4 เหตุผลสำคัญที่ทำให้ 'สิงโตคำราม' ชวดชิงบอลโลก

"พลพรรคสิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ แม้จะนำไปก่อนจากฟรีคิกของ "คีแรน ทริปเปียร์" ในช่วงต้นเกม แต่มาโดน "ขุนพลตาหมากรุก" ทีมชาติโครเอเชีย ยิง 2 (1 ประตูในเวลาปกติ และอีก 1 ลูกในช่วงต่อเวลาพิเศษ) แซงชนะ 2-1 และนี่คือ 4 เหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกทีมของ แกเรธ เซาธ์เกต ชวดเข้าไปชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018...

1. ได้เร็วก็ถอนคันเร่งทันที

เป็นที่เข้าใจกันว่า "ขุนพลสิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 5 ของเกม เมื่อพวกเขาได้ฟรีคิกระยะหวังผล (25 หลา กลางประตู) และเป็น คีแรน ทริปเปียร์ วิ่งมาปั่นโค้งๆ บอลเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม และถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มของแบ็กขวาจาก "ไก่เดือยทอง" ทอตแนม ฮอตสเปอร์​ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาเพลาเกมลง และหันมาเน้นความรัดกุมมากขึ้นไปหน่อย แม้จะมีจังหวะโต้สวนกลับ แต่ไม่มีพิษสงพอที่จะได้ประตูสอง นั่นเท่าเป็นการกวักมือให้ "ขุนพลตาหมากรุก" ทีมชาติโครเอเชีย เดินหน้าเข้าบุก ก่อนที่พวกเขาจะต้านทานไม่อยู่ เสียไป 2 ประตู ชวดเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย

2. แนวรับหละหลวม

ถ้ามองว่าการเสียไป 2 ประตูอาจจะไม่มากไม่มายนักเมื่อเจอกับทีมที่มีคุณภาพอย่าง "ขุนพลตาหมากรุก" ทีมชาติโครเอเชีย แต่ถ้าหากว่ามองลึกลงไปแล้วจะเห็นว่าแผงหลังของ "พลพรรคสิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดที่เผยให้เห็นออกมาเป็นระยะ โดยเฉพาะในรายของ จอห์น สโตนส์ แนวรับจาก "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ก่อความผิดพลาดเมื่อเขาเหม่อในจังหวะเสียประตูที่สอง จนทำให้ความหวังเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศต้องพังทลาย

3. เซาธ์เกต แพ้ให้กับ ดาลิช

ตอนที่ แกเรธ เซาธ์เกต เข้ามารับคุมทัพ "พลพรรคสิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ ใหม่ๆ มีเสียงบางกระแสที่ไม่มั่นใจในฝีมือของเขา และแน่นอนการที่เขาพาทีมเข้ามาได้ไกลที่สุดในรอบ 28 ปีของศึกฟุตบอลโลก เขาก็ยังไม่ได้รับเครดิตเต็มๆ เลย บ้างก็ว่าโชคดีมากกว่าที่เส้นทางของพวกเขาก่อนหน้านี้ไม่ยากนัก และบอกว่าเกมในรอบตัดเชือกต่างหากที่จะวัดฝีมือของเขาได้จริงๆ และผลก็ออกมาคือเขาสอบตกอย่างสิ้นเชิงการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, แดนนี โรส และ เอริก ไดเออร์ ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ในเรื่องของแท็กติก ผิดกับทาง สลัตโก ดาลิช ที่มองขาดที่รูปเกมในช่วงครึ่งแรกตันๆ ไร้ประสิทธิภาพ แต่ทว่าในครึ่งหลังเจ้าตัวสั่งลูกทีมให้เน้นขึ้นเกมทางริมเส้นมากขึ้น และมันได้ผลจริงๆ เพราะ 2 ลูกที่ได้มานั้นเกิดขึ้นจากการขึ้นเกมริมเส้นทั้งสิ้น

4. ประสบการณ์ในเกมใหญ่

การแข่งขันทัวร์นาเมนต์แบบนี้ในเรื่องของประสบการณ์และสมาธินั้นสำคัญมากๆ เพราะบางจังหวะอาจชี้เป็นชี้ตาย หรือแปรเปลี่ยนเป็นประตูเลยก็ได้ ซึ่งผมยกตัวอย่าง เจสซี ลินการ์ด ที่เขามีโอกาสเหน่งๆ บริเวณหน้าปากประตูโล่งๆ จากการผ่านบอลของ เดเล อัลลี แต่ทว่าดาวเตะจาก "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับยิงออกหลังไปอย่างน่าผิดหวัง และถ้าหากว่ามันเป็นประตู พวกเขาจะได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ ไม่ใช่นัดชิงอันดับที่ 3 อย่างที่เป็น ขณะที่ มาริโอ มานด์ซูคิช หัวหอกคู่แข่งมีโอกาสไม่กี่ครั้ง แต่กลับเปลี่ยนโอกาสนั้นเป็นสกอร์สำคัญ พาทีมเข้าชิงชนะเลิศได้สำเร็จ.