สะเทือนใจ! สาวมาด เปิดตัวลูก ร่ำไห้! ไม่เคยได้อุ้ม-โทษตัวเองโง่ (คลิป)

สาวมาด เมกะแดนซ์ เปิดใจทั้งน้ำตาถึง น้องแก้มใส ลูกสาววัย 4 ขวบ ว่าลูกคือกำลังใจสำคัญที่ทำให้อยากหายไวๆ จะได้เลี้ยงลูกเอง น้อยใจลูกไม่ค่อยมีความผูกพันกับแม่ สะเทือนใจชีวิตนี้ไม่เคยได้อุ้มลูก

ชีวิตยิ่งกว่าละคร สำหรับนักร้องลูกทุ่งขาแดนซ์เจ้าของผลงานเพลง สาวลาดพร้าว และดาวมหาลัย อย่าง สาวมาด เมกะแดนซ์ หรือ ภทรชล ชมวงค์ ที่วันนี้เจ้าตัวได้มาเปิดใจพูดคุยถึงเรื่องราวในชีวิตของตัวเองอีกครั้งกับบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ว่า

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต
“คือกับกรุง เราอยากมีลูกกันค่ะ ตั้งใจอยากจะมีลูก แต่ตอนนั้นเรามียาก หมอบอกว่าท่อรังไข่มันตันไม่สามารถส่งไข่ไปได้ ถ้าอยากจะมีลูกต้องทำกิฟต์ ซึ่งราคาประมาณแสนนึง ก็เลยไม่ทำเพราะเสียดายเงิน

ถ้าเค้าอยากจะเกิดก็ให้มาเกิดเอง และหมอก็ไม่ได้การันตีว่าทำกิฟต์แล้วจะติดหรือเปล่า และเค้าก็มาเกิด แต่ก็เกิดเหตุการณ์ครรภ์เป็นพิษก่อน ซึ่งวันนั้นเราอยู่ที่สระบุรี ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กลับมาจากเยอรมนีพอดี คือเราไปตรวจพบว่าตัวเองท้องที่เยอรมนี ซึ่งตอนนั้นก็ท้อง 5 เดือนแล้ว

พอกลับก็ตั้งใจว่าจะมาฝากครรภ์ที่สระบุรี แต่ดันมีงานในวันนั้นก็เลยว่าจะทำงานก่อน แต่ระหว่างนั้นรู้สึกเหนื่อย ไม่ไหวเลยกลับบ้าน หลังจากนั้นเราก็น็อกไปเลยไม่รู้อะไรอีกแล้ว

ซึ่งอาการครรภ์เป็นพิษมันทำให้ทำลายภูมิต้านทานข้างในเกล็ดเลือดต่ำ ความดันสูง มีเลือดออกที่ก้านสมอง อันนี้คือสิ่งที่พี่กรุงเล่าให้ฟังนะคะ ตอนนั้นเราไม่รู้สึกตัวแล้ว เป็นเจ้าหญิงนิทราไปแล้วนาน 2 เดือน”

รูปสมัยสาวๆ ของสาวมาด

หลับไปนาน 2 เดือน ฟื้นขึ้นมาก็ถามหาลูกทันที
“หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาก็ยังพูดไม่ได้เพราะว่าถูกเจาะคอให้อาหาร ตอนนั้นกะพริบแค่ตาได้ หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ก็เริ่มพูดได้ ก็ถามหาลูกว่าลูกอยู่ไหน พี่กรุงก็บอกว่าเดี๋ยวลูกก็มา ลูกนอนหลับอยู่ กว่าหมอจะเอาลูกมาให้ดูก็ถามหาอยู่ 3-4 วัน ร้องไห้บอกว่าอยากเห็นลูก จนพี่กรุงต้องไปบอกหมอว่าเอาลูกมาให้เมียผมดูหน่อย เค้าร้องไห้อยากเห็นหน้าลูก

แล้วพยาบาลก็เข็นลูกมาใส่ตู้อบ พอเปิดตู้อบเห็นลูกตัวแดงๆ น้ำตาไหลสงสารลูกเลย เค้าตัวเล็กมาก ตัวเท่ากำปั้นได้ ตอนแรกหมอบอกว่าน้องไม่รอดหรอก ไม่ต้องเก็บไว้ ถึงออกมาก็พิการ ตาบอด หูหนวก ให้เอาออก แต่พี่กรุงไม่ให้เอาออก บอกว่าจะตาบอด หูหนวก พิการก็จะเลี้ยง เอาไว้เถอะ

สุดท้ายก็เลี้ยงกันมาจนตอนนี้น้องแก้มใส อายุเกือบ 4 ขวบแล้ว น้องครบ 32 ทุกอย่าง เก่งด้วย อยู่อนุบาลแล้ว”

