แอนตาร์กติกาตะวันออกเผชิญสูญเสียน้ำแข็ง

Credit : DigitalGlobe Inc.

เมื่อเร็วๆนี้มีรายงานลงวารสารวิจัยธรณีฟิสิกส์แห่งสหพันธ์ธรณีฟิสิกส์อเมริกัน (American Geophysical Union Geophysical Research Letters) โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเออร์ไวน์ ในสหรัฐอเมริกา เผยพบหลักฐานการสูญเสียมวลในธารน้ำแข็งท็อตเทน (Totten glacier) และธารน้ำแข็งของมหาวิทยาลัยมอสโก (Moscow University glacier) ที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแอนตาร์กติกา

นักธรณีวิทยาได้ประยุกต์เทคนิคที่เหมาะสมกับข้อมูลจากดาวเทียมเกรซ (Gravity Recovery and Climate Experiment-GRACE) รวมกับการประมาณค่าใกล้เคียงที่สมดุลของมวลจากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชั้นบรรยากาศและน้ำแข็งที่ถูกปลดปล่อย ซึ่งวัดโดยเครื่องมือจากโครงการไอซ์บริดจ์ขององค์การนาซา ที่ตั้งขึ้นเพื่อสำรวจความเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งบริเวณขั้วโลก จากการคำนวณพวกเขาเผยว่าระหว่างเดือน เม.ย.2545 ถึง ก.ย.2559 ธารน้ำแข็งทั้ง 2 แห่งสูญเสียมวลไปประมาณ 18,500,000 ล้านกิโลกรัมต่อปี และพบว่าระดับน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มขึ้น 0.7 มิลลิเมตร ถ้าหากธารน้ำแข็งทั้งคู่ยุบตัวลงอย่างสมบูรณ์ก็จะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 เมตร ที่สำคัญคือทั้ง 2 แห่งยังเสี่ยงต่อการบุกรุกของน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นและมีศักยภาพในการเพิ่มระดับน้ำทะเลมากขึ้นด้วย

การวิจัยครั้งใหม่นี้ชี้ให้เห็นว่าธารน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกาตะวันออกมีความสำคัญต่ออนาคตของมนุษยชาติไม่แพ้ฝั่ง ตะวันตกของแอนตาร์กติกา และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็คือปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่กำลังทำให้ธารน้ำแข็งขั้วโลกเกิดความผันผวน เสมือนนับถอยหลังไปสู่การล่มสลายที่เร็วขึ้น.