สื่อนอกทึ่ง ‘ตูน บอดี้สแลม’ วิ่งการกุศลช่วย รพ. เปิดใจ ‘ผมไม่ใช่ฮีโร่’

สื่อของประเทศสิงคโปร์ รายงานข่าวการวิ่งระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลของ ตูน บอดี้สแลม นักร้องดังชาวไทย โดยตูนได้เปิดเผยความรู้สึก และสิ่งที่เขาต้องการจากการวิ่งครั้งนี้ด้วย...

สำนักข่าว ‘แชนเนล นิวส์ เอเชีย’ ของประเทศสิงคโปร์ รายงานข่าว การวิ่งการกุศลของ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ‘ตูน บอดี้สแลม’ ศิลปินนักร้องชื่อดังของประเทศไทย เพื่อรับเงินบริจาคสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาล 11 แห่ง ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า ‘ก้าวคนละก้าว’

แชนเนล นิวส์ เอเชีย ระบุว่า เป้าหมายของตูนคือ จะวิ่งเป็นระยะทาง 2,191 กิโลเมตร จากอำเภอเบตง พื้นที่ใต้สุดของประเทศไทยในจังหวัดยะลา ไปยังอำเภอแม่สาย เขตตอนเหนือสุดของประเทศในจังหวัดเชียงราย ภายในระยะเวลา 55 วัน แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตูนวิ่งเพื่อขอรับเงินบริจาคให้โรงพยาบาล ในปี 2559 ตูนเคยวิ่งเป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร ได้เงินบริจาคถึง 63 ล้านบาท และในครั้งนี้เขาตั้งเป้าหมายไว้ที่ 700 ล้านบาท

ภาพการวิ่งของ ตูน บอดี้สแลม ที่ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 13 พ.ย.

ตูนบอกกับ แชนเนล นิวส์ เอเชีย ว่า สาเหตุที่เขาเลือกใช้การวิ่งระยะไกลแทนที่จะใช้วิธีอื่นๆ เช่น การจัดคอนเสิร์ต ในการรวบรวมเงินบริจาค ก็เพราะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจัดมาก “ผมเป็นนักร้อง ไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ” ตูนกล่าว “คนถามผมว่าทำไมผมไม่จัดคอนเสิร์ตเพื่อหาเงินช่วยเหลือโรงพยาบาล”

“แต่มันมีค่าใช้จ่ายในการจัด และสุดท้ายเราอาจได้เงินน้อย ซึ่งไม่พอซื้ออุปกรณ์ที่โรงพยาบาลต้องการ” นักร้องหนุ่มกล่าว “ผมเลยคิดว่า ถ้าผมไม่ใช้อะไรเลยในการหาเงินนอกจากตัวเองล่ะ? ถ้าผมไม่ใช้อะไรเลยนอกจากตัวเองในการวิ่ง เพื่อสะท้อนให้เห็นปัญหา และได้รับเงินบริจาคไปด้วยล่ะ?”

ตูนยังพูดถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่บอกว่า เขาหากินกับโรงพยาบาล หรือการวิ่งของเขาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาโรงพยาบาลในชนบทขาดแคลนงบประมาณในระยะยาวด้วยว่า เขาไม่ได้หวังจะได้รับเสียงชื่นชมในความพยายามของเขา

“ผมไม่ได้ต้องการเสียงชื่นชมใดๆ ผมไม่ใช่ฮีโร่ หรือคนพิเศษ” ตูนกล่าว “สุดท้ายแล้ว ผมก็เป็นเพียงสะพานที่เชื่อมโยงคนไทยให้รู้ถึงปัญหาเท่านั้น” “คนที่สมควรได้รับการชื่นชม และการยอมรับ คือ เหล่าแพทย์ และพยาบาลผู้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากต่างหาก”

ตูนยังหวังว่า โครงการนี้จะช่วยเพิ่มความตระหนักรู้ในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีให้แก่ชาวไทยด้วย “มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องการมากที่สุดจากโครงการนี้ คือ ให้พวกเขา (ชาวไทย) เห็นผมวิ่ง แล้วอยากจะลุกขึ้นมาออกกำลังกาย และดูแลสุขภาพตัวเอง” ตูนกล่าว “ผมคิดว่านั่นจะเป็นวิธีแก้ไขปัญหาคนล้นโรงพยาบาลรัฐได้อย่างยั่งยืน”

ตูน บอดี้สแลม ถ่ายรูปกับชาวบ้านที่มาให้กำลังใจ

อนึ่ง ล่าสุด ตอนนี้