ตำรวจรวบเครือข่ายปลอมสลากฯ ไปขึ้นรางวัล ชี้สร้างความเสียหายนับล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2561 พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตำตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ธีรพล คุปตานนท์ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ พันตำรวจตรี บุญส่ง จันทรีศรี รองผู้อำนวยการสำนักสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกัน แถลงข่าว จับกุมตัวนายสิทธิกร ผูกกระแส อายุ 50 ปี นางปวริศา วงศ์อุ้ย อายุ 42 ปี นางหนู พิมพรรณ อายุ 65 ปี และนายเชิด เถื่อนวิถีอายุ 51 ปี พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องพร้อมซีพียู เครื่องพริ้นเตอร์ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 8 เล่ม และอุปกรณ์การสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอม

รรท.ผบช.ตม.กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติการณ์ของคนร้าย จะก่อเหตุด้วยการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมที่ทำขึ้นเองไปขึ้นเงินรางวัลกับร้านค้าที่จำหน่ายและรับขึ้นเงินรางวัล สลากกินแบ่งรัฐบาล จนมีผู้หลงเชื่อว่าเป็นของจริง จึงได้รับขึ้นเงินเอาไว้ ก่อให้เกิดความเสียหายหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายกลุ่มนี้มีพฤติกรรม ปลอมแปลงสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปหลอกขึ้นเงินกับร้านค้า แต่เมื่อร้านค้าผู้เสียหาย นำสลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับนั้นไปขึ้นเงินกับทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กลับถูกปฏิเสธการจ่ายเงินรับรางวัล เนื่องจากพบว่าเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์​ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้สืบสวนจนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดในเครือข่ายนี้ ได้แก้ไขตัวเลขมาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ตรงกับตัวเลขที่ถูกรางวัลในงวดนั้นๆ แล้วจึงนำไปหลอกขึ้นรางวัล จึงรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งเครือข่ายทั้งสิ้น 10 หมายจับ มีนายสิทธิกร ผูกกระแส เป็นหัวหน้าเครือข่าย โดยจับนายสิทธิกร และนางสาวปวริศา ได้ที่บ้านพักย่านมีนบุรี และจับกุมตัวนางหนู และ นายเชิด ได้ที่ย่าน บางพลี ภายในวันเดียวกันทั้ง 4 คน เจ้าตำรวจจึงได้ควบคุมผู้ต้องหากลุ่มนี้ดำเนินคดีตามกฎหมายกฎหมายต่อไป

รรท.ผบช.ตม.กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท ซึ่งการปลอมเอกสารทางราชการ นั้นผิดข้อหาผู้ใดปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์หรือเอกสารราชการต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปีและปรับตั้งแต่ 10,000 บาทถึง 100,000 บาท หากใครทำความผิดแบบนี้อยู่อยากขอให้เลิกทำ

ด้านพลตำรวจตรีธีรพล กล่าวว่า ทางตำรวจท่องเที่ยวได้ทำการสืบสวนมานานพอสมควร ต่อเนื่องจากตอนที่พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงได้สานต่อการทำงาน ถึงตอนนี้ถือว่าโชคดีมากที่จับได้ทั้งกระบวนการ

ส่วน พันตำรวจตรี บุญส่ง จันทรีศรี รองผู้อำนวยการสำนักสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้รับการติดต่อประสานจากตำรวจท่องเที่ยวจึงได้ให้ข้อมูลการสังเกตุข้อเท็จจริงวิธีการดู ซึ่งนำมาถึงการจับกุมได้ทั้งกระบวนการ ทั้งนี้ผู้ต้องหากลุ่มนี้รับสารภาพว่า ได้ทำผิดจริงโดยการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ทำปลอมขึ้น นำขึ้นเงินรางวัลกับร้านค้าจริงและมีผู้ตกเป็นผู้เสียหายในคดีนี้จำนวนมากและจากการขยายผลผู้เคยตกเป็นผู้เสียหายทราบว่ามีผู้เสียหายจากการกระทำลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอให้ผู้ที่เคยตกเป็นผู้เสียหายจากการกระทำของผู้ต้องหากลุ่มนี้ ให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ในตำรวจในพื้นที่หรือ โทรสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155.