คนและฉลามมีบรรพบุรุษร่วมกัน 440 ล้านปีที่แล้ว

(ภาพเล็ก Credit: Coates M.I. et al. Proceedings B/2018 - ภาพใหญ่ Credit : CC0 Public Domain)

เมื่อปี พ.ศ.2544 มีนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายซากดึกดำบรรพ์ หรือฟอสซิล (fossil) ของปลาฉลามที่พบในประเทศเยอรมนี ซึ่งในขณะนั้นเชื่อกันว่าปลาฉลามไม่มีฟัน และตั้งชื่อซากปลาฉลามดังกล่าวว่า Gladbachus adentatus แต่ล่าสุด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก, มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้ตรวจสอบซากฟอสซิลปลาฉลามอีกครั้ง โดยศึกษาจากโครงกระดูกปลาฉลามที่เคยมีชีวิตอยู่ในยุคดีโวเนียน (Devonian) เมื่อ 416-358 ล้านปีก่อน

ทีมวิจัยได้ศึกษาชิ้นส่วนของโครงกระดูกทั้งหมดซึ่งถูกหุ้มด้วยยางเหนียวที่ทำให้ถนอมโครงสร้างแข็งภายใน เช่น ฟัน กะโหลกศีรษะ กระดูกอ่อนและเหงือก โดยใช้วิธีซีทีสแกน (CT scan) ทำให้ได้ภาพสมบูรณ์ ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าซากปลาฉลามชนิดนี้เป็นแผ่นเกล็ดและกระดูกในศีรษะของมันมีลักษณะหยาบมาก และยังพบว่า ปลาฉลามชนิดนี้อยู่ในช่วงรอยต่อวิวัฒนาการของสายพันธุ์ปลาคือ กลุ่มอะแคนโธเดียนส์ (Acanthodians) และปลากระดูกอ่อน ปลากระดูกแข็งในกลุ่มคอนดริกไทอิส (Chondrichthyes) ทำให้สามารถประมาณการได้ว่า ปลาฉลามและบรรพบุรุษของมนุษย์แยกตัวออกจากกันในยุคดีโวเนียนเมื่อ 443-416 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งอาจสรุปได้ว่า มนุษย์และปลาฉลามมีบรรพบุรุษร่วมกันเมื่อประมาณ 440 ล้านปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตว่า วิวัฒนาการของปลาฉลามมีความซับซ้อนในเชื้อสายของพวกมัน เนื่องจากลักษณะที่พบในฉลามสมัยใหม่นั้นจะมีลำคอยาว มีหลายช่องเหงือก และมีฟันจำนวนมากทั้งขนาดเล็กและใหญ่.