3พรรครวมหัว ฉะคสช. ยื้อปลดล็อก

บิ๊กตู่-บิ๊กป้อมปฏิเสธ จัดหาขีปนาวุธฮาร์พูน ถามจะเอาไปยิงกะใคร

“บิ๊กตู่” ชิ่งข่าวรัฐบาลไทยตั้งแท่นซื้อขีปนาวุธมะกัน “ฮาร์พูน บล็อค ทูว์” 828 ล้าน โยน กห.-ฝ่ายความมั่นคงเคลียร์ออเดอร์เก่ายังไม่ได้ของหรือเปล่า “ประวิตร” ปัดไม่ได้ซื้อ ยันของเดิมมีใช้งานอยู่นานแล้ว “นพดล” จี้แจงประชาชน เหน็บยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดใช้งบฯต้องคุ้มค่า พท.-ปชป.-ชทพ.รุมถล่ม คสช.ยื้อปลดล็อกพรรคการเมือง “ชัยเกษม” สับศรีธนญชัยอ้างข้างๆ คูๆ ดึงเกมตรึงกฎเหล็กเอื้อพวกพ้อง “สามารถ” โวย ก.ม.พรรคการเมืองตีกรอบทุกขั้นตอน หวั่นฉุกละหุกส่งผู้สมัคร ส.ส.ไม่ทัน บี้ทบทวนกติกาพิสดารสร้างปัญหาสับสน “องอาจ” ห่วงปล่อยผีช้ายิ่งยุ่ง บี้ผ่อนปรนเฉพาะเรื่อง เย้ยระบบต่างเขตต่างเบอร์ไม่ได้ช่วยสกัดโกง “สมศักดิ์” โอดเงื่อน เวลาบีบคอ ซัด คสช.อย่ากลืนน้ำลายพูดอย่างทำอย่าง

กรณีสำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่ข่าวกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ระบุสหรัฐฯเห็นชอบขายขีปนาวุธ ฮาร์พูน บล็อค ทูว์ รุ่น RGM-84L จำนวน 5 ลูก มูลค่า 828 ล้านบาท ให้ประเทศไทย ตามที่รัฐบาลไทยร้องขอ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ต่างปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

“บิ๊กตู่” โบ้ย กห.ตอบช็อปขีปนาวุธมะกัน

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 12 ส.ค. ที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข่าวกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ระบุเห็นชอบแผนเบื้องต้นสำหรับการขายขีปนาวุธ ฮาร์พูน บล็อค ทูว์ รุ่น RGM-84 แอล มูลค่า 24.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 828 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลไทยยื่นความจำนงขอซื้อขีปนาวุธดังกล่าวจำนวน 5 ลูก โดยได้ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “แล้วมีตังค์ซื้อเขาหรือเปล่า” เดี๋ยวให้ฝ่ายความมั่นคงกระทรวงกลาโหมไปดู อาจจะเป็นเรื่องที่เคยซื้อไว้แล้วยังไม่ได้ของหรือเปล่า ขอให้ไปถามความชัดเจนกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯยังได้กล่าวทิ้งท้ายก่อนขึ้นรถยนต์เดินทางกลับว่า “จะเอาไปยิงกับใครเหรอ”

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆถึงเรื่องนี้ว่า “ไม่มี”

“บิ๊กป้อม” ปัดไม่ซื้อมีของเดิมอยู่แล้ว

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) พล.อ.ประวิตรตอบคำถามผู้สื่อข่าวอีกครั้งถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯเห็นชอบขายขีปนาวุธ ฮาร์ พูน บล็อค ทูว์ รุ่น RGM-84L จำนวน 5 ลูก มูลค่า 828 ล้านบาท ให้ประเทศไทย ตามที่รัฐบาล ไทยร้องขอว่า ยังไม่มีการจัดซื้ออาวุธตามที่มีการรายงานข่าว โดยยืนยันว่าฮาร์พูนของเดิมมีการใช้งานอยู่นานแล้ว

จากนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า วันเดียวกันจะเดินทางเข้าไปกราบไหว้แม่ที่บ้านพักซอยลาดพร้าว 71 คงไม่มีกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ เพราะแม่ของตนมีอายุ 96-97 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาแม่ก็ให้กำลังใจตนในเรื่องการทำงานมาตลอด 50 ปี ตั้งแต่สมัยที่เริ่มรับราชการมาตั้งแต่อายุ 21 ปีจนถึงทุกวันนี้อายุ 72 ปี ทุกอย่างที่แม่บอกก็ถือเป็นพรทั้งหมด โดยนำมาเป็นหลักการในการทำงานและใช้ชีวิตจนถึงทุกวันนี้

กต.มะกันเผยเสริมเขี้ยวเล็บพันธมิตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าวสืบเนื่อง จากที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์ว่ารัฐบาลไทยได้ยื่นความจำนงขอซื้อขีปนาวุธดังกล่าวจำนวน 5 ลูก และขีปนาวุธซ้อมยิงฮาร์พูน บล็อค ทูว์ 1 ลูก เพื่อติดตั้งบนเรือฟรีเกตของไทย รวมถึงอุปกรณ์บรรจุอะไหล่ การซ่อมบำรุงและเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบ รวมถึงคู่มือเอกสารทางเทคนิค การฝึกฝนบุคลากร และอุปกรณ์สำหรับฝึกซ้อม โดยรัฐบาลสหรัฐฯและตัวแทนจากบริษัทคู่สัญญา จะเป็นผู้ให้บริการด้านวิศวกรรม ความช่วยเหลือเชิงเทคนิค การขนส่ง และการสนับสนุนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการด้วย ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น และจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงแก่พันธมิตรที่สำคัญ และเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการป้องกันเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ

มท.1กำชับเข้มงบฯอปท.เชียร์ “ปู”

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยอ้างพบใช้งบฯส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการนำประชาชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ได้มีการตรวจสอบดูแล้ว และได้มีสั่งการกำชับไปอยู่แล้วว่า ในเรื่องของการใช้งบฯขอให้เป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับทุกประการ

สับ ศก.ตกสะเก็ดใช้งบฯต้องคุ้มค่า

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีข่าวแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เห็นชอบขายขีปนาวุธ ฮาร์พูน บล็อก ทูว์ รุ่นอาร์จีเอ็ม-84 แอล 5 ลูกมูลค่า 828 ล้านบาท ให้กับรัฐบาลไทยว่า จากข่าวเห็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม บอกยังไม่มีการจัดซื้อ แต่ไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะมีการจัดซื้อหรือไม่ แต่เมื่อมีข่าวออกมาลักษณะแถลงการณ์เช่นนี้ ทางที่ดีรัฐบาลควรชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบ ทั้งนี้ การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อระยะสั้น ระยะยาว กระทรวงกลาโหมในฐานะเป็นผู้พิจารณาต้องทำอย่างรอบคอบ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศเวลานี้ ต้องใช้งบฯอย่างคุ้มค่าในการดูแลประชาชนในประเทศ ขณะที่ภัยคุกคามในปัจจุบันต้องถือว่าไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน หากมีปัญหาอะไรสามารถใช้วิธีการทูตแก้ปัญหาได้ เห็นได้จากปัญหาเขตแดนระหว่าง สปป.ลาว และกัมพูชา สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยการเจรจา

พท.ซัด รบ.–คสช.ยื้อปลดล็อกเอื้อพวก

อีกเรื่อง วันเดียวกัน นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ คสช.และรัฐบาลปฎิเสธปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองว่า ยิ่งให้เวลาได้เตรียมตัวการเลือกตั้งน้อยเท่าไหร่ ขณะที่กติกามีมากขึ้น การเตรียมตัวจะฉุกละหุก แน่นอนต้องเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ พรรคเพื่อไทยไม่กลัว เพราะพรรคใหญ่มีระบบพอสมควรอยู่แล้ว ส่วนพรรคเล็กถ้าไม่ได้มีการเตรียมตัวที่ดีพอคงแย่ และทำไม่ทัน ส่วนพรรคทหารหรือพรรคของพรรคพวกเขา ถ้ามีเตรียมไว้ไม่มีปัญหาแน่ เชื่อว่าเขาเตรียมตัวไว้ก่อนแล้วตามกติกาที่ออกมา ไม่มีอะไรกังวลสำหรับเขา ถึงได้บอกว่าเวลานี้เขาอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ เมื่อมีอำนาจจะทำ เพราะดูแล้วเสียงเรียกร้องไม่ได้รับการตอบรับ โดยมีเหตุผลปฏิเสธแบบข้างๆคูๆ แก้ตัวแบบศรีธนญชัย ส่วนการเลื่อนโรดแม็ปเลือกตั้งไม่น่าเลื่อนแล้ว ถ้าเลื่อนอีกทีเสียคนเลย พูดรับปากหลายครั้งแล้ว ถ้าเลื่อนไปอีกความเป็นลูกผู้ชายชาติทหารจะหมดไป

