นายกฯ ลงชุมชนคลองเตย ลั่นไม่เป็นศัตรูกับใคร พร้อมลุยพัฒนาคุณภาพชีวิต

"บิ๊กตู่" ลงชุมชนคลองเตย ลั่นไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ให้คำมั่นได้เป็นรบ. สานต่อนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตดีกว่าเดิม ลั่นทะเลาะ ต่อต้านกันไม่ได้อีกแล้ว 

สำหรับภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วันที่ 15 พ.ค. หลังจากช่วงเช้าเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ครั้งที่ 2/2562 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นช่วงบ่าย เวลา 13.30 น. นายกฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน และสภาพแวดล้อมของผู้อยู่อาศัยในชุมชนแออัดล็อก 1-2-3 และชุนชนหัวโค้ง เขตคลองเตย กทม. โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดมหาดไทย ทั้งนี้มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. และนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย พรรคพลังประชารัฐ มาต้อนรับ

จากนั้นนายกฯ เดินทักทายและตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ประชาชนในชุมชน พร้อมกล่าวว่า เป็นห่วงในเรื่องของอัคคีภัย เนื่องจากมีเยาวชนและผู้สูงอายุอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาต้องเตรียมแผนสำรองเอาไว้ให้รอบคอบ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังหยอดคำหวานกับกลุ่มเด็กๆ และเยาวชนที่มาต้อนรับว่า ที่ตนรักเด็กๆ ทุกคน เพราะทุกคนคืออนาคตของประเทศ เราอยากอยู่ในสถานที่ดีกว่านี้ไหม ในพื้นที่ในบริเวณเดียวกันนี้ แต่สร้างขึ้นมาใหม่ อาจจะขยับบ้างเล็กน้อยแล้ว ค่อยไปดูกัน ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐบาล กทม.และการท่าเรือ ร่วมมือกันจัดทำแผนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมทั้งเส้นทางคมนาคมต่างๆ ด้วย ขณะเดียวกัน ให้ไปดูตัวอย่างแฟลตดินแดงที่รัฐบาลได้ดำเนินการจนสำเร็จ ซึ่งพื้นที่นี้โครงการแรกจะเริ่มในปลายปี 2563 เดี๋ยวหาว่าตนสัญญาอีกไม่ได้ แต่เป็นการเดินหน้านโยบายเหล่านี้ต่อไป ใครเป็นรัฐบาลจะต้องทำต่อ เพราะฉะนั้นจะต้องไม่ต่อต้านกันและกัน 

"ลุงเป็นห่วงพวกเราทุกคน และถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดูแลประชาชนทุกคนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เท่าเทียม และขอความร่วมมือจากทุกคนด้วย เพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน ไม่เช่นนั้นอนาคตเราจะเดินต่อไปไม่ได้ เราต้องทำให้เกิดความมั่นคงขึ้น วันนี้รัฐบาลมีแผนให้ค้าขายในชุมชน ไม่ต้องไปข้างนอก เพียงขอให้ร่วมมือกับรัฐบาล ผมไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร แม้จะเป็นทหารก็ตาม อย่าให้เกิดขึ้นอีกก็แล้วกัน และผมจะทำให้ดีที่สุด ถ้าได้ทำหน้าที่ต่อ ผมไม่ได้มาหลอกใคร สิ่งที่นายกฯ พูด และสิ่งที่พวกท่านเห็น คือตัวตนของผมทั้งนั้น ผมไม่ได้หวังอะไรทั้งสิ้น แค่อยากให้ทุกคนมีความสุข" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ไม่ว่ารัฐบาลหน้าจะเป็นใคร ท่านก็มี ส.ส.ในพื้นที่ดูแลท่านอยู่แล้ว ประเทศไทยต้องรักกัน อะไรที่ทำได้ก็ทำ แต่เราต้องร่วมมือกัน นายกฯ ยังถามเด็กๆ ที่มาต้อนรับว่า อยากเป็นนายกฯ กันไหม ถ้าอยากเป็นก็ต้องเรียนหนังสือ วันหน้าไม่เรียนหนังสืออยู่ไม่ได้ แต่ถ้าเรียนหนังสือจะไปทำอะไรก็ทำได้ แต่ถ้าเป็นนักเลงมันไม่มีชื่อ นี่คือความสุขที่เรามี ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง ประเทศชาติจะเดินไปข้างหน้าได้ด้วยประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดเราทะเลาะกันไม่ได้อีกแล้ว ต้องมีความรักความสามัคคี เพื่อลูกหลานของเรา และมาวันนี้ไม่ต้องมามอบอะไรให้ตน แค่เรามีหัวใจดวงเดียวกันก็พอแล้ว ขอให้ร่วมมือกัน พัฒนาชุมชน และทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกันนี้นายกฯ ยังได้พูดกระเซ้าว่า เสียดายไม่ได้ลงเลือกตั้งในเขตนี้ ถ้าลงไม่รู้จะสู้เขาได้หรือเปล่า 
         
