งัด 2 มาตรการ รับมือน้ำมันแพง อุ้มดีเซลไม่เกิน 30 ตรึงราคาแอลพีจี

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้พิจารณามาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับไม่เกิน 30 บาท/ลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันมีอยู่ 24,592 ล้านบาท ดูแลราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับเดิม และราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่ระดับ 363 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม (กก.) ได้ถึงเดือน มี.ค.62 หากสถานการณ์ราคาน้ำมันขยับขึ้น หรืออย่างช้าเดือน มิ.ย.62 หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงเป็นเช่นปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันและ LPG ให้ผ่านพ้นช่วงฤดูหนาว

สำหรับมาตรการแบ่งเป็น มาตรการแรก หากราคาน้ำมันดิบดูไบเคลื่อนไหวในกรอบ 82.50-87.50 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล จะใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ เข้าไปชดเชยน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 1.50 บาท/ลิตร จากปัจจุบันที่ชดเชยไม่เกิน 1 บาท/ลิตร รวมถึงยังคงดูแลราคา LPG ในระดับเดิมต่อไป ซึ่งเงินกองทุนน้ำมันฯ จะรองรับได้ไปอีก 6 เดือนจนถึงเดือน มี.ค.62 แต่หากราคาน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน และกองทุนน้ำมันฯ ยังคงชดเชยไม่เกิน 1 บาท/ลิตร จะสามารถดูแลราคาน้ำมันดีเซล และ LPG ได้จนถึงเดือน มิ.ย.62 ซึ่งเป็นช่วงที่เข้าสู่หน้าร้อนที่ความต้องการใช้น้ำมันลดลง และสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองของโลก น่าจะผ่อนคลายลงเช่นกัน

ส่วนมาตรการที่สอง กรณีเหตุการณ์ฉุกเฉินมีปัญหาการเมืองระหว่างประเทศส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์ราคาน้ำมัน จนทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นไปในระดับ 90 หรือเกิน 90 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล จะใช้วิธีการผสมผสาน ระหว่างการเพิ่มเงินชดเชย, การเพิ่มราคาขายปลีก และ/หรือการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งจะต้องดูสถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงนั้นเป็นหลัก รวมถึงค่าครองชีพและสถานการณ์ของกระทรวงการคลังด้วยว่าจะเลือกใช้มาตรการใด เบื้องต้นจะยังคงใช้กลไกจากกองทุนน้ำมันฯเป็นหลัก

ทั้งนี้ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีฐานะเงินสุทธิ 24,592 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมัน 28,919 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 4,327 ล้านบาท โดยราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 82.95 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 99.7 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะที่กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคาดีเซลในอัตรา 1 บาท/ลิตร และจะดูแลกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างตามแผนบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน โดยให้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ในอัตราต่ำกว่าปกติ 3 บาท/ลิตรนั้น คาดว่าจะใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ เข้าไปอุดหนุนไม่มากประมาณ 600 ล้านบาท/ปี ซึ่งคาดว่าไม่ได้เป็นภาระต่อกองทุนน้ำมันฯ ส่วนจะยุติโครงการเมื่อใดยังต้องพิจารณาจากผลการตอบรับที่จะออกมาด้วย.