ห้าม "จีพีเอสซี" ซื้อหุ้น "โกลว์" อึ้ง!มติ กกพ.เอกฉันท์อ้าง "ลดการแข่งขัน"

“กกพ. มีมติเป็นเอกฉันท์ และไม่อนุญาตให้ จีพีเอสซีในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้รับอนุญาตเข้ารวมกิจการกับ โกลว์ หลังจาก กกพ.พิจารณาแล้วพบว่า การรวมกิจการดังกล่าวส่งผลให้พื้นที่อุตสาหกรรมในบางพื้นที่ จะมีบริษัทที่มีอำนาจการ บริหารกิจการไฟฟ้าลดลงเหลือเพียงรายเดียว โดย กกพ.เชื่อมั่นว่า มติที่เกิดขึ้นจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดี และถูกต้องในระยะยาว ยึดมั่นการค้าเสรีอย่างเป็นธรรม และสร้างบรรยากาศที่ดีต่อการลงทุน”

นอกจากนี้ กกพ. ยังพิจารณาในประเด็นที่ผู้รับบริการอาจมีทางเลือกรับบริการจากผู้ประกอบการรายอื่นๆ ได้แก่ กฟภ. ซึ่งพบว่า การให้บริการของ กฟภ. ก็ไม่สามารถทดแทนการให้บริการของลูกค้ากลุ่มโกลว์ ได้ เนื่องจากเหตุผลทางคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ต้องการความมีเสถียรภาพ รวมทั้ง กฟภ. ยังต้องจำหน่ายไฟฟ้าในราคาเดียวกันทั่วประเทศ (Uniform Tariff) ทำให้ไม่สามารถให้อัตราส่วนลดกับผู้รับบริการได้ ส่งผลให้เกิดการลดการแข่งขัน

ทั้งนี้ ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 60 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้ กกพ. มีอำนาจออกระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อมิให้มีการกระทำการใดๆ อันเป็นการผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน และกรณีของจีพีเอสซี ซึ่งเข้าซื้อหุ้น

ส่วนใหญ่ของโกลว์ จึงเป็นการรวมกิจการ เข้าเงื่อนไขของการที่ผู้รับใบอนุญาตรายหนึ่งเข้าครอบงำผู้รับอนุญาตอีกรายหนึ่งไม่สามารถทำได้ เว้นแต่จะขออนุญาตต่อ กกพ. เพื่อให้พิจารณาเหตุผล และความจำเป็นที่เพียงพอ หรือเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยหลังจากนี้ กกพ. จะได้แจ้งคำสั่งไม่อนุญาตไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจ้งสิทธิในการอุทธรณ์ตามระเบียบ ภายใน 30 วัน

ด้านนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ปตท.ให้ความเคารพในการตัดสินใจของ กกพ. ส่วนการตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่ออย่างไรขึ้นอยู่กับทางบอร์ดจีพีเอสซี ว่าจะมีการอุทธรณ์หรือไม่ ปตท.เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายหนึ่งเท่านั้น เบื้องต้นการไม่อนุมัติคำขอเพื่อรวมกิจการดังกล่าวอาจมีเงื่อนไขอื่นๆเพิ่มเติมก็ได้ในอนาคต และหากไม่สามารถเข้าซื้อกิจการของโกลว์ได้ก็ไม่กระทบแผนการดำเนินงานด้านธุรกิจไฟฟ้าของ ปตท.หรือในเครือ ปตท. เพราะเป็นธุรกิจในอนาคตโดยเฉพาะพลังงานสะอาด ซึ่งก็ต้องเดินหน้าธุรกิจต่อไป

ขณะที่นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ จีพีเอสซี กล่าวว่า จีพีเอสซียอมรับมติดังกล่าว และกำลังศึกษาแนวทางและรายละเอียดการดำเนินการต่อไป และขอยืนยันว่าที่ผ่านมาจีพีเอสซี ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วนแล้ว.