จวก '3พี่เบิ้ม' ถล่ม-ซีเรีย! ยิงขีปนาวุธกว่า100ลูก โจมตีกรุงดามัสกัส

ยิงขีปนาวุธกว่า100ลูก จากเรือ-เครื่องบิน โจมตีกรุงดามัสกัส

3 ชาติรุมยำ “ซีเรีย” อ้างใช้สารพิษฆ่าประชาชน องค์กรสากลร่วมเออออ ปูตินจวก 3 ชาติเลอะเทอะที่กล่าวหาซีเรีย อิหร่านขู่ยิ่งยั่วให้ก่อการร้ายปะทุ ด้านอังกฤษยืนยันว่าโจมตีที่ถูกต้องชอบธรรม ส่วนฝรั่งเศสยันหลักฐานเชิงเทคนิคระบุชัด ขณะที่ชาวซีเรียก่นด่า 3 ชาติและออกมาประท้วงตามถนน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานติดตามสถานการณ์ ในซีเรียอย่างกระชั้นชิด หลังสหรัฐฯ ร่วมกับอังกฤษและฝรั่งเศสโจมตีทางอากาศถล่มกรุงดามัสกัสของซีเรีย เมื่อ 14 เม.ย.เพื่อตอบโต้ตามข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองโดมาในภูมิภาคกูตา ที่มั่นสุดท้ายของกบฏทางตะวันออกของกรุงดามัสกัส เมื่อวันเสาร์ที่ 7 เม.ย. จนมีเหยื่อบริสุทธิ์เสียชีวิต 88 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศออกคำสั่งโจมตีทางทหารจากทำเนียบขาว จากนั้นมีเสียงระเบิดถล่มกรุงดามัสกัสจนเสียงดังสนั่นอย่างน้อย 6 ครั้ง ก่อนแถลงออกอากาศว่า รัฐบาลจะยังคงเตรียมใช้วิธีการตอบโต้นี้จนกว่าทางการซีเรียจะหยุดใช้อาวุธเคมีต้องห้าม

ขณะที่ พล.อ.เจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กับ พล.อ.โจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ ร่วมกันกล่าวว่า ขีปนาวุธจาก 3 ชาติพันธมิตรยิงออกจากเรือรบและเครื่องบินควบคุมโดยพลขับพุ่งเป้าโจมตี 3 จุดใหญ่ๆ ครอบคลุมพื้นที่ด้านการวิจัย การพัฒนา การผลิตและการทดสอบอาวุธเคมี รวมถึงอาวุธชีวภาพ และคลังอาวุธเคมีสำคัญใกล้เมืองฮอมส์ ถือว่าเป็นไปตามแผนที่จะให้เกิดความสูญเสียในซีเรียน้อยที่สุด

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีหญิงเทเรซา เมย์ แห่งอังกฤษ แถลงออกอากาศว่า การตัดสินใจร่วมโจมตีซีเรีย ไม่ใช่เป็นการแทรกแซงสงครามการเมือง ไม่ใช่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่เป็นการโจมตีพุ่งเป้าชัดเจนและจำกัด อังกฤษจะไม่ยอมให้การใช้อาวุธเคมีกลายเป็นเรื่องธรรมดาภายในประเทศ ซีเรีย ตามท้องถนนในอังกฤษหรือที่ไหนๆบนโลกของเรานี้ พร้อมยืนยันว่าเป็นการโจมตีที่ถูกต้องชอบธรรมและประสบผลสำเร็จ

ด้านกระทรวงกลาโหมอังกฤษออกแถลงการณ์ว่า เครื่องบินรบบริติช ทอร์นาโด 4 ลำยิงขีปนาวุธสตรอม ชาโดว์ ใส่ฐานทัพซีเรีย ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฮอมส์ไปทางตะวันตกราว 24 กม. เมื่อช่วงเช้า 08.00 น.ตามเวลาไทย โดยวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมากกำหนดเป้าโจมตีแม่นยำสุดเพื่อทำลายล้างคลังเก็บอาวุธเคมีให้ได้มากสุดและลดความเสี่ยงการปนเปื้อนบริเวณรอบข้างให้น้อยสุด

