ปรับทัพรับกระแสจีนเที่ยวไทย ททท.จับมือซีเอ็นทีเอดึงตี๋-หมวยทัวร์เมืองรอง

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ททท.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายหวัง เสี่ยวเฟิง รองประธานสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (CNTA) โดยตั้งเป้าหมายร่วมกันในระยะ 3 ปี หรือภายในปี 2563 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยราว 15 ล้านคนต่อปี โดยเสนอให้จีนกระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรองของไทย ทั้ง 6 จังหวัด ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งฝ่ายจีนยินดีให้ความร่วมมือส่งนักท่องเที่ยวจีนสู่เมืองรองของไทยหากระบบคมนาคมขนส่งปลอดภัย บริการได้มาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อม

“ประเด็นหนึ่งที่ซีเอ็นทีเอถามกลับมาคือ เรื่องการดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว เช่นในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนจมน้ำและเสียชีวิตในไทยถึง 75 คน ในฐานะเจ้าของบ้านก็ต้องรับการพิจารณาเพื่อจะดูแลชีวิตของนักท่องเที่ยวจีนให้ดีที่สุด ในขณะเดียวกันจะต้องพัฒนาสถานที่พักทั้งโรงแรมและโฮมสเตย์ในเมืองรองให้มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวได้ดีด้วย อีกทั้งฝ่ายจีนยินดีให้การสนับสนุนการฝึกอบรมภาษาจีนให้กับตำรวจท่องเที่ยวและบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของไทย เพื่อให้สามารถดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน”

ทั้งนี้ การเพิ่มจำนวนของนักท่องเที่ยวจีนมีข้อจำกัดอยู่หลายจุด โดยเฉพาะกระบวนการเข้าประเทศไทย ซึ่งจากการหารือกับนายพิริยะ เข็มพล เอกอัครราชทูตไทย ประจำสาธารณรัฐประชาชน จีน พบว่าปัจจุบันสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทั้ง 10 แห่ง ได้ตรวจลงตราให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนเฉลี่ยวันละ 35,000 ราย ซึ่งเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง มีผู้ตรวจลงตรามากที่สุดเฉลี่ยวันละ 9,000-12,000 ราย และสามารถรองรับได้ถึงวันละ 20,000 ราย ใช้เวลาพิจารณา 3 วันทำการ โดยไม่มีการจำกัดโควตา ส่วนช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองคนเริ่มใช้เวลานานขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวเยอะ จึงควรนำเทคโนโลยีระบบคิวอาร์โค้ดมาช่วยกลั่นกรองและอนุมัติการเข้า-ออกประเทศ.