รู้จักโรค 'เบาหวาน' และ 7 วิธีดูแลตัวเองให้ชีวิตแฮปปี้!

หนึ่งในโรคยอดฮิตที่คนไทยป่วยเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ โรคเบาหวาน เชื่อว่าไม่มีใครอยากเป็นโรคนี้หรอก เพราะรักษาไม่หาย ใช้การรักษาประคองอาการไปเรื่อยๆ ต้องรับยามากินตลอด แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางเยียวยาให้ดีขึ้น เพียงแต่ต้องดูแลตัวเองให้ดีสม่ำเสมอทุกวัน

ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ วันนี้ว่าด้วยเรื่องโรคเบาหวาน วิธีสังเกตอาการของโรค (สำหรับคนที่ไม่รู้ตัวว่าโรคนี้กำลังถามหา) การดูแลตัวเอง และการดูแลเรื่องอาหารการกิน เพื่อให้คุณสามารถหายขาดจากโรคนี้ได้ และไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

รู้จักโรคเบาหวาน

เบาหวาน (Diabetes mellitus หรือ Diabetes หรือเรียกย่อว่า โรคดีเอ็ม, DM) เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ต้องได้รับการดูแลรักษาตลอดชีวิต ทั้งนี้เกิดจากการที่ในเลือดมีน้ำตาลสูงกว่าปกติ

เบาหวานมีอาการอย่างไร?

อาการหลักสำคัญของเบาหวาน คือ หิวบ่อย กระหายน้ำ และปัสสาวะปริมาณมากและบ่อย นอกจากนั้นก็ยังมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ผิวแห้ง คัน ตาแห้ง มีอาการชาเท้าหรือรู้สึกเจ็บแปลบที่ปลายเท้าหรือที่เท้า ผอมลงโดยหาสาเหตุไม่ได้

อีกอย่างที่ควรสังเกต คือ เมื่อเกิดแผลในบริเวณต่างๆ แผลมักหายช้ากว่าปกติโดยเฉพาะแผลบริเวณเท้า บางครั้งสายตาพร่ามัวโดยหาสาเหตุไม่ได้

โรคเบาหวานอันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอย่างไร?

เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่จัดว่ารุนแรง เป็นโรคที่รักษาไม่หาย ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับการควบคุมน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องดูแลรักษาควบคุมโรคตลอดชีวิต ต้องปฏิบัติตามแพทย์แนะนำอย่างถูกต้องเคร่งครัดและไม่ขาดยา

ผลข้างเคียงที่สำคัญของโรคเบาหวาน คือ ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆ ทุกชนิดในร่างกาย โดยเป็นการอักเสบที่ไม่ติดเชื้อ สำคัญ คือ การอักเสบของหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดต่างๆ ตีบแคบลง ส่งผลถึงการขาดเลือดของเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะต่างๆ

ส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้ เช่น โรคหัวใจ โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดแดงแข็ง และภาวะเบาหวานขึ้นตา

เมื่อเกิดแผลต่างๆ ตามร่างกาย จะหายช้า โดยเฉพาะแผลบริเวณเท้า ซึ่งถ้าดูแลไม่ดี อาจถึงขั้นต้องตัดขา เพื่อรักษาส่วนอื่นๆ ไม่ให้ติดเชื้อลุกลาม

วิธีดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่าเป็นเบาหวาน

- ปฏิบัติตามแพทย์ พยาบาลแนะนำอย่างเคร่งครัด กินยาให้ถูกต้องครบถ้วน ไม่ขาดยา

- ทำจิตใจให้สดใส อย่าหมกมุ่นกับอาการป่วยของตัวเอง หากิจกรรมทำแก้เบื่อ รีเฟรชตัวเองอยู่เสมอ

- ควบคุมน้ำหนักให้ได้ ไม่ให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน

- กินอาหารมีประโยชน์ จำกัดอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ไขมัน อาหารรสเค็มจัด หวานจัด เพิ่มผักและผลไม้

- ทำให้ร่างกายสะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการเกิดแผลติดเชื้อ รักษาสุขภาพเท้าให้มากกว่าเดิม

- งดการสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่เพิ่มโอกาสเกิดหลอดเลือดตีบตัน

- งดสุรา ไม่ดื่มสุรา หรือจำกัดสุราให้เหลือน้อยที่สุด เพราะสุราอาจมีผลต่อยาที่ควบคุมโรคเบาหวานและโรคต่างๆ