ก.ม.ระบุทุกขั้นตอนไม่ใช่อยู่ที่สบายใจ

ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีเหตุผลควรที่ คสช.จะปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมเคลื่อนไหวได้แล้ว เพราะร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองผ่านความเห็นชอบจาก สนช.และส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.แล้ว คาดว่าจะประกาศใช้ได้เร็วๆนี้ บทเฉพาะกาลของกฎหมายฉบับนี้ระบุให้พรรคการเมืองต้องทำตามขั้นตอนต่างๆมากมาย อาทิ การยกร่างข้อบังคับพรรคใหม่ การตรวจสอบยืนยันความถูกต้องสมาชิกพรรค การเตรียมการขั้นตอนไพรมารีโหวต ต้องใช้เวลาดำเนินการหลายเดือน หากดำเนินการไม่ทันจะมีบทลงโทษ จึงมีความจำเป็นที่ คสช.ต้องปลดล็อกให้พรรคการเมืองประชุมพรรคได้ เพื่อดำเนินการขั้นตอนเหล่านี้ให้แล้วเสร็จ มิเช่นนั้นพรรคการเมืองอาจส่งผู้สมัครเลือกตั้งไม่ทันกาล อย่าไปยึดความสบายใจแล้วค่อยปลดล็อกตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุอย่าไปกลัวมองมิติความมั่นคงอย่างเดียว จะเข้าสู่สนามเลือกตั้งแล้ว ไม่ควรไปกลัวอะไร

บี้ทบทวนสูตรเลือกตั้งพิสดาร

นายสามารถกล่าวอีกว่า มีความเป็นห่วงการเขียนกติกาเลือกตั้งที่มีสูตรพิสดารออกมามากมาย เป็นการเขียนแบบไม่มีหลักเหตุผล เอาแต่ใจ แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ จะก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติแก่ประชาชน สิ่งที่เคยคุ้นเคยถูกเปลี่ยนแปลงใหม่เช่น บัตรเลือกตั้งและเบอร์ผู้สมัคร ส.ส. จึงอยากให้ กรธ. และ สนช. ทบทวนเนื้อหาเหล่านี้อย่าให้พิสดารมากนัก โดยเฉพาะเบอร์ผู้สมัครที่พรรคหมายเลขไม่ตรงกันในแต่ละเขตนั้น ไม่มีเหตุผล เพราะการให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเพื่อคิดคะแนนทั้งในส่วน ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ แต่เหตุใดกลับไม่ให้ผู้สมัครแต่ละพรรคใช้หมายเลขเดียวกัน ทำให้ประชาชนสับสน ยิ่งทำให้เกิดความวุ่นวาย และ กกต.จะทำงานลำบากขึ้น ไม่มีประโยชน์อะไร การส่งเอกสารแนะนำผู้สมัครให้ประชาชนตามครัวเรือนต่างๆ ย่อมมีโอกาสผิดพลาดได้มากขึ้น และไม่สามารถป้องกันการซื้อเสียงได้ เพราะถ้าคิดจะซื้อเสียง ไม่ว่าจะใช้เบอร์อะไรก็สามารถซื้อเสียงได้

