรอยู่ในพื้นที่ไม่รู้เลยว่าใครกำลังสอดส่อง ใครลงไปติดตามทำรายงาน แบบนี้จะได้ผลกว่า ไม่ใช่มาล้มโต๊ะแบบนี้

ถามหามาตรฐานออกกฎหมาย

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า พูดกันตามจริง กกต.ชุดใหม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้ว เพราะเป็นอำนาจ จึงมองไม่ค่อยเห็นเหตุผลที่อยู่ดีๆจะมาแก้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้ง ทั้งที่คนที่คิดจะแก้ คือคนที่เขียนมาเอง และยังไม่ทันได้เริ่มทำงานอะไรที่ผิดปกติเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองก็เจอคำสั่ง คสช. แก้มารอบหนึ่งแล้ว ที่จะไปเซ็ตซีโร่สมาชิกพรรคตอนนั้น นี่ พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.ก็จะทำอีก แล้วยังมีพูดถึงเรื่องแก้ไพรมารีโหวตอีก สรุปว่าคุณออกกฎหมายมามาตรฐานคืออะไร รอบคอบหรือไม่ ปกติเราไม่เคยเห็นการแก้กฎหมายแบบนี้ เมื่อถามว่า จะกระทบต่อไทม์ไลน์เลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คงไม่กระทบ เพราะไม่มีอะไรใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญที่กำหนดเอาไว้ในกฎหมาย ถ้ามีการประกาศใช้ทั้ง 4 ฉบับแล้ว จะไปแก้ไขอะไร อย่างไรก็ไม่ควร เพราะจะกระทบกับกรอบเวลา ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เรามีปัญหาเรื่องมาตรา 44 อยู่

“อรรถวิชช์” บี้ สนช.ถอนร่าง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเสนอให้สมาชิกสนช.ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว มิฉะนั้นจะเป็นเหตุให้การเลือกตั้ง ส.ส.ต้องเลื่อนออกไปถึงปลายปี 2562 ไม่มีทางทำได้ทันในเดือน ก.พ.2562 เพราะขั้นตอนการแก้ไขกฎหมายจนมีผลใช้บังคับ รวมประมาณ 180 วัน และ กกต.ใช้เวลาอีก 100 วัน (จากสถิติเดิม) กว่าจะได้บัญชีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คน รวมแล้วมีขั้นตอนยืดไปอีกราว 9 เดือน ในฐานะผู้เล่นที่ต้องลงสนามเลือกตั้ง ไม่ได้กังวลกับบัญชีผู้ตรวจการเลือกตั้ง ให้ กกต.ชุดใหม่มาดำเนินการเท่านั้นก็เป็นธรรมกับทุกฝ่าย สนช.ไม่ต้องวนย้อนกลับไปอีก

พท.จับพิรุธตั้งใจเลื่อนเลือกตั้ง

ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.ดำเนินการมาตามขั้นตอนกฎหมายที่ สนช.เป็นผู้ร่างขึ้นมา คัดเลือกคนถูกต้องทุกขั้นตอนใช้เวลานานหลายเดือน แต่อยู่ๆ สนช.จะมาแก้ไข มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากตั้งใจทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป ก่อนหน้านี้นายกฯประกาศโรดแม็ปเลือกตั้ง และต้องเลื่อนมาหลายครั้งด้วยเทคนิคทางกฎหมายที่เขียนขึ้นมาแล้วแก้ใหม่จนวุ่นวาย ที่เป็นเช่นนี้เพราะยังไม่มั่นใจว่าเลือกตั้งแล้วจะได้กลับมาเป็นนายกฯอีก จึงอยากอยู่ในอำนาจโดยการยื้อการเลือกตั้งใช่หรือไม่ วันนี้ที่บ้านเมืองสงบเพราะคนเฝ้ารอการเลือกตั้ง แต่ถ้าต้องเลื่อนออกไปอีกเชื่อว่าคนจะลุกขึ้นมาทวงในสิ่งที่ท่านให้สัญญา ความวุ่นวายจะเกิดขึ้น ขอเรียกร้องให้นายกฯทำตามสัญญาว่าจะเลือกตั้งต้นปี 62 ไม่ให้ประเทศกลับสู่วังวนความขัดแย้ง

