ตั้งสติก่อนเติมน้ำมันเกรดพรีเมียม ธพ.ย้ำเตือนประชาชนแพงก็อย่าใช้

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า กรณีที่ประชาชนร้องเรียนมาจำนวนมากว่า สถานีบริการน้ำมันหลายๆยี่ห้อจำหน่ายราคาน้ำมันเกรดพรีเมียมที่มีราคาสูงกว่าปกติ 3-4 บาทต่อลิตร และ ธพ.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ดูแล แต่ สคบ.ยืนยันว่าไม่มีหน้าที่ดังกล่าว ทำให้ ธพ.ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าการเติมน้ำมันนั้นมีทางเลือก ทั้งเกรดธรรมดา เกรดพรีเมียม ซึ่งเกรดธรรมดาค่ายรถยนต์ก็ผลิตเครื่องยนต์ออกมารองรับแล้ว ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำมันเกรดพรีเมียม แต่ถ้าประชาชนอยากเติมก็เติมได้ เพราะภาครัฐก็มีทางเลือกให้กับประชาชนอยู่แล้ว

“ตลาดค้าปลีกน้ำมันเป็นตลาดเสรี ธพ.ไม่ได้ควบคุมราคา ประชาชนจะเห็นราคาหน้าปั๊มที่ขึ้นป้ายแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผู้บริโภคคือคนตัดสินใจว่าจะเลือกใช้น้ำมันเกรดใด เหมาะกับเครื่องยนต์ของตนเอง”

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ค้าน้ำมันเกรดพรีเมียมในกลุ่มเบนซินมี 2 ราย คือ เชลล์ และเอสโซ่ ส่วนดีเซลเกรดพรีเมียมมี 5 รายได้แก่ บางจาก ปตท. เอสโซ่ คาลเท็กซ์ และเชลล์ โดยในส่วนของเชลล์ไม่มีการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 95 เกรดธรรมดาแต่อย่างใด จำหน่ายแต่เกรดพรีเมียม ซึ่งยอมรับว่าน้ำมันเกรดพรีเมียมมีคุณภาพดีกว่า เพราะมีการเติมสารเติมแต่งที่นำเข้าจากต่างประเทศทำให้ผู้ค้ามีต้นทุนสูงเฉลี่ย 0.25-0.50 บาทต่อลิตร ดังนั้นจึงขอย้ำว่าเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคต้องเลือกและตัดสินใจ

นายวิฑูรย์กล่าวว่า สำหรับการเปิดเสรีการนำเข้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ล่าสุด บริษัท มิตซูบิชิ ประเทศไทย จำกัด ได้มีหนังสือแจ้งการนำเข้าแอลพีจีมาแบบคลังลอยน้ำแล้ว ขณะนี้รอการอนุมัติ จากกรมเจ้าท่า หากได้รับการอนุมัติก็จะทำให้ตลาดแอลพีจีในประเทศมีการแข่งขันมากขึ้น โดยมิตซูบิชิถือเป็นผู้ค้ารายที่ 3 ที่นำเข้าก๊าซแอลพีจี นอกเหนือจาก ปตท.และสยามแก๊ส

ด้านนายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) กล่าวยอมรับว่า มีความกังวลในกรณีที่ภาครัฐประกาศราคาแอลพีจีเป็นรายสัปดาห์ เพราะหากเป็นช่วงขาขึ้นราคาอาจปรับต่อเนื่อง และเมื่อถึงรอบการซื้อใหม่ราคาอาจจะสูงเกินไป ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้.