เฉ่งเลิกทีบีบบังคับพรรคการเมือง

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้ คสช.มองความเป็นจริง อย่าไปปิดกั้นการทำกิจกรรมของพรรคการเมือง ยิ่งปิดกั้นยิ่งเป็นผลเสียต่อรัฐบาลเอง ขณะนี้แต่ละพรรคมีการคุยกันอย่างไม่เป็นทางการอยู่แล้ว จึงไม่ควรปิดกั้น ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมเคลื่อนไหว วันนี้ประเทศมีรัฐธรรมนูญแล้ว และกระบวนการตามร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองใกล้มีผลบังคับใช้แล้ว ไม่ควรไปวิตกว่าการประชุมพรรคทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง อย่าไปบีบบังคับพรรคการเมืองตลอดเวลา อย่าคิดตามอารมณ์ ยึดแต่ความสบายใจตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมพูด และอย่านำเรื่องคดีความการเมืองมาเป็นข้ออ้าง ถ้าจะอ้างคดีความการเมืองอีก 2 ชาติก็ไม่หมด พรรคการเมืองต้องมีเวลาเตรียมตัวทำตามขั้นตอนต่างๆให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญใหม่ ขั้นต่ำอย่างน้อยต้องมีเวลาเตรียมตัว 4-5 เดือน ไม่ใช่จู่ๆจะลงสมัครเลือกตั้งได้เลย

ชทพ.ขอเหอะเลิกประวิงเวลา

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลและ คสช.ปฏิเสธเสียงเรียกร้องพรรคการเมืองขอปลดล็อกทำกิจกรรม หลังร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง จะมีผลบังคับใช้ว่า คนเขียนกับคนปฏิบัติเป็นคนละคนกัน ไม่รู้หรอกว่าคนปฏิบัติเป็นอย่างไร แม้แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังมาบ่นที่เขียนแบบนี้ นั่นคือฝ่ายปฏิบัติ ยิ่งฝ่ายการเมืองไม่ต้องไปพูดถึงเลย เรื่องการเตรียมตัวเป็นเรื่องยากลำบาก เพราะในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมืองมีการกำหนดเงื่อนเวลา ต้องทำอะไรกี่เดือน กำหนดขั้นตอนไว้ยุ่งยากมาก ฉะนั้นจึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเห็นใจ และเข้าใจด้วยว่าการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายทุกอย่างมีเงื่อนเวลา และใช้เวลาเป็นเรื่องที่ยากลำบากอยากให้ผ่อนปรน เพราะทันทีที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ หมายถึงการเริ่มต้นนับหนึ่งแล้ว ชักช้าไม่ได้แล้ว ควรปล่อยให้พรรคได้ทำกิจกรรม อย่าไปประวิงเวลาอีกเลย

ทำสวนทางพูดไม่อยากว่ากลืนน้ำลาย

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ว่าจะประวิงด้วยวิธีไหน ก็แล้วแต่ ยืดเวลาประกาศบังคับใช้ออกไป หรือไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น ในเมื่อวันนี้ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ปแล้ว อยากให้เป็นไปตามโรดแม็ปจริงๆ เพราะรัฐบาลเคยบอกโรดแม็ปเลือกตั้งปี 60 ซึ่งไม่สามารถทำได้ครั้งหนึ่งแล้ว

แล้วครั้งนี้ยืนยันอีกว่าโรดแม็ปเลือกตั้งปี 61 เมื่อรัฐบาลเลื่อนโรดแม็ปไปแล้วครึ่งหนึ่ง ไม่อยากเห็นรัฐบาลเลื่อนโรดแม็ปออกไปอีกเรื่อยๆ เพราะจะทำให้รัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือ หากเป็นรัฐบาลที่ขาดความน่าเชื่อถือจะทำให้ปกครองประเทศได้ยาก จริงๆถึงเวลาต้องไว้วางใจประชาชนได้แล้ว เพราะระยะเวลา 3 ปีกว่า คสช.ประกาศตลอดประสบความสำเร็จมีผลงานอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่อยากใช้คำว่า “กลืนน้ำลายตัวเอง” เพราะมันแรงเกินไป สิ่งที่รัฐบาลประกาศไว้กับสิ่งที่เป็นอยู่มันสวนทางกัน ในเมื่อบอกว่าทุกอย่างสงบเรียบร้อย ได้ทำไปตามวัตถุประสงค์แล้ว ยังจะหวาดระแวงอะไร โดยเฉพาะการปรองดอง

