ย้อนรอยนางเอก 9 ชีวิต พิงกี้ สาวิกา กับเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากเจอ

เป็นนักแสดงที่มากความสามารถ สำหรับ พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช เธอมีเส้นทางชีวิตในวงการมายามาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยมี แม่อ้อย สรินยา ไชยเดช เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการดันลูกเข้าวงการตั้งแต่อายุยังน้อย ผลงานชิ้นแรกคือ การถ่ายโฆษณา ก่อนจะเริ่มขยับเข้าสู่วงการมายาเล่นละคร โดยรับเล่นเรื่องแรกให้กับช่อง 3 เรื่อง "ไฟในดวงตา" รับบทเป็นลูกของ ตุ๊ก จันทร์จิรา จูแจ้ง

หลังจากนั้นมาเล่นละครกับทางช่อง 7 เรื่องแรกคือ "วันนี้ที่รอคอย" ส่วนละครที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักคือ "ดาวพระศุกร์" รับบทเป็นดาวพระศุกร์ตอนเด็ก ซึ่งเรื่องนี้ได้แจ้งเกิด และทำให้เธอเริ่มเป็นที่รู้จัก ณ ตั้งแต่ตอนนั้น ในฐานะดาราเด็ก จากนั้นพิงกี้ก็มีละครเรื่อยมาไม่ขาดสาย จนกระทั่งเริ่มโตเป็นสาว เธอได้ไปเป็นนักร้อง ออกอัลบั้มร่วมกับเพื่อนอีก 3 คน ของค่ายแกรมมี่ ชื่อวง "บั๊ก บันจี้" ในปี 2544 กลับมาเล่นละครเรื่อง "ปิ่นไพร" และก็ได้ร่วมงานกับทางช่อง 7 นับตั้งแต่นั้นมา 

แต่เมื่อสัญญากับทางช่อง 7 ใกล้จะหมด เป็นอีกหนึ่งประเด็นใหญ่ที่หลายคนจับตามองในช่วงนั้น เพราะนอกจากจะเป็นเหตุการณ์ที่หลายคนเชื่อว่าจบไม่สวยแล้ว การเริ่มต้นในอาชีพนักแสดงกับช่องใหม่อย่างวิกพระรามสี่ของเธอก็ยังเป็นหมัน แม้จะมีข่าวการฟิตติ้งละครออกมาให้เห็นตามหน้าสื่อแล้วก็ตาม แต่ท้ายที่สุด พิงกี้ สาวิกา ก็สามารถหวนคืนจอได้อีกครั้งในฐานะนักแสดงอิสระ พร้อมกับสร้างชื่อให้ตัวเองในบท ดีนี่ สาวน้อยที่มีความทะเยอทะยาน จากละครรีเมกรสแซ่บ มารยาริษยา

ส่วนเรื่องราวความรักของเธอ ณ ตอนนั้นได้ตกเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ใหญ่โตเกือบระดับชาติเลยก็ว่าได้ เมื่อเธอได้ตกเป็นข่าวดังในกรณีมีความสัมพันธ์กับ เป๊ก ร.ท. สัญชัย เองตระกูล สามีของ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล เลยทำให้หลายคนเริ่มตีตราว่า "เป็นมือที่สาม" ทำครอบครัวคนอื่นร้าวฉาน จากเหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเธอ และงานในวงการบันเทิงอีกด้วย

จนกระทั่ง พิงกี้ ต้องออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการตรวจปัสสาวะและตรวจเลือด เพื่อพิสูจน์ว่า เธอไม่ได้ท้อง ต่อหน้าสื่อมวลชน เป็นเรื่องที่นับว่าพีคที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้ ซึ่งพิงกี้ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้สร้างความเสียหายให้กับเธอเป็นอย่างมาก จากนั้นพิงกี้ก็เริ่มหายหน้าไปจากวงการบันเทิงไทย และไปอยู่ในวงการบันเทิง บอลลีวูด ประเทศอินเดีย เคยได้มีโอกาสสร้างชื่อให้กับตัวเองในฐานะนักแสดงโกอินเตอร์ ฝึกภาษา ฝึกการร้อง และการเต้น เรียกได้ว่าทุ่มเททั้งพลังใจและพลังกายให้กับงานแสดงของเธอแบบเต็มเวลา จากเหตุการณ์ดังกล่าวสื่อมวลชนจึงตั้งฉายาให้เธอว่า "อีพิ้งคนเริงเมือง" และ "ส่าหรีลี้รัก"

ในปี 2557 พิงกี้ เปิดตัว คบหาดูใจกับ เพชร อิทธิ ชวลิตธำรง ไฮโซหมื่นล้านชื่อดังที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ จากนั้นในช่วงเดือน ก.ค. ของปีเดียวกัน ก็ได้ประกาศแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ ทั้งที่ไม่มีข่าวคราวความรักของทั้งคู่แว่วมาก่อนเลย เรียกได้ว่าคบหากันแบบเงียบๆ จริงๆ จากนั้น พิงกี้ ไฮโซเพชร ก็ได้ควงคู่กันออกมาแถลงข่าวยืนยันเรื่องงานวิวาห์ต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยความชื่นมื่น และเข้าพิธีวิวาห์ไปในวันที่ 12 ก.ย. 2557 ที่โรงแรมหรูใจกลางพัทยา ซึ่งในตอนนี้แว่วมาว่า ฝ่ายชายทุ่มงบจัดงานแต่งแบบอลังการกว่า 300 ล้านบาทเลยทีเดียว

จากนั้นทั้งสองก็ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันเรื่อยมา เป็นเวลาร่วม 3 ปี จนกระทั่งมีข่าวลือออกมาหนาหูว่า ขาเตียงเริ่มสั่นคลอน ทำเอาหลายคนตกใจไปตามๆ กัน เพราะคิดว่า ชีวิตนกน้อยในกรงทองของพิงกี้ จะมีความสุขดีบนกองเงินกองทอง แต่ล่าสุดตัวพิงกี้เอง ก็ได้ออกมายอมรับด้วยตัวเองว่า เลิกรากันจริงดังที่เป็นข่าว ไม่ใช่เรื่องมือที่ 3 และไม่ได้ทะเลาะกันแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะทัศนคติที่ไม่ตรงกัน สามีปรารถนาดีอยากให้ทำธุรกิจ แต่ตนเองไม่ถนัดเพราะชอบงานวงการบันเทิง เลยกลับบ้านมาอยู่กับพ่อแม่เพื่อความสบายใจ ยันยังรักสามีเสมอ และทั้งคู่ก็จบลงกันด้วยดี

ไม่ว่าจะเจอปัญหากี่ครั้ง หรือกี่เรื่อง แต่สำหรับตัวของ พิงกี้ เอง ก็จะสามารถผ่านเรื่องทุกอย่างไปได้ด้วยดีและกลับมายืนในจุดเดิมได้อย่างสวยงามอีกครั้ง และเชื่อว่า ยังมีคนที่รักเธอไม่น้อย และคอยให้กำลังใจเธออยู่เช่นกัน เธอเปรียบเสมือนแมว 9 ชีวิต ที่แม้ว่าจะเกือบตายกี่ครั้งๆ ก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ พิงกี้ สาวิกา ไชยเดช สู้ต่อไป...