“ทักษิณ” ลั่นไม่ยอมแพ้ต้องสู้ต่อ

ช่วงเย็นวันเดียวกัน เพจ Peace News สื่อ โซเชียลของกลุ่มคนเสื้อแดง รายงานความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ล่าสุดเดินทางมาที่ฮ่องกง โดยมี กลุ่มแฟนคลับภาคอีสานเดินทางมาพบ และร่วมรับประทานอาหารจีนที่โรงแรมมาโคโปโล ฮ่องกง พร้อมนำเค้กมาอวยพรวันเกิดย้อนหลังให้นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ขณะที่นายทักษิณได้แจกหมวกแก๊ปสีขาว-แดง พร้อมลายเซ็น โดยนายทักษิณกล่าวกับกลุ่มแฟนคลับช่วงหนึ่งว่า “ขอให้ทุกคนแข็งแรง อยากบอกทุกคนว่าถ้าเราไม่ยอมแพ้ คำว่าแพ้มีได้ 2 กรณี คือ 1.แพ้เพราะตาย กับ 2.แพ้เพราะยอมไปเอง ถ้าเรายังสู้อยู่เราก็จะไม่แพ้ นั่นก็คือ มีแต่แบทเทิล ไม่มีวอร์ วอร์มันจะเอนด์ต่อเมื่อทุกอย่างมันจบ แต่สู้กันกี่ยกๆ นี่คือแบทเทิล ซึ่งวอร์ยังไม่จบ เรายังต้องทำต่อไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวอร์เพื่อประชาธิปไตย ผมอายุ 69 ปีแล้ว สิ่งที่อยากเห็นคืออยากเห็นประเทศ ไทยกลับมารุ่งเรืองใหม่ ที่สำคัญคืออยากเห็นศักดิ์ศรีกลับมาสู่คนไทยทุกคน เพราะวันนี้เราถูกลดด้อยศักดิ์ศรีลงไปเยอะ เราเคยอยู่กับระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีศักดิ์ศรี มีสิทธิเสรีภาพเท่ากัน แต่วันนี้เราถูกปกครองโดยใครก็ไม่รู้ ที่อยู่ๆ ก็ถือปืนมาปกครองกดขี่พวกเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรารับไม่ได้ ถึงวันเลือกตั้ง เมื่อไหร่จะเป็นวันที่ประชาชนตัดสินว่าผมพูดจริงหรือเปล่า ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจเพราะเรายังจะต้องประกอบอาชีพกันต่อไป ไลฟ์มัสต์โกออน”

อดีต ส.ส. แห่ไปเบิร์ธเดย์ย้อนหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับแกนนำพรรคเพื่อไทยที่เดินทางไปพบนายทักษิณ มีหลายคน อาทิ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะเดินทางไปประมาณวันที่ 14-15 ส.ค. ขณะที่กลุ่มส.ส.อีสานประมาณ 40 คนจะเดินทางไปวันที่ 10 ส.ค. และเตรียมเซอร์ไพรส์จัดเค้กวันเกิดให้นายทักษิณด้วย โดย ส.ส.กลุ่มมีความชัดเจนว่าจะอยู่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ไม่ตีตัวออกแน่นอน

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ถือแถน ประสพโชค” โพสต์คลิปวิดีโอ 2 คลิป ความยาวประมาณคลิปละ 10 วินาที เป็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขณะอยู่กับบุคคลใกล้ชิด อาทิ นายพิชิต ชื่นบาน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และที่ปรึกษากฎหมาย นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง หนึ่งในทีมทนายความคดีรับจำนำข้าว ร่วมอยู่ในโต๊ะอาหารด้วย

ปชป.สวด คสช.ไขสือคดีจำนำข้าว

ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้สมาชิกพรรคเพื่อไทย ว่า การพูดบิดเบือนข้อเท็จจริงในคดีจำนำข้าวว่าเป็นคดีการเมือง เป็นเพราะรัฐบาล คสช.ไม่เคยใส่ใจชี้แจงข้อเท็จจริง ยังปล่อยให้บิดเบือนส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างมาก ทุกคดีที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมทั้งบริวาร ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้อง ที่ผ่านมากว่า 4 ปี คสช.ไม่เคยอธิบายถึงที่ไปที่มาของคดี ทำเหมือนปิดตาข้างหนึ่งทำเป็นมองไม่เห็น รัฐบาลต้องดำเนินการอย่าให้คนเหล่านี้เห็นแก่ประโยชน์ของพวกตน แล้วมาทำลายประเทศ