ปชป.หวั่นยิ่งช้าฉุกละหุกไม่ทัน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาล คสช.ยืนยันไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองว่า เมื่อกฎหมายพรรค การเมืองใหม่ออกบังคับใช้ มีหลายมาตราที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องทำตาม โดยมีเงื่อนไขระยะเวลาในขั้นตอนต่างๆ กรณีนี้อาจจะขัดกับคำสั่งหรือประกาศของ คสช. อาทิ ห้ามจัดประชุมสาขาพรรค สมาชิกพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ฉะนั้น คสช.ควรจะพิจารณายกเลิกคำสั่งหรือปลดล็อกพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรมของพรรคการเมืองได้เฉพาะเรื่อง หากเรื่องใดที่ คสช.ยังห่วงใย เช่น การชุมนุม การปลุกระดมหรืออื่นๆ คสช.ก็มีอำนาจและมีกฎหมายพิเศษที่ประกาศใช้ควบคุมได้อยู่แล้ว โดยการออกคำสั่งหรือประกาศเพิ่มเติมเฉพาะเรื่องนั้นๆ หาก คสช.เห็นว่าระยะเวลาที่จะประกาศให้ทุกพรรคการเมืองทั้งใหม่เก่าหรือที่จัดตั้งขึ้นมีเวลาทำกิจกรรมพรรคการเมืองพร้อมกัน ในห้วงเวลา 90-120 วัน เกรงว่าจะฉุกละหุก

ต่างเขตต่างเบอร์ไม่ช่วยป้องโกง

นายองอาจกล่าวอีกว่า ส่วนผลสำรวจของสวนดุสิตโพลระบุประชาชน 41.91% ไม่เห็นด้วยที่ กรธ.ให้ยกเลิกระบบผู้สมัคร ส.ส.แบบพรรคเดียวเบอร์เดียวว่า กรธ.บอกจะใช้ป้องกันการทุจริตเลือกตั้งก็มีเหตุผล จากเดิมที่เคยใช้แบบเขตเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ จะให้มาใช้แบบพรรคเดียวกันต่างเขต ต่างเบอร์มีทั้งข้อดีข้อด้อย ข้อดีแบบแรกคือประชาชนจดจำง่าย ไม่สับสน เคยใช้มาก่อน ส่วนแบบที่สอง เคยใช้มาในการเลือกตั้งช่วงปี 2539 และการเลือกตั้ง ส.ก.และ ส.ข.ใน กทม.ยังคงใช้ระบบนี้อยู่ ตามเขตปกครอง 50 เขต มีพื้นที่แคบกว่าเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ส.ส. คนก็ไม่สับสน หากมีการประชา-สัมพันธ์ที่ดี เชื่อว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.จะเข้าใจได้ ขนาดการเลือกตั้ง ส.ข.ทีมเดียวกัน 7 คน แต่ละคนมีเบอร์ของตัวเองต่างกันก็ไม่มีปัญหาการโหวตลงคะแนน ส่วนเหตุผลที่จะเปลี่ยนมาใช้แบบพรรคเดียวกันต่างเขตต่างเบอร์นั้น ส่วนตัวเห็นว่าข้อเสนอของ กรธ.ไม่น่าจะใช้ป้องกันการทุจริตเลือกตั้งได้มากกว่าแบบเขตเดียวเบอร์เดียว แต่เป็นความพยายามหาวิธีเพื่อป้องกันการโกงเลือกตั้งที่ดีของ กรธ. แต่ควรรับฟังเสียงของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย

จี้เปิดช่อง กก.บห.ถกแก้ข้อบังคับ

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี คสช.ยืนยันยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองต่างๆทำกิจกรรมว่า ปัจจุบันโดยข้อเท็จจริงผู้มีอำนาจคงรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่แล้วในทางลับ มีการพูดคุยตามโรงแรม สนามกอล์ฟ ดังนั้นทางที่ดีคือรัฐบาล คสช.ควรจะกำหนดให้ชัดเจนว่าอะไรที่สามารถทำได้ อะไรทำไม่ได้เพื่อเป็นแนวปฏิบัติของพรรคการเมือง ยิ่งถูกครหาว่าผู้มีอำนาจใช้ กรธ.ออกกฎหมายตัดตอน บอนไซพรรคการเมือง รัฐบาลควรจะแสดงความจริงใจตรงนี้ เพราะการจัดตั้งพรรคการเมืองตามกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ที่จะออกมาบังคับใช้ มีขั้นตอนการดำเนินการต่างๆเป็นขั้นตอน ควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองประชุม อาจกำหนดให้ กก.บห.หรือผู้ร่วมก่อตั้งพรรคใหม่สามารถประชุมได้เพื่อออกระเบียบ แก้ไข ปรับปรุงระเบียบให้สอดคล้องรองรับกับกฎหมายพรรคการเมืองใหม่และรัฐธรรมนูญใหม่ปี 2560

ผ่อนปรนเฉพาะไม่เกี่ยวม็อบระดมคน

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคงปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคใหญ่หรือพรรคการเมืองเดิมที่มีอยู่แล้วจะมีความได้เปรียบพรรคการเมืองใหม่และพรรคการเมืองขนาดเล็ก เพราะมีระบบการทำงานของพรรครองรับอยู่ก่อนแล้ว ไม่ต้องสร้างระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ เข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้มีอำนาจคือเกรงว่าบางฝ่ายอาจจะมีการสร้างสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ก่อนงานพระราชพิธีสำคัญ แต่การกำหนดเปิดช่องให้พรรคการเมืองสามารถประชุม กก.บห.หรือคณะผู้ก่อตั้งพรรคใหม่น่าจะทำได้ ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ระดมคน หรือเปิดเวทีปราศรัยเคลื่อนไหวทางการเมือง

แนะพิมพ์ชื่อ-สกุล-โลโก้กันสับสน

นายประมวลกล่าวต่อว่า ส่วนที่ กรธ.เสนอใช้ระบบผู้สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส.แบบพรรคเดียวต่างเขตต่างเบอร์แทนแบบเดิม ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมายังมีการทุจริต บางยุคสมัยแม้จะพิมพ์บัตรเลือกตั้งจากส่วนกลางจากโรงพิมพ์ที่พิมพ์ระบบพิเศษ แต่ยังมีการพิมพ์บัตรปลอมออกมา เป็นข่าวพบการเอาบัตรเลือกตั้งไปทำลายทิ้งแม่น้ำลำคลอง บางส่วนเอาไปเผาทำลายทิ้งข้างทางข้างถนน เหลือซากเป็นกล่องๆหลังการเลือกตั้ง ดังนั้น ข้อสรุปในการเลือกตั้งที่ได้คือแม้จะคิดป้องกันดีแค่ไหนอย่างไร แต่คนเลวที่คิดจะโกงก็คิดกลวิธีเลวๆได้เสมอ จึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของ กรธ.อย่างน้อยก็คิดดี พยายามจะป้องกันการโกงเลือกตั้ง หรือหากสับสนมากก็ใช้วิธีการพิมพ์ชื่อ สกุล และโลโก้ของพรรคแทนตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯเสนอมาก่อนหน้านี้ก็ได้ จะเป็นทางออกกลางๆที่ดีที่สุด ประเทศที่เจริญแล้วก็ใช้กันมาก

“บิ๊กตู่” ปลื้ม กทม.ที่ 1 เมืองเที่ยวคุ้ม

วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้รับทราบว่า เว็บไซต์เดอะมิเรอร์ของอังกฤษรายงานผลการจัดอันดับราคาค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวระยะยาวของเมืองต่างๆทั่วโลก ปรากฏว่ากรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้ระยะเวลานานแต่คุ้มค่ามากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ประจำปี 2017 นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินน้อยที่สุดและได้รับบริการในระดับคุณภาพ ทั้งนี้ นายกฯ ใส่ใจในปัญหาทุกเรื่องและย้ำว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะต้องแก้ไขให้สำเร็จ เช่น กรณีที่นักท่องเที่ยวติดอยู่ที่ด่าน ตม. จำนวนมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ ได้สั่งการให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนไม่ได้นิ่งนอนใจ ทำให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และได้รับคำชื่นชมจากสังคม โดยเฉพาะผู้อยู่ในเหตุการณ์ และเคยวิพากษ์วิจารณ์มาก่อน