ต่อมา นายกฯ เยี่ยมชมกิจกรรมนันทนาการและกีฬาของเยาวชนและประชาชนในชุมชนคลองเตย ณ ศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย ซึ่งเป็นศูนย์กิจกรรมของเยาวชน คนทำงาน และผู้สูงอายุทุกช่วงวัย เขตคลองเตย ชมการซ้อมมวยคาดเชือก การแสดงดนตรี การแสดงลีลาศ โดยนายกฯ อารมณ์ดีได้ร่วมร้องเพลง ”สุขกันเถอะเรา” และเพลง ”พรหมลิขิต” ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งได้มีชาวบ้านตะโกนขอให้เป็นรัฐบาลต่อไปและขอให้เป็นนายกฯ ขณะที่นายกฯ ยิ้มเขินๆ ก่อนบอกว่า เขากำลังคุยกันอยู่ ส่วนที่ขอให้เป็นนายกฯ แล้วแต่ท่าน ส.ส.เขา
           
จากนั้น นายกฯ ตรวจเยี่ยมการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิ สำหรับประชาชนใน กทม. ที่ศูนย์บริการสาธารสุข 41 คลองเตย   

ต่อมา นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้รับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่มาบ้าง เพราะคนเป็นรัฐบาลก็ต้องเตรียมการก่อนลงพื้นที่ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของคนเราคือเรื่องคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และปัจจัย 4 ซึ่งเขายังไม่มีความพร้อมในด้านเหล่านี้ วันนี้ดีใจที่หลายหน่วยงาน เข้าไปช่วยเหลือ ตนก็ขอบคุณทั้ง กทม.และการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ผู้รับผิดชอบพื้นที่ ซึ่งเราก็มีแผนพัฒนาไปสู่พื้นที่ที่ดีกว่า เช่น การสร้างแฟลตให้อยู่อาศัย ซึ่งชาวบ้านก็ยืนยันว่าพร้อมจะร่วมมือกับหน่วยงานเพื่อพัฒนาชีวิตตนเอง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราต้องสร้างความเข้าใจ ไม่มีอะไรที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะนี่คือประเทศไทย ทุกคนอาจเคยชินกับการสนับสนุนจากรัฐ แต่ปัญหาของรัฐก็มากอยู่แล้ว แต่ 5 ปีที่ผ่านมา เราก็ช่วยกันแก้ปัญหามากพอสมควร เพื่อพาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 นั่นคือคนต้องอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ แม้เทคโนโลยีจะเข้ามาแทน แต่เราต้องฝึกคนของเราให้ทำงานร่วมกับเครื่องจักรได้ และเข้ากับการค้าสมัยใหม่คือการค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นสูงและสร้างผลกระทบอย่างมาก แต่ทุกคนต้องเดินไปสู่การแก้ปัญหาที่รัฐบาลได้เตรียมไว้ รัฐบาลทำให้ได้ แต่ถ้าไม่ร่วมมือกันก็อยู่ที่เก่า ความขัดแย้งก็สูงขึ้นจะทำให้เสียประโยชน์ของเรา

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่จะสร้างที่อยู่ใหม่นั้น ก็คงต้องไปสร้างตลาดให้เกิดขึ้นก่อนหรือไม่ เหมือนตลาดบองมาเช่ เมื่อมีตลาด มีที่พักผ่อน เดี๋ยวพวกเขาก็อาจจะตามกันไปทั้งหมด โดยเราจะเริ่มต้นโครงการทั้งหมดในปี พ.ศ.2562-2572 ซึ่งถ้าทำให้เร็วกว่านี้ก็จะยิ่งดี เพียงแต่บางคนเขายังไม่อยากไป จึงต้องสร้างการรับรู้ว่าถ้าย้ายออกไปแล้ว ที่ใหม่จะเกิดอะไร และที่เดิมจะเกิดอะไร วันนี้เราขายของได้เฉพาะในพื้นที่ รายได้จึงน้อย แต่ถ้าเราเปลี่ยนแปลง ก็อาจมีการสร้างงานให้เกิดขึ้น นี่คือการสร้างโอกาสให้ลูกหลาน ถ้าเราไม่ทำตั้งแต่วันนี้ อนาคตก็จะเป็นแบบเดิม เป็นปัญหาที่มีตลอด กี่สิบกี่ร้อยปี อย่างไรก็ดี ตนพูดในฐานะรัฐบาลชุดนี้ ส่วนรัฐบาลหน้ายังไม่รู้ มันขึ้นอยู่กับนายกฯ คนใหม่ เพราะยังไม่รู้ว่าเป็นใครเหมือนกัน.