- ไม่ซื้อยากินเอง และไม่ใช้สมุนไพรเมื่อกินยาเบาหวาน พบแพทย์ตามนัดเสมอ

- รีบพบแพทย์ก่อนนัด เมื่อมีอาการต่างๆ ผิดปกติไปจากเดิม หรืออาการต่างๆ แย่ลงกว่าเดิม หากมีไข้สูงและไข้ไม่ลงภายใน 2 วัน คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียมาก ต้องรีบพบแพทย์ด่วน เพราะอาจเกิดภาวะเลือดเป็นกรดซึ่งอันตรายถึงชีวิต

อาหารแนะนำ คนเป็นเบาหวาน

สำหรับอาหารของผู้ป่วยเบาหวาน ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้รับประทานอาหารที่ให้พลังงานอยู่ที่ 1,200 แคลอรีต่อวัน สำหรับผู้ป่วยที่มีขนาดตัวปกติ ไม่ใช่คนร่างใหญ่หรือเล็กเกินไป มีอาหารที่เอามาแนะนำต่อมื้อ ดังนี้

อาหารเช้า
- ไข่เจียวทอดน้ำมันน้อยๆ 
- ขนมปังชนิดโฮลวีต 1 แผ่น ทาเนยสดได้เล็กน้อย ห้ามใช้มาการีนหรือเนยเทียม
- ส้ม 1 ลูกเล็ก หรือส้มเขียวหวาน 2 ลูกเล็ก
- กาแฟดำ

อาหารกลางวัน
- สลัดอกไก่ฉีก
- แอปเปิ้ล 1 ลูก
- โยเกิร์ตปราศจากไขมัน 1 ถ้วย (16 ออนซ์)
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ

อาหารเย็น
- เบอร์เกอร์ไก่งวง หรือข้าว 1 ทัพพีกับยำอกไก่
- บร็อกโคลี่ต้ม 1 ถ้วย
- น้ำหรือเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล 8-12 ออนซ์
- ลูกพีชอบแห้ง

ขนมขบเคี้ยว
- ข้าวโพดคั่วแบบไม่ใส่เนย
- นมพร่องมันเนย 1 แก้ว (8 ออนซ์)

มะนาว ช่วยรักษาโรคเบาหวาน

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ใส่มะนาวไว้เป็นหนึ่งในรายการอาหารที่ดีเยี่ยม เนื่องจากมีเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำมากและมีปริมาณวิตามิน C เยอะ ซึ่งจะช่วยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

นอกจากนี้ มะนาวยังมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ มะนาวมีน้ำตาลเพียง 1/3 ของส้ม แต่มีคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เท่ากัน มีงานวิจัยบางชิ้นที่ระบุว่าอาจช่วยลดดัชนีน้ำตาลของอาหารชนิดอื่นได้ด้วย

สารอาหาร 2 ชนิดในมะนาวที่ขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีดังนี้

- เส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ (Soluble fiber) : อาหารที่มีเส้นใยมากจะช่วยลดระดับน้ำตาลได้ เส้นใยอาหารเหล่านี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจโดยการลดความดันโลหิตและระดับ cholesterol และช่วยลดน้ำหนัก

- วิตามิน C : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย สารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะทำลายเซลล์และเยื่อต่างๆ ในร่างกาย ผู้ป่วยโรคเบาหวานหลายคนมีระดับวิตามิน C ที่ต่ำ เนื่องจากวิตามิน C มีส่วนในการสร้าง collagen ซึ่งช่วยทำให้ผนังของหลอดเลือดแดงมีความแข็งแรง ช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อได้ 

อย่างไรก็ตามการรับประทานวิตามิน C ที่มากเกินไป โดยเฉพาะวิตามิน C จากอาหารเสริมแบบเม็ด อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการปรับอาหารประจำวัน

ที่มา : haamorhonestdocs

แนะนำข้อปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือมีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคเบาหวาน วิธีสังเกตอาการ เช็กสภาพร่างกาย เมื่อรู้ตัวว่าเป็นเบาหวานต้องดูแลตัวเองอย่างไร? 7 ก.ค. 2561 14:36 13 ก.ค. 2561 10:45 13 ก.ค. 2561 10:46 ไทยรัฐ