ปาเลสไตน์ถล่มอิสราเอล สาวพะเยาโดนระเบิด ปลอดภัยแล้ว

อดุลย์ สั่งดูแลแรงงานไทยในอิสราเอล หลังปาเลสไตน์ยิงถล่ม 2 คนไทยเจ็บ หญิงพะเยาสาหัส ล่าสุดปลอดภัยแล้ว ยันยังไม่ถึงขั้นอพยพ รอประเมินรายวัน เร่งเยียวยาอีก 2 ราย เสียชีวิตจากใหลตาย...

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงแรงงานไทยในอิสราเอล ได้รับผลกระทบจากปาเลสไตน์ยิงจรวดถล่มเข้ามาในเขตภาคใต้ของอิสราเอล ว่า แรงงานไทย 2 คน ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นแรงงานชายและหญิง ขณะนี้ทั้งสองคนปลอดภัยแล้ว โดยแรงงานชายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนแรงงานหญิง นางจันทร์เพ็ญ (ศิริสกุล) แซ่จาว อายุ 30 ปี เป็นชาว จ.พะเยา ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ช่องท้องขณะที่กำลังอาบน้ำ เข้ารับการผ่าตัดที่ Soroka Medical Center อาการปลอดภัยแล้ว ขณะนี้อยู่ในห้องพักฟื้น รู้สึกตัวดี ได้ประสานติดต่อญาติได้พูดคุยกับลูกสาวเพื่อคลายความกังวลใจ โดยนางจันทร์เพ็ญมีกำลังใจดีขึ้น และได้ให้ทูตแรงงานในอิสราเอลให้การดูแลอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ แรงงานไทยในอิสราเอลกว่า 2 หมื่นคน ส่วนใหญ่ทำงานในภาคการเกษตร โดยแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบจะทำงานอยู่ที่ Moshav Talmei ห่างจากชายแดน GASA ประมาณ 7 กม. มีแรงงานไทยทำงานประมาณ 250 คน และมีทำงานอยู่ใกล้จุดที่เกิดเหตุ 50 คน แม้จะได้มีการจัดให้มีบังเกอร์หลบภัยแต่อาจไม่เพียงพอกับจำนวนคนงาน จึงได้ให้ประสานงานไปยังด้านความปลอดภัยท้องถิ่น ให้จัดหา bomb shelter เพิ่มเติมโดยด่วน เพราะสถานการณ์ยังไม่สงบและยังไม่มีความปลอดภัย เนื่องจากยังมีการยิงจรวดเข้ามาตลอดเวลา แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพคน กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์และรายงานเป็นระยะเพื่อประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน มีแผนให้ความช่วยเหลือคนไทยในสถานการณ์ต่างๆ โดยให้แรงงานติดตามและปฏิบัติตามคำแนะนำ ตลอดจนคำเตือนของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีแรงงานไทย 2 คน ที่ทำงานในอิสราเอล เสียชีวิตจากอาการใหลตาย คือ นายณัฐชัย ป้องเศร้า เป็นชาว จ.นครพนม ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ส.ค. และ นายพรชัย พรมจันทร์ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ทั้งสองคนจะได้รับสิทธิประโยชน์สิ้นสุดสัญญาจ้าง และเงินค่าจ้างค้างจ่ายจากนายจ้าง รวมทั้งเงินสงเคราะห์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศของกรมการจัดหางาน ประมาณคนละ 2 แสนบาท คาดว่าจะนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลได้ในสัปดาห์หน้า

“อาการใหลตาย ของคนงานไทย มักเกิดเหตุกับแรงงานไทย ที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล ไต้หวัน และเกาหลี ในเรื่องนี้ได้มีการประชุมหารือ โดยใช้ระบบสื่อสารทางไกลกับทูตแรงงานในประเทศดังกล่าว ที่แม้จะไม่สามารถระบุสาเหตุของการใหลตายได้ชัดเจน แต่จากข้อมูลส่วนหนึ่งเชื่อว่าปัจจัยของการทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และการใช้ชีวิตอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ ปัญหาสุขภาพ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดใหลตาย เรื่องนี้จะได้มีการจัดส่งแพทย์ ไปตรวจเยี่ยมแรงงานไทย เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ใหลตาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว