"กัญจนา"นำทีม ทำบุญอุทิศส่วนกุศล "มาเรียม ยามีล" วอน เลิกขยะพลาสติก

หน.พรรคชาติพัฒนา ทีมสัตวแพทย์ จนท.ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พะยูน "มาเรียม ยามีล โฮป วาฬหัวทุยแคระ" วอน สังคมอย่ามองแค่กระแส แต่ต้องลดละเลิกขยะพลาสติกให้ได้ สพญ.ชี้ สัตว์ทะเลเกยตื้นพลาสติกชิ้นเดียวก็ฆ่าชีวิตได้

วันที่ 24 ส.ค. นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีมสัตวแพทย์ที่ดูแลรักษาปฐมพยาบาลมาเรียม เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กรมทรัยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้กับมาเรียม พะยูนน้อย เกาะลิบง พะยูนยามีล และ โฮป ลูกวาฬหัวทุยแคระ ที่ศาลาพระยานิกรบดินทร วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ ก่อนที่จะร่วมกันถวายผ้าบังสกุล จตุปัจจัยไทยธรรม ให้พระสงฆ์สวดบังสกุล

ภายในงานได้นำรูปมาเรียม พะยูนที่เสียชีวิตลง มาวางไว้พร้อมด้วยตุ๊กตารูป พะยูน ที่เขียนชื่อ มาเรียม นอกจากนี้ ยังมีรูปยามีน พะยูน ที่เสียชีวิตและโฮป วาฬหัวทุยแคะ ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้

นางสาวกัญจนา กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการมาทำบุญในวันนี้เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับพะยูนและสัตว์ทะลอื่น ที่เสียชีวิตแล้ว รวม 17 ตัว ซึ่งมาเรียมและยามีล เป็นสัญลักษณ์ของสัตว์ทะเล และเป็นเหมือนลูกหลาน ที่ต้องตาย เพราะการกระทำของมนุษย์ ซึ่งจากการผ่าชันสูตรพบถุงพลาสติกอยู่ในท้องจำนวนมาก จึงต้องตระหนักว่า จะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีก โดยยอมรับว่า การลดละเลิก ใช้ถุงพลาสติกเป็นเรื่องยาก พร้อมยกตัวอย่าง พ่อค้า แม่ค้า ที่ใช้ เพราะไม่รู้จะเลิกอย่างไรเพราะยังจำเป็นต้องใช้อยู่ เนื่องจากวัสดุธรรมชาติมีต้นทุนที่สูงกว่า ดังนั้น จึงต้องกระตุ้นเตือนพฤติกรรมของตัวเองและครอบครัว รวมถึงจะเสนอให้รัฐบาล ต้องเข้ามาช่วยเหลือเรื่องต้นทุน ด้วยการหานวัตกรรมผลิตผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้มาทดแทนให้ และในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา จะเริ่มที่ ส.ส.สมาชิกพรรคทุกคน ให้ร่วมรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้พลาสติก รวมถึงพฤติกรรมการจัดการขยะ การจากไปของมาเรียมจะไม่สูญเปล่า และพยายามที่จะลดการใช้ถุงพลาสติก

ด้านสัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแผนการยื้อชีวิต สัตว์ทะเลที่มาเกยตื้น ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีของ มาเรียมและยามีล จะต้องนำมาถอดบทเรียนว่า อะไรที่เหมาะสมแล้ว และอะไรที่จะต้องพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยแพทย์ที่ดูแลในด้านนี้ 27 คน จะมีการหารือกับอธิบดี ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อจัดทำคู่มือการทำงานเมื่อเกิดเหตุสัตว์ทะเลเกยตื้น ให้เร็วที่สุด

สำหรับแผนงานเบื้องต้น คิดว่า จะต้องจัดทำเป็นสถานีย่อยรักษาสัตว์ทะเลเกยตื้นใกล้ชายฝั่ง โดยจะทำบ่อบริบาลให้มีความเป็นธรรมชาติที่สุด ก่อนที่จะตัดสินใจปล่อยลงสู่ทะเล เพราะการเคลื่อนย้ายบ่อย จะทำให้สัตว์ทะเลเกิดความเครียด

สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ยังกล่าวด้วยว่า งบประมาณก็ถือเป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือ แต่ก็ถือว่า เป็นเรื่องปกติเพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า พะยูนหรือสัตว์ทะเลจะมาเกยตื้นใน 1 ปี กี่ตัว แต่ก็ยังดีที่มีกองทุนช่วยชีวิตสัตว์น้ำ ที่เคยเปิดรับบริจาคเป็นเวลา 2 วัน ก็มีจำนวนเงินประมาณ 1,700,000 บาท ที่สามารถใช้จ่ายได้ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ก็เข้ามาช่วยเหลือ ส่วนในอนาคตคงต้องหารือกันว่า จะต้องทำอย่างไร

นอกจากนี้ สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ยังยอมรับว่า สัตว์ที่มาเกยตื้นจะมีอัตราการรอดเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น และการรักษาจะต้องดูจากอาการจริงและโรคที่แทรกซ้อนด้วย ส่วนสาเหตุสำคัญก็เกิดจากฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น แม้จะเป็น ขยะเพียงชิ้นเดียว แต่ก็เป็นชิ้นเดียวที่ฆ่าชีวิต