อภิสิทธิ์ แนะ นักการเมือง หยุดจ้อ ช่วงเดือน ต.ค.งานพระราชพิธี

“อภิสิทธิ์” แนะ นักการเมืองหยุดจ้อช่วงเดือนงานพระราชพิธีฯ จี้ กกต.เร่งออกระเบียบใหม่ รองรับ ก.ม.พรรคการเมือง ย้ำ หน่วยงานรัฐต้องแจ้งข่าว กรณีเขื่อนปล่อยน้ำ ให้ประชาชนในพื้นที่รับผลกระทบได้ทราบ เพื่อเตรียมรับมือ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนของกรอบการเลือกตั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ระบุ จะประกาศวันเลือกตั้งในเดือนมิ.ย.ปี 61 ว่า ถือว่า มีความชัดเจนในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง แต่ในเดือน ต.ค.นี้ซึ่งมีงานพระราชพิธีฯ สำคัญยังไม่จำเป็นที่บรรดาพรรคการเมืองและนักการเมือง จะทำกิจกรรมใดๆ และไม่ควรเอาการเมืองมายุ่งเกี่ยว จึงควรหยุดวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองก่อน เพราะเห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำกิจกรรมทางการเมือง ส่วนกรณีการหารือภายในพรรคนั้น ในระยะนี้ได้มีการแนะนำให้มีการตรวจสอบจำนวนสมาชิกพรรคให้เป็นปัจจุบัน (อัพเดท) พร้อมให้สมาชิกตรวจสอบทะเบียนให้ละเอียด รวมถึงการคิดและวางนโยบายของพรรค สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องทำเป็นกิจกรรมมวลชน และยังไม่จำเป็นต้องมีการประชุมพรรค

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า หากผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญในเดือนต.ค.ไปแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่า บรรดาพรรคการเมือง ก็จะสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ซึ่งกรอบเวลาก็ไม่ช้าเกินไป ถึงแม้จะมีการปลดล็อกพรรคการเมืองแล้ว แต่ขณะนี้สมาชิกพรรคก็ยังต้องรอระเบียบใหม่ในการเป็นสมาชิกพรรคจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่ดี เพราะปัจจัยหลักที่พรรคจะเริ่มทำกิจกรรมได้ก็ คือ การรับทราบระเบียบการเป็นสมาชิกพรรค และการหาสมาชิกพรรค จึงอยากให้ กกต.เร่งทำระเบียบให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว

นอกจากนี้ บรรดาพรรคการเมือง ก็ไม่จำเป็นต้องมีการถกเถียงกัน เพราะเชื่อว่า ประชาชนจำนวนมากก็ไม่อยากเห็นบรรยากาศการโต้เถียงในช่วงเวลานี้ ขณะเดียวกัน อยากให้ทุกพรรคร่วมกันรักษาบรรยากาศของบ้านเมือง เพื่อประชาชนคนไทย จะได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธี ด้วยบรรยากาศที่ดี ซึ่งถือเป็นการรวมจิตใจคนไทยทั้งประเทศอีกครั้ง เพื่อแสดงออกให้ชาวโลกเห็นในความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทย ที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์


นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง สถานการณ์น้ำที่กำลังท่วมในหลายจังหวัดในช่วงนี้ว่า ในฐานะประธานมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ตนได้รับประสานงานมาจากหลายพื้นที่ เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องถุงยังชีพ ตั้งแต่จ.เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ลพบุรี อยุธยา ซึ่งยังมีพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งได้รับผลกระทบต่างๆ ระบุว่า สถานการณ์น้ำยังไม่นิ่ง ต้องติดตามการปล่อยระบายน้ำในเขื่อนว่า จะปล่อยลงมาเพิ่มเติมอย่างไร ซึ่งหน่วยงานผู้ที่เกี่ยวข้องก็ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยรู้ว่า จะต้องทำอะไร อย่างไร ซึ่งเบื้องต้น ที่ดีที่สุด คือ การเตือนประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงให้เตรียมตัว รู้ตัว ถือว่า เป็นภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้ ทั้งให้ข่าวเรื่องพยากรณ์ ดิน ฟ้า อากาศ เมื่อเวลาจะมีการระบายน้ำจากเขื่อน ก็ต้องแจ้งให้ประชาชนที่จะได้รับผลกระทบได้รับทราบล่วงหน้าจะดีที่สุด.