จี้เลิกคำสั่ง คสช.จำกัดสิทธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยออกคำ แถลงการณ์ เรื่องขอให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนและคืนสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชนโดยเร็ว มีเนื้อหาระบุว่า เพื่อให้สิทธิเสรีภาพประชาชนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมจริงจัง และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแม็ปอย่างเสรี เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ จึงเรียกร้อง คสช.รัฐบาล ดังนี้ 1.ยกเลิกประกาศ คสช.ที่ 57/2557 ห้ามพรรค การเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5คน รวมถึงประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.อื่นๆ ที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งหมด 2.ควรยอมรับความเห็นต่างที่มีต่อรัฐบาลและ คสช. เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอย่างมีสติ ไม่ควรใช้ประกาศคำสั่งเหล่านี้ รวมถึงกฎหมายคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือต่อสู้ผู้ที่มีความเห็นต่าง เพราะไม่ใช่อาชญากร 3.เมื่อรัฐบาลประกาศว่าจะให้มีเลือกตั้งที่ชัดเจนแล้ว รัฐบาล คสช.ควรดำเนินการอย่างระมัดระวัง ทั้งใช้งบประมาณที่ต้องคุ้มค่า มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด ต้องไม่ใช้เพื่อประโยชน์ทาง การเมือง และเปิดให้ประชาชนตรวจสอบ

พ่อค้าหัวหมอกระอัก พ.ร.บ.ข้าว

อีกเรื่อง นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช. ในฐานะผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ข้าว กล่าวว่าเริ่มมีเสียงพ่อค้าบ่นว่าร่าง พ.ร.บ.ข้าว จะทำให้พวกเขาลำบากและผวา โดยเฉพาะการออกใบเสร็จรับรองซื้อข้าวเปลือก ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ชัดเจน หากต้องออกใบรับรองจริงจะทำให้รู้ที่มาที่ไปของข้าว ทำให้มีหลักฐานการรับซื้อ เจตนาเพื่อให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรม เพราะก่อนหน้านี้ชาวนามักโดนเอาเปรียบในการรับซื้อ เช่น ความชื้นของข้าว ตาสีตาสาจะได้มีที่พึ่งในการตรวจสอบมาตรฐานข้าวเปลือก และทำให้รัฐมีหลักฐานเรียกเก็บภาษีได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้พวกที่คิดเอาข้าวมาสวมสิทธิกระอักแน่หากถูกจับได้ และยังมีมาตรการลดต้นทุนช่วยชาวนา อาทิ ผู้รับจ้างใส่ปุ๋ยต้องมีใบอนุญาต มีหลักวิชาการ แก้ปัญหาถูกพ่อค้าปุ๋ยยุยงให้ใส่ปุ๋ยหลายๆแบบ

ขีด 2 ปีจบขยะอิเล็กทรอนิกส์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วันที่ 15 ส.ค. จะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะสรุปบัญชีรายชื่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ห้ามนำเข้า ให้กระทรวงพาณิชย์นำไปออกประกาศเป็นสินค้าห้ามนำเข้าต่อไป รัฐบาลจะยึดสุขภาพคนไทยกับสิ่งแวดล้อมของประเทศเป็นตัวตั้ง ธุรกิจใดถ้าก่อมลพิษกับประเทศ ให้รู้ไว้เลยว่าธุรกิจนี้ไม่รุ่ง ดังนั้น การพูดคุยคือจะทำอย่างไรให้ปัญหานี้จบภายใน 2 ปี ต้องทำให้ถูกกฎหมายไม่ก่อมลพิษ ขณะนี้พบมีการใช้พื้นที่แยกขยะพิษไม่ถูกกฎหมายแล้วถึง 10 แห่ง เช่น ที่ อ.ฆ้อง– ชัย จ.กาฬสินธุ์ และตนจะลงพื้นที่ตรวจด้วยตัวเอง

“บิ๊กตู่” จับเข่าประธาน กกต. เคลียร์ดราม่าผู้ตรวจการเลือกตั้ง “ศุภชัย” ลั่นไม่ทบทวนทุกอย่างจบแล้ว โยน สนช. ตอบจ้องยื้อโรดแม็ป “ประวิช” ปัดไม่มีทิ้งทวนทิ้งท้าย 10 ส.ค. 2561 02:21 10 ส.ค. 2561 05:30 10 ส.ค. 2561 05:39 ไทยรัฐ