คุณพ่อลูกแฝด สุดเฟรนด์ลี่ 'ปรีชาพล พงษ์พานิช' ฝันนำ ทษช.คว้าชัยเลือกตั้ง

ถือเป็นหนุ่มนักการเมืองที่ผ่านการใช้ชีวิตในยุค 90 ร่วมสมัยมาสู่ยุค 4.0 ยังปัจจุบัน "ป๋อม" ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช หนุ่มนักเรียนนอกทายาทนักการเมืองตระกูลดัง เนื่องจากเป็นบุตรชายคนสุดท้องของ "นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช" และ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช "ป๋อม" เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2523 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปริญญาตรี ด้าน Construction Management จาก University of Technology Sydney ปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์ จาก University of Sydney

ในวัยเด็กของเค้า ฝันจะเป็นวิศวกร ทหาร และนักการเมือง ท้ายที่สุดเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาโท เศรษฐศาสตร์การเมือง ภายหลังเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็ได้ทดลองทำงานในสาขาที่เรียนมา ท้ายที่สุดแล้วรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีใจรักอย่างที่เคยฝัน จึงตัดสินใจกลับเมืองไทยมาสอบเข้ารับราชการทหาร พร้อมสานต่อความต้องการที่จะทำเพื่อนประเทศชาตินั้น คือลงสมัครเล่นการเมือง กระทั่งล่าสุด เปิดตัวด้วยตำแหน่งที่สร้างความฮือฮาให้คนทั้งประเทศ นั่นคือการนั่งเก้าอี้เป็น "หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ"  

- เส้นทาง ถนนสายการเมือง - 

หนุ่มนายทหาร นักเรียนนอกในวัยเพียง 27 ปี ได้ก้าวเท้าเข้ามาสู่แวดวงการเมืองในปี พ.ศ. 2550 และกลายเป็น ส.ส.ชายที่มีอายุน้อยที่สุด ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต 2 สังกัดพรรคพลังประชาชน ตัวเค้าเองยอมรับว่ามีความพร้อมในด้านงานการเมือง อีกทั้งครอบครัวยังสนับสนุน จากนั้นเป็นต้นมาจึงมีบทบาทอยู่บนถนนสายการเมืองเข้าปีที่ 11 แล้ว เมื่อมีโอกาสก็ตั้งใจจะฝากสิ่งดีๆ ไว้ให้กับแผ่นดิน เมื่อบ้านเมืองเป็นของเราทุกคน หากเรายังทำประโยชน์ได้อยู่ นั่นคือสิ่งที่ไม่ควรรีรอ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง น่าจะเกษียณตัวเองออกไปตอนอายุ 60 ปี 

ที่ผ่านมา เคยรับตำแหน่งทางการเมือง เช่น เป็นรองโฆษกพรรรเพื่อไทย, ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคพลังประชาชน, กรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร, ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคเพื่อไทย ฯลฯ กระทั่งเมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 61) เปิดตัวอย่างสง่างามในตำแหน่ง "หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ" ในวัยเพียง 38 ปี เท่านั้น หลังเดินทางบนเส้นทางการเมืองนาน 11 ปี เขาผ่านหลายสถานการณ์ในเมืองไทย เห็นความขัดแย้งทางความคิด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ ซึ่งก็มีความหวังกับนักการเมืองรุ่นใหม่ แม้จะต่างที่มาก็หวังให้ก้าวไปสู่การส่งเสริมประชาธิปไตย พัฒนาจนแข็งแรง 

- ไม่โสดแล้วนะจ๊ะ แถมยังรักครอบครัวมากๆ - 

ปัจจุบัน คุณป๋อม แต่งงานสร้างครอบครัวกับ คุณออย ทายาทนายก อบจ. จ.พระนครศรีอยุธยา มีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกสาวฝาแฝดวัยกำลังน่ารัก ชื่อว่า “น้องลนา” และ “น้องลิดา” ชีวิตส่วนตัวของเค้าหลังว่างเว้นจากงานในหน้าที่จะทุ่มเทให้ลูกและภรรยาเกือบทั้งหมด ก่อนหน้านี้เค้าเคยบอกว่า จากคนรักการออกกำลังกาย ต้องเตะฟุตบอลกับเหล่าผู้ปกครองของเพื่อนลูกสาวทุกสัปดาห์ กลับต้องเปลี่ยนมาออกกำลังกายคนเดียว เพราะเวลาว่างไม่ตรงกับคนอื่นๆ เช่น ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน รวมทั้งใช้เวลาอยู่กับลูกสาวฝาแฝด เค้ายอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่ค่อยจะคิดอะไรมากใช้ชีวิตสบายๆ กระทั่งมีลูก จึงเริ่มใช้ชีวิตระมัดระวังมากขึ้น 

และสิ่งที่คุณป๋อม ทำเป็นประจำอีกอย่างคือ จะพาลูกและภรรยาเข้าวัดทำบุญเลี้ยงพระ เมื่อมีเวลาอยู่กับครอบครัวไม่มาก ก็จะพยายามปลูกฝังให้เขาเข้าวัดเข้าวา มีธรรมะในจิตใจ คุณป๋อมให้เหตุผลว่า เขาไม่ได้อยากให้ลูกเป็นคนเก่ง แต่อยากให้เป็นคนดี ถ้าสังคมจะเชิดชูคนเก่ง มีความสามารถ แต่ขาดคุณธรรม มันอยู่ไม่ได้

ในโทรศัพท์ของคุณป๋อม จะเต็มไปด้วยรูปถ่ายลูกสาว เรียกได้ว่ามีเก็บไว้ทุกอิริยาบถ จะชัดหรือเบลอๆ ก็ไม่เคยลบทิ้ง อนาคตไม่อยากให้ลูกเป็นนักการเมือง เพราะเป็นอาชีพที่เหนื่อย ส่วนภรรยาก็มีธุรกิจส่วนตัว ไม่ได้ทำงานการเมืองเหมือนกัน 

