“จุติ” ปลุกสมาชิกสู้ศึกออนไลน์ หวังทวงแชมป์เลือกตั้งครั้งหน้า

“จุติ” อ้าง การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทำประชาธิปัตย์พ่ายเลือกตั้ง ปลุกสมาชิกสู้ศึกออนไลน์ หวังทวงแชมป์ ชี้ อนาคตใหม่เป็นคู่ต่อสู้ทำลึก เร็ว รุนแรงมากกว่า และชี้กลุ่มเป้าหมายชัดเจน

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในหัวข้อ “สามประสาน(รัฐบาล-สภาฯ-พรรค) สู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง” ในงานสัมมนารวมพลังประชาธิปัตย์ภาคเหนือ ว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วคิดว่าให้จำไว้เป็นบทเรียนสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นดิสรัปชั่น (Disruption) ทางการเมือง (การเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์) ถ้าจะสู้เลือกตั้งครั้งหน้าเราต้องทิ้งกรอบความคิดเดิมๆ ไปให้หมด เพราะปัจจุบันเป็นโลกของการสื่อสาร เราจะชอบหรือไม่ชอบก็ตามต้องสู้บนเวทีของการสื่อสาร

ครั้งที่แล้วตนเองพยายามให้ทุกจังหวัดสร้างโครงสร้างเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีเพื่อช่วยงานด้านสื่อสาร บางท่านเชื่อ แต่บางท่านไม่เชื่อ ถึงขนาดมีแล้วแต่เรายังสู้ไม่ได้ เพราะคู่ต่อสู้ทำลึกกว่า เร็วกว่า รุนแรงมากกว่า พรรคอนาคตใหม่เตรียมการล่วงหน้าถึง 2 ปี จึงชนะเลือกตั้งในเรื่องเทคโนโลยี และการยุบพรรคไทยรักษาชาติแล้วไปเทคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่ แต่สิ่งที่ชัดเจนของพรรคอนาคตใหม่ คือ มีกลุ่มเป้าหมายชัด คนลงคะแนนครั้งแรก หรือ เฟิร์สโหวต (First Vote) ที่มีรวม 7.5 ล้านคน และคนพิการซึ่งพรรคทำมาก่อน แต่พรรคอนาคตใหม่ให้คนพิการมาสมัครเป็นผู้แทน พิสูจน์ว่าให้โอกาสด้วยไม่ใช่แค่พูด 

“ผมได้ไปคุยกับนักโฆษณา เขาบอกว่าจุดขายพรรคอนาคตใหม่เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ในปี 38 ที่มีดรีมทีมเศรษฐกิจ มีความใหม่ สด ที่คนในสังคมต้องการ ดังนั้นพรรคจะต้องมีจุดขายของตัวเอง เพราะคนรุ่นใหม่ มีความจำย้อนไปแค่ 5 ปี เขาไม่รู้ว่าพรรคเคยทำอะไรในอดีต ไม่ทราบว่า นายทักษิณ ชินวัตร เคยทำอะไร ดังนั้น การสื่อสารจึงเป็นหัวใจของชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า ที่ต้องเสนอในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ เพศทางเลือก หรือ LGBT และกลุ่มเกษตรกร โดยพรรคต้องหาคนรุ่นใหม่ที่เก่งไอทีมาเสริมทัพ ทิ้งกรอบเดิมๆ ที่เคยหาเสียง เพราะในปัจจุบันเป็นโลกของความสนใจ 4 วินาทีที่ต้องช่วงชิงมาให้ได้ ถ้าทำได้ก็จะช่วยให้เราทวงคืนความเป็นแชมป์กลับมาได้

ทั้งนี้ ภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎรดีขึ้นมากหลังจาก นายชวน หลีกภัย เข้าเป็นประธานสภาฯ ช่วยกู้ศรัทธาประชาชนกลับคืนมา แต่การที่ ส.ส.ไปพูดความบกพร่องของความสะดวกสบายในสภาฯ กลายเป็นสิ่งที่ซ้ำเติมภาพลักษณ์ของ ส.ส.ลงไปอีก เช่น การไประบุว่า ไม่มีสายชำระในห้องน้ำ ซึ่งชาวบ้านสะท้อนว่า ส.ส.มัวถกเถียงเรื่องนี้ แต่ชีวิตเขาน้ำจะใช้อุปโภคบริโภคบางพื้นที่ยังไม่มี จึงต้องมีการให้ข้อมูลเชิงบวกมากๆ”.