เล่าถึงเรื่องราวความผูกพันของตัวเองและลูก

น้องแก้มใส มีแววเป็นนักร้องเหมือนพ่อกับแม่
“น้องแก้มใสพูดเก่งมาก (ยิ้ม) เค้าร้องเพลงสาวผัวเผลอของสาวมาดได้ด้วยนะ (ยิ้ม) เค้าดูมีแววจะเป็นนักร้องเหมือนพ่อกับแม่ ก็ชวนลูกไปออกรายการร้องเพลงด้วยกัน อัดคลิปให้หม่ามี้หน่อย แต่เค้าบอกว่าถ้าหม่ามี้อยากร้องอยากไปก็อัดไปเถอะ (หัวเราะ) เค้าไม่ชอบให้บังคับ

แต่น้องแก้มใสไม่ได้อยู่กับเราตอนนี้ เพราะตัวเองก็ยังดูแลตัวเองไม่ได้ เคยเอาเค้ามาอยู่ด้วย แต่พี่ดม ที่มาดูแลเรา เค้าดูแลทั้งแม่และลูกไม่ไหว และรายได้ก็ไม่มี แถมยังต้องไปหาหมออยู่บ่อยๆ ก็ไม่สะดวกเลยให้แก้มใสไปอยู่กับปู่-ย่า ที่อุดรค่ะ

ยอมรับว่าคิดถึงลูกมาก แต่ทำได้แค่วิดีโอคอล ลูกก็ร้องเพลงให้ฟังค่ะ (ยิ้ม) น้องแก้มใสรู้จักสาวมาดด้วยนะคะ เวลาเค้าเห็นในยูทูบเค้าก็จะพูดว่านี่สาวมาด ไม่เรียกหม่ามี้ (ยิ้ม)”

น้องแก้มใส ลูกสาวสาวมาด เมกะแดนซ์

น้อยใจลูกสาวที่ลูกไม่ติดแม่
“ตอนนี้ตั้งใจเอาไว้ว่าถ้าหายแล้ว กลับมาร้องเพลงได้ก็จะไปเอาลูกกลับมาเลี้ยงค่ะ (ยิ้ม) น้องแก้มใสไม่ค่อยสนิทกับเรา เพราะไม่ได้เลี้ยงเค้าตั้งแต่เด็ก แต่เค้าก็เรียกเราหม่ามี้นะ ให้กอดให้หอมค่ะ

ตอนที่เค้าเกิดมาก็แทบจะอุ้มไม่ได้ เพราะแขนอีกข้างไม่มีแรง ทำได้แค่เอาลูกมาวางใส่มือ บางทีเราก็น้อยใจลูกว่าทำไมลูกไม่ติดเรา (ร้องไห้) เอาจริงๆ นะ ตอนแรกที่ฟื้นขึ้นมา รู้ว่าตัวเองเดินไม่ได้ แทบจะกินยาตายเลย แต่พอคิดถึงหน้าลูกก็เลยไม่ทำ”

พูดถึงลูกสาวน้ำตาสาวมาดก็ไหล

เงิน 5 บาทยังไม่มีให้ลูกไปโรงเรียน
“ก่อนจะทำหนังเคยลำบากมากถึงขั้นไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ไปขอข้าววัดกิน เพราะตังค์ที่หาได้มาตอนยังเป็นนักร้อง ก็เอามารักษาตัวเองตอนป่วยหมด ขายบ้านหลัง 11 ล้าน มาซื้ออยู่แถวเกษมราษฎร์ แล้วก็ขายไปมาซื้อบ้านหลังนี้

ชีวิตลำบากจนถึงขั้นไม่มีเงินให้แก้มใสไปโรงเรียน เพราะคุณครูบอกว่าต้องเอาเงินไปโรงเรียนวันละ 5 บาท แต่วันนั้นไม่มีก็เนียนๆ ไป เลิกเรียนลูกกลับบ้านมาบอกว่า ทำไมไม่เอาเงินให้แก้มใสไปโรงเรียน ก็บอกลูกว่าลืม แต่ที่ไหนได้เราไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน (ร้องไห้)”

มีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพื่อลูก

ทุกวันนี้มีชีวิตอยู่เพื่อลูก
“เวลาหัดเดินก็คิดถึงลูก คิดถึงตัวเองว่าเราจะต้องกลับคืนมาให้ได้ 3 ปีที่ล้มป่วยลงก็เครียดมาก อยากจะกลับมาให้แข็งแรงทำงานได้เหมือนเดิมไวๆ เวลาได้ยินคนด่าเราอีง่อย พิการ มันก็เสียใจนะ ได้แต่ร้องไห้ (ร้องไห้)

เราเคยไปไหนมาไหนได้ ทำมาหากิน หาเงินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่มาวันนี้ก็มีแต่อาศัยพึ่งพาคนอื่น มันก็เลยทำให้รู้สึกเสียใจ น้อยใจ คิดมาก แต่ก็ยังสู้เพราะว่าคิดถึงหน้าลูก ว่าเรายังมีลูก (ร้องไห้) ยังมีคนที่เรารัก มีคนที่รักเราด้วย ถ้าเราตายไปเค้าคงคิดถึงเรา