- ชอบฟังเพลง อ่านหนังสือ จากเคยอ่านนิยาย หันมาสนใจเรื่อง รัฐธรรมนูญ - 

ภายหลังเข้ามารับบทบาททางการเมือง ตัวเขาเองยอมรับว่า จากเคยอ่านหนังสือทุกประเภท โดยเฉพาะนวนิยายไทย ปัจจุบันหันมาอ่านเกี่ยวกับ “รัฐธรรมนูญ” ย้อนไปขณะใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ไม่ได้ดูละคร จึงอ่านหนังสือ เพราะมันบรรยายรายละเอียดได้มากกว่าโทรทัศน์ ส่วนแนวเพลง ฟังได้ทุกแนว ขอให้ติดหู เพลงเพื่อชีวิตก็ถือว่าเป็นเพลงโปรด เพราะเนื้อหาเป็นประสบการณ์ของผู้เขียน เราฟังแล้วก็ได้ความรู้ ได้คติสอนใจด้วย เพลงลูกทุ่งก็ฟังได้ ร้องได้เกือบทั้งหมด 

- เผด็จการไม่ได้สร้างสิ่งดีๆ ให้กับบ้านเมือง -

มองย้อนอดีตจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า "เผด็จการไม่ได้สร้างสิ่งดีๆ ให้กับบ้านเมือง" แค่หยุดความวุ่นวายได้ในช่วงหนึ่ง หรืออาจจะกดไว้เฉยๆ เหมือนกำลังนั่งทับขยะไว้ ทุกคนต้องช่วยกัน เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน เคารพความเห็นต่าง ปล่อยประชาธิปไตยมีพัฒนาการไปตามระบบ แต่ต้องปลูกจิตสำนึกความคิดของคน  หากอยากเห็นบ้านเมืองที่ดีในอนาคตสำหรับลูกของเรา หลายๆ ฝ่ายต้องช่วยเหลือกัน เพื่อสิ่งที่ดีกว่าและยืนยาว 

-  พรรคไทยรักษาชาติ พร้อมรับใช้ประชาชน รวมความคิดคนรุ่นใหม่ -

ภายหลังที่ประชุมมีมติเลือก "ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช" เป็นหัวหน้าพรรค นายฤภพ ชินวัตร น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ อดีตผู้แทนการค้าไทย นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แกนนำกลุ่มพลเมืองก้าวหน้าราชบุรี เป็นรองหัวหน้าพรรค มีนายมิตติ ติยะไพรัช เป็นเลขาธิการพรรค ขณะที่กรรมการบริหารพรรคประกอบด้วย นายรุ่งเรือง พิทยศิริ อดีตที่ปรึกษา รมช.คลัง สมัยรัฐบาลนายทักษิณ นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย อดีตผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวงการต่างประเทศ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ หรือ “กาย” อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 เป็นโฆษกพรรค  

"ผมจะรวบรวมความคิดคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงาน เติมเต็มให้สังคม เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอให้สัญญาว่าเราจะเดินไปพร้อมกัน จับมือกัน ไม่ทิ้งกัน เพราะโลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน พรรคไทยรักษาชาติ เป็นการผสมผสานของคนทุกรุ่น เราจะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ มีโอกาสเข้ามาเป็นผู้บริหารร่วมกับคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ทิศทางที่ดีได้ ส่วนที่เครือญาติของผู้บริหารส่วนใหญ่มีตำแหน่งอยู่ในพรรคเพื่อไทยนั้น ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไปอยู่พรรคใดก็ได้ ยืนยันว่าเรามีความคิดและอุดมการณ์ของตัวเอง การย้ายพรรคของแต่ละคนมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ดีการเดินออกมาไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่ ทษช.หลอมรวมคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเติมเต็มสิ่งที่ประเทศขาดหาย" 

- ชื่อย่อพรรค ทษช. หมายถึงรวมกันเพื่อความเป็นหนึ่ง ไม่เกี่ยวนายใหญ่ -  


ร.ท.ปรีชาพล ให้สัมภาษณ์ยืนยันถึงเรื่องชื่อย่อพรรค ว่า ไม่มีการฮั้วกับพรรคเพื่อไทย เมื่อลงสนามเลือกตั้งคงไม่มีการแบ่งคะแนนกัน ไม่มีการฮั้วแน่นอน เราจะส่ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อให้ได้มากที่สุด ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอักษรย่อคล้ายตัวย่อชื่อนายทักษิณ ชินวัตร นั้น ถือเป็นเรื่องนานาจิตตัง แต่ ทษช. หมายถึงการรวมกันเพื่อความเป็นหนึ่งของไทย เมื่อถามว่านายพานทองแท้ได้ติดต่อเข้าพรรคหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพล ตอบว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อ คนของพรรคเพื่อไทย ก็มีการพูดคุยกันบ้าง แต่ยังไม่รู้ว่าใครจะเข้าร่วมกับเราบ้าง ขอให้ติดตามอีกสักพักหนึ่ง ก่อนวันที่ 26 พ.ย. ทุกคนต้องเลือกเข้าสังกัดพรรคแล้ว

"เมื่อถามว่านโยบายจะคล้ายกับเพื่อไทย หรือไทยรักไทยหรือไม่ ร.ท.ปรีชาพลตอบว่า คนฉลาดจะไม่ปฏิเสธนโยบายในอดีตที่ประสบความสำเร็จ เกิดมาจากประชาชน อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอด สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยทำคือดูถูกประชาชน วันนี้ ทษช.พร้อมคุยกับทุกฝ่าย แต่พร้อมทำงานกับฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้น"