ดัชนีนักลงทุนปรับขึ้นในรอบ 5 เดือน

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าว่า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.55% เพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือน มิ.ย. โดยขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 101.33 เป็นการปรับขึ้นเดือนแรกในรอบ 5 เดือน โดยถือว่าตลาดอยู่ในภาวะทรงตัว (Neutral)

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ว่านักลงทุนเชื่อมั่นภาวะเศรษฐกิจในประเทศเป็นปัจจัยหนุน ขณะที่มองว่าการเมืองเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นมากที่สุด นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงกังวลกับทิศทางเงินทุนไหลออก หลังจากที่มีตัวเลขขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 61 จากนโยบายกีดกันทางการค้า และการลงทุนของสหรัฐฯ รวมทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
นายไพบูลย์ยังกล่าวว่า ภาพรวมความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติเริ่มดีขึ้น หลังจากช่วงที่ผ่านมามีการขายหุ้นออกมาเพื่อปรับพอร์ตค่อนข้างมาก ทำให้การประเมินมูลค่าหุ้นไทยขณะนี้ค่อนข้างถูก และสถานะการถือครองหุ้นของต่างชาติที่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี จะทำให้ต่างชาติเริ่มชะลอการขายหุ้นไทยเป็นระยะๆ

ขณะที่นายสมบัติ นราวุฒิชัย นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) เปิดเผยผลสำรวจนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนว่า นักวิเคราะห์ได้ปรับลดค่าเฉลี่ยดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้มาอยู่ที่ 1,795 จุด ลดลงจากเดือนก่อนที่คาดไว้ที่ 1,860 จุด ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบด้านลบต่อตลาดหุ้นไทยที่กลุ่มสำรวจให้ความสำคัญ คือ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) 75.86% และกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลออกจากไทย 72.41% รวมถึงปัจจัยทางการเมืองในประเทศ 51.72%.