ก.ล.ต.เล็งหาวิธีเพิ่มจับทุจริต ปลื้มได้เงินคืนเข้ารัฐแล้ว 50 ล.

นายสมชาย พงษ์พัฒนาศิลป์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า หลัง ก.ล.ต.ได้นำมาตรการดำเนินคดีทางแพ่งมาบังคับใช้ลงโทษบริษัทจดทะเบียน และผู้บริหารในตลาดทุนตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ธ.ค.59 ส่งผลให้จำนวนคดีต่างๆเพิ่มขึ้น เนื่องจากมาตรการลงโทษทางแพ่ง ช่วยให้การดำเนินคดีมีขอบเขตที่กว้างขึ้น อาทิ เดิมมีคดีเข้าสู่การพิจารณา 10 คดี อาจดำเนินการเอาผิดได้จริงเพียง 3 คดี แต่พอมี มาตรการลงโทษทางแพ่ง อาจดำเนินการคดีและเอาผิดได้เพิ่มขึ้นเป็น 8 คดีเป็นต้น

ทั้งนี้ สถิติในช่วง 10 เดือนแรก พบว่า มีคดีที่ดำเนินการไปแล้ว 8 คดี มีผู้กระทำความผิดจำนวน 21 ราย อยู่ในฐานความผิดเกี่ยวกับการขาดความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน โดยเป็นเงินค่าปรับทางแพ่งจำนวน 31 ล้านบาท และชดใช้ค่าเสียหายทั้งสิ้น 19.6 ล้านบาท รวมประมาณ 50 ล้านบาท

นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต.อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางเรียกเงินคืนจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่กระทำการทุจริตในบริษัท โดยไม่พึ่งคดีอาญา เนื่องจากระยะหลังพบพฤติกรรมการทำความผิดในตลาดทุน ของผู้บริหารเปลี่ยนไปจากเดิมที่ใช้การสร้างราคาหุ้นหรือใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์) แต่เป็นการทำธุรกรรมภายในบริษัท ที่มีความผิดปกติ อาทิการทำธุรกรรมการซื้อทรัพย์สินหรือหลักทรัพย์ในราคาที่แพง และขายในราคาที่ถูก ซึ่งยอมรับว่าการตรวจสอบทำได้ยากมากขึ้น เพราะมีความซับซ้อนกว่าในอดีต.