'เขาสารภาพว่า ให้การเท็จ' เปิดใจเหยื่อถูกป้ายสี ร่วมเสื้อแดงล้มประชุมอาเซียน 52

"วันที่ 11 เมษายน 2552 ผมมีหลักฐานชัดเจนว่า เวลา 13.00 น. ผมได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง กรุงเทพมหานคร เนื่องจากนาฬิกาหรูเรือนละล้านกว่าบาทหายไป ในขณะเดียวกัน พันตำรวจโทศราวุฒ บุญชัย สารวัตรปราบปราม สภ.ขลุง ได้ให้การต่อหน้าศาลว่า เห็นผมอยู่ที่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน พัทยา ปี 2552 รวมทั้งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุม"   

...จากวันนั้นมาจนวันนี้ เป็นระยะเวลา 9 ปีแล้ว กระทั่งมีการฟ้องร้องจนถึงกระบวนการศาลอุทธรณ์  ซึ่งได้อ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยา ฟ้อง พันตำรวจโทศราวุฒ บุญชัย จำเลยคดีให้การเท็จ ที่ได้ให้การเบิกความเท็จ ทำให้บุคคลหลายท่านถูกตั้งข้อหาดำเนินคดี หรือแม้กระทั่งต้องติดคุก ในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน พัทยา ปี 2552 ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าว 

การกระทำของจำเลยเป็นการทำเพื่อจะแกล้งให้ผู้เสียหายต้องรับโทษทางอาญา และเบิกความอันเป็นเท็จ เป็นข้อสำคัญในคดีอาญา โดยจำเลยรับสารภาพ

พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ อดีตผู้กำกับการ สภ.ไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี อดีตเป็นอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คือจำเลยที่ถูกข้าราชการตำรวจด้วยกัน นำชื่อไปเป็นข้อมูลให้การต่อศาล บอกว่าตัวเค้าอยู่ในที่เกิดเหตุ กรณีบุกล้มการประชุมอาเซียนซัมมิทที่พัทยา ตั้งแต่ปี 2552 

"ผมไม่เคยรู้จักเค้ามาก่อนเลยทั้งชีวิต แต่สิ่งที่เค้าพูดออกมาล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาโดยนำผมไปเกี่ยวโยงด้วย กล่าวหาว่าผมไปร่วมกับคนเสื้อแดงล้มการประชุม เค้าไม่เคยรู้จักผม ไม่เคยเห็นหน้าผม แต่เค้าไปเอาข้อมูลชื่อผมมาจากไหน ที่สำคัญเหตุการณ์ที่เค้าเล่าทั้งหมดล้วนแล้วเป็นเรื่องโกหก เพราะผมมีใบบันทึกแจ้งความลงลายมือชื่อชัดเจนว่า เวลา 13.00 น. ของวันเกิดเหตุ ผมอยู่ที่ สน.นางเลิ้ง กรุงเทพฯ" 

พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ บอกกับเราว่า ภายหลังศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เพราะเชื่อในเอกสารราชการในการแจ้งความ ตนเองจึงตัดสินใจฟ้อง พ.ต.ท.ศราวุธ บุญชัย พยานในคดีว่าเป็นพยานเท็จ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (14 มิถุนายน 2561) ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุก 2 ปี 6 เดือน พนักงานสอบสวนให้การเท็จ ใส่ร้ายจำเลยในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน พัทยา ปี 2552 แต่ให้รอกำหนดโทษ 2 ปี

"ผมเปิดใจคุยกับเขา ถามตรงๆ ว่ามาใส่ร้ายผมทำไม เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเขาก็ยอมรับนะว่ามีคนสั่งการมา แต่พอถามว่าใครเป็นคนสั่ง เค้าก็ตอบกลับมาว่า "พี่อย่ารู้เลย" ...ก็แล้วแต่เขา ผมไม่อยากถามอะไรต่อ เพราะตอนนี้เค้าก็ยอมรับเพราะจำนนด้วยหลักฐาน เค้าได้รับกรรมในสิ่งที่ก่อไว้แล้ว ผมก็ไม่อยากไปคิดอาฆาตแค้น" 

พ.ต.อ.สมพล ให้สัมภาษณ์ทิ้งท้ายไว้ว่า ผู้กระทำผิดเป็นถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ย่อมรู้อยู่แล้วว่าสิ่งไหนผิดสิ่งไหนถูก เมื่อตำรวจออกมาให้ข้อมูลต่อศาลผิดๆ ใส่ร้ายคนที่เขาบริสุทธิ์ จนต้องติดคุกติดตารางหน่วงเหนี่ยวอิสรภาพ มันเป็นเรื่องที่แย่มาก

"นี่ขนาดผมเคยเป็นถึงผู้กำกับโรงพัก ยศ พ.ต.อ. คุณยังกล้าทำกับผม แล้วประชาชน ชาวบ้านตาดำๆ คุณจะทำกับพวกเขาขนาดไหน อยากฝากไปถึงตำรวจทุกคน หากใครมีพฤติกรรม หรือความคิดผิดๆ เลิกซะเถอะครับ เพราะคนถูกกระทำมันเจ็บปวด อย่าใส่ร้าย กล่าวหาใครทั้งที่เขาไม่ผิดอีกเลย" 

"วันที่ 11 เมษายน 2552 ผมมีหลักฐานชัดเจนว่า เวลา 13.00 น. ผมได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง กรุงเทพมหานคร เนื่องจากนาฬิกาหรูเรือนละล้านกว่าบาทหายไป... 14 มิ.ย. 2561 20:49 14 มิ.ย. 2561 21:13 14 มิ.ย. 2561 21:15 ไทยรัฐ