ตอนนี้อยู่บ้านก็ฝึกเดินวันละ 1-2 ชั่วโมง ตอนนี้ก็เริ่มก้าวเดินได้ กล้ามเนื้อมาแล้ว แรงก็มา เพียงแต่ว่าเรายังไม่ได้มีความกล้า เพราะไม่ได้เดินมา 3 ปี กลัวล้ม เพราะหมอสั่งว่าห้ามล้มเด็ดขาด ถ้าล้มอาจจะไม่กลับมาอีกแล้ว ก็เลยไม่กล้าเดิน ใช้ไม้เท้าก็ไม่ได้ เพราะว่ามือมีแรงแค่ข้างเดียว

ซ้อมเดินทุกวันเพื่อที่จะได้กลับมาเดินได้อีกครั้ง

กะโหลกขวาไม่มี-ทำผมเลียนแบบไอดอล โอปอล์ 

"ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าเค้าคว้านสมองข้างขวาออก ตอนนี้เราเหลือสมองข้างซ้ายแค่ข้างเดียว ระบบสั่งการบางส่วนมันถูกเอาออกไป เหลือแค่บางส่วน มันก็เลยไม่เต็มร้อย และทำให้แขนขวาไม่มีแรง ผมทรงนี้ที่ทำเพราะว่าต้องเอามาปิดฝั่งนี้ที่ไม่มีกะโหลกศีรษะ ทำอะไรก็ต้องระวังจะมีอะไรหล่นใส่หัว

ศีรษะมันบุ๋มลงไปเพราะมีช่วงนึงกะโหลกเทียมมันติดเชื้อ อยู่ดีๆ มีน้ำไหลออกมา ตกใจมากนึกว่าเป็นอะไร ไปหาหมอ หมอบอกว่าต้องถอดออกเพราะกระโหลกติดเชื้อ ก็เลยไม่มีกะโหลกตรงนี้ ที่ไม่ใส่อีกเพราะไม่กล้าให้หมอผ่า กลัวไม่ฟื้น

มีอะไรก็ระวังเอา และผมทรงนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากโอปอล์ ปาณิสรา เค้าเป็นไอดอลของเรา ไถผมออกข้างนึง อีกข้างนึงต้องปล่อยยาวปิดส่วนที่ไม่มีกะโหลกเอาไว้ (ยิ้ม)”

ทรงผมนี้ได้มาเพราะมีโอปอล์ ปาณิสรา เป็นไอดอล

ดราม่าสร้างข่าวสามีทิ้งปั่นกระแสหนัง
“เรื่องข่าวที่เกิดขึ้น ไม่ได้สร้างกระแส แต่เป็นเพราะว่าน้อยใจพี่กรุง เพราะว่าเค้าทำงาน 3-4 วันกลับมาทีนึง แล้วเราก็มีสภาพแบบนี้เราก็คิดมากนะ ได้ยินคนนั้นคนนี้พูดบ้าง เราก็ไม่สบายใจ น้อยใจ เรารู้ตัวว่าเราไม่เหมือนเดิม ผู้หญิงทุกคนต้องรู้สึกเหมือนเรา ถ้าเค้าอยู่ในสภาพเดียวกันกับเราตอนนี้ เพราะเราไปไหนมาไหนไม่ได้ (ร้องไห้)

ปล่อยโฮเรื่องความน้อยใจที่มีต่อสามี

ตอนนั้นคิดทุกอย่างด้วยสมองที่เหลืออยู่ข้างเดียว ไม่ได้คิดว่ามันจะส่งผลกระทบหรือหลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต คิดว่าคนลืมสาวมาด เมกะแดนซ์ ไปแล้ว คงไม่มีคนสนใจหรอก แต่ผิดคาด เรื่องราวกลับบานปลายและใหญ่โต ตอนนี้ก็ได้แต่โทษตัวเองที่มันโง่ ควาย คิดอะไรไม่เยอะเลยทำให้เป็นแบบนี้

ตอนนี้เราเอาบ้านไปจำนองเพื่อเอาเงินมาทำหนัง ก็มีความหวังจากหนังเนี่ยแหละที่จะเอาเงินมาไถ่บ้านคืน เพราะกว่าจะได้ทำก็ถูกเค้าหลอกเอาเงินไปตั้งหลายแสน กว่าจะเจอคนที่ดีๆ ก็นาน แต่ตอนนี้เราได้ทีมดีแล้ว ก็หวังเงินจากหนังเอาบ้านออก"

สาวมาดกินข้าวกับหลานๆ พี่ดมใส่รองเท้าหัดเดินให้กับสาวมาดเดินโชว์ พี่สิน สระบุรี พี่ชายที่สาวมาดเคารพรัก และพี่ดมเพื่อนสนิทที่คอยดูแล พร้อมด้วย หลงและแฟนสาวที่คอยดูแลสาวมาด บ้านของสาวมาด ที่ตอนนี้นำเอาไปจำนองไว้กับธนาคารเพื่อเอาเงินมาทำหนัง ห้องนอนของสาวมาด ห้องนั่งเล่น