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส เผยว่า การใช้อาวุธเคมีจนกลายเป็นเรื่องปกติถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงโดยส่วนรวม จะปล่อยให้ไม่มีการตอบโต้ไม่ได้ และจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ทั้งรูปภาพ คลิปวีดิโอที่เห็นอาการของเหยื่อ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ กับข่าวกรองที่น่าเชื่อถือของฝรั่งเศสสรุปได้ว่า เป็นการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรีย

การตอบโต้ซีเรียครั้งสำคัญนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ทั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) สหภาพยุโรป (อียู) เอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรเรียกร้องสิทธิมนุษยชนทั่วโลก นายกรัฐมนตรีหญิง แองเจลาแมร์เคิลแห่งเยอรมนี และรัฐบาลตุรกี ที่ต่างเห็นว่าจำเป็นมีความเหมาะสม และพร้อมอยู่ข้างความยุติธรรม ส่วนนายแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น และเลี่ยงการกระทำใดที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายทุกข์ทรมานประชาชนชาวซีเรีย

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ประณามเหตุโจมตีที่ถือว่าก้าวร้าว ทำให้วิกฤติด้านมนุษยธรรมในซีเรียเลวร้ายลง และทำลายล้างอำนาจของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศพังทลายหมดสิ้น พร้อมเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) นัดประชุมฉุกเฉิน ปูตินยังยืนยันว่าการโจมตีด้วยอาวุธเคมีที่กล่าวอ้างกันในเมืองโดมาเป็นเรื่องโกหก เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านทางทหารรัสเซีย ซึ่งเข้าไปตรวจสอบเมืองโดมาแล้วไม่พบร่องรอยการโจมตีด้วยอาวุธเคมี ปูตินยังวิจารณ์สหรัฐฯกับประเทศพันธมิตรที่รวมหัวกันถล่มซีเรียโดยไม่รอผู้ตรวจสอบจากองค์กรห้ามอาวุธเคมี (โอดีซีดับเบิลยู) ที่เตรียมเดินทางลงพื้นที่

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่า ขีปนาวุธกว่า 100 ลูก รวมจรวดโทมาฮอว์กที่ฝ่ายสหรัฐฯ อังกฤษกับฝรั่งเศสยิงถล่มซีเรียนั้น ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของซีเรียที่ผลิตโดยรัสเซีย ทั้งระบบ เอส-200 และขีปนาวุธ BUK สามารถยิงสกัดไว้ได้ 71 ลูก และไม่มีใครตกเป็นเหยื่อทั้งพลเมืองชาวซีเรียหรือกำลังทหารซีเรีย นั่นเป็นเพราะความชำนาญการของทหารซีเรียที่ได้รับการฝึกฝนจากผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียอย่างดีเยี่ยม

ส่วนสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นซีเรีย รายงานถึงประชาชนชาวซีเรียที่สนับสนุนประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัซซัด ต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนนเพื่อประณามประธานาธิบดีทรัมป์ และแสดงถึงความภาคภูมิใจต่อประเทศชาติ ซึ่งอัสซัดเผยว่า ยิ่งทำให้ซีเรียและประชาชนมีแรงต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายทุกตารางนิ้วในประเทศ ขณะที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน อีกหนึ่งประเทศที่สนับสนุนซีเรีย มองถึงเหตุโจมตีซีเรียของผู้นำ 3 ประเทศว่าเป็นอาชญากร ซึ่งจะไม่ประสบผลสำเร็จใด เหมือนอย่างที่อิรัก และอัฟกานิสถานจากการกระทำในอดีต ด้านกระทรวงต่างประเทศอิรักเตือนว่าอาจยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาคนี้

3 ชาติรุมยำ “ซีเรีย” อ้างใช้สารพิษฆ่าประชาชน องค์กรสากลร่วมเออออ ปูตินจวก 3 ชาติเลอะเทอะที่กล่าวหาซีเรีย อิหร่านขู่ยิ่งยั่วให้ก่อการร้ายปะทุ ด้านอังกฤษยืนยันว่าโจมตีที่ถูกต้องชอบธรรม 15 เม.ย. 2561 02:31 ไทยรัฐ