ประธานวิปรัฐคุยโอ่ ไม่มีสภาล่มอีก

พท.-เหน็บเจ็บ คนมีข้อสังเกตเสียบบัตรแทนอีสาน ชมหน่อยหลังพบทักษิณ

“ประวิตร” สยบข่าวรอยร้าว พรรคร่วมรัฐบาล ยันคุยกับ ปชป. เรียบร้อยแล้ว จวก “ธนาธร” แซะงบกลาโหม ปั่นสังคมเข้าใจผิดกองทัพ “ประยุทธ์” ขอยึดประเทศ อย่าแค่สู้กันทางการเมือง ติงอย่าแยกเขี้ยวใส่กันมากนัก แบ่งรับแบ่งสู้ร่วมมีตติ้ง “วิรัช” โอ่สภาฯไม่ล่มรอบสาม ย้อนสมัยรัฐบาล ปชป.ก็เคยเกิดขึ้น

“เทพไท” ซัดประธานวิปฯโยนขี้ กร้าวมติวิปรัฐบาลมัดมือชก ส.ส.มีเอกสิทธิ์ไม่ได้ พท.ไม่เอาด้วยนับคะแนนใหม่ จับพิรุธฝ่ายรัฐบาลชนะมีกดบัตรแทนกันหรือไม่ “สุทิน” คาดปลาย ม.ค.63 เหมาะเปิดมีดซักฟอก ส.ส.อีสานปัดข่าวปล่อยงัดข้อ “เจ๊หน่อย” เหรัญญิกอนค.แจงเอกสารเยอะกว่า 100 แฟ้ม ขอเพิ่ม 120 วันส่งเอกสารเงินกู้พรรค “สิระ” ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด “เสรีพิศุทธ์” ตั้งที่ปรึกษา-แอบอ้างมติ กมธ.ออกคำสั่งเรียก 2 ป. “เรืองไกร” บี้เก็บภาษีย้อนหลังคสช.-แม่น้ำ 5 สาย

แกนนำรัฐบาลต่างยืนยันพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีรอยร้าวไร้ความขัดแย้ง โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุมีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์พรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

“บิ๊กตู่” ให้ยึด ปท.อย่าแค่สู้ทางการเมือง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เปิดตัวเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Responsible Business Network : TRBN) โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว. คลัง นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมงาน โดยนายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า คำว่าเครือข่ายคือต้องไม่ยุ่งเหยิง ภาครัฐและเอกชนต้องไปด้วยกัน งานที่ทำไม่ใช่สั่งแล้วจะทำได้ทีเดียว ต้องใช้กฎหมายคู่ขนาน วันนี้กฎหมายอาจจะออกยากสักนิด เพราะต้องผ่านสภาฯ ไม่มีปัญหาถ้าทุกคนเข้าใจในเป้าหมาย เราจะต่อสู้ทางการเมืองอย่างเดียวคงไม่ได้แล้ว ต้องเอาผลประโยชน์ชาติเป็นสำคัญ ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดจะแก้อะไรไม่ได้ จะต่ำเตี้ยอยู่แบบนี้ ต่างประเทศชื่นชมไทยบ้านเมืองมีเสถียรภาพสงบเรียบร้อย แม้มีปัญหาการเมืองก็เป็นเรื่องธรรมดาเขารับได้ ดังนั้นต้องช่วยกันไม่ทำให้ชื่อเสียงประเทศเสียหาย

ย้ำใช้กฎหมายปกติแล้วขอให้จบ

นายกฯกล่าวอีกว่า อะไรไม่ใช่ปัญหาหลัก ปัญหาใหญ่หยุดกันเสียบ้าง ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าอะไรไม่ได้ทั้งหมด ความขัดแย้งก็สูง ประชาชนก็ไม่เข้าใจ เรามีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่างชาติสนใจนำไปใช้ เราเป็นผู้นำเขา เจ้าของหลักการ ประเทศอื่นได้ประโยชน์แล้ว ต้องกลับมาทบทวนเราทำครบถ้วนหรือยัง เรามีทุนเข้มแข็งมากมาย มีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมใจ ต่างศาสนาอยู่กันได้อย่างสงบสุขมาช้านาน มีศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ความเป็นไทย มียิ้มสยาม เราต้องไม่ทำลายสิ่งเหล่านี้ ต้องร่วมมือและคิดไปกับตนไม่อย่างนั้นจะทำไม่ได้ ไม่ว่าจะมาตรา 88 มาตรา 99 วันนี้ไม่มีแล้ว มีแต่กฎหมายปกติ แต่ยังไม่จบสิ้นกันสักที ตนไม่ได้คิดจะมาเป็นนายกฯ แต่ด้วยสถานการณ์ ยังคิดว่าเป็นนายพลก็เก่งแล้ว โดยทำงานด้วยความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์สุจริตและกล้าหาญ และทุกคนมีโอกาสจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศ

ฮึดสู้ไม่ท้อ ติงอย่าแยกเขี้ยวใส่กันนัก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว เช่นสงคราม ถ้าเกิดขึ้นอีกจะแรงกว่าเดิม ดูช่องสารคดีผ่านทางเน็ตฟลิกซ์เห็นถึงความน่ากลัว ความเสียหายที่เกิดขึ้นในโลกนี้จากสงครามโลก ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราไม่มีปัญหาถึงขั้นนั้นแต่ต้อง เตรียมตัว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีทหารไว้ สื่ออย่าไปขยายความขัดแย้งให้ตนอีก เปิดหนังสือพิมพ์อ่านแล้วท้อ ปวดหัว กำลังคิดอะไรดีๆออกมา แต่วันนี้ต้องฮึดสู้ เพราะถ้าท้อก็ไปต่อไม่ได้ แต่เมื่อเชื่อมั่นให้ตนเป็นผู้นำต้องทำให้ได้ หวังทุกคนร่วมกันพัฒนา อย่าแยกเขี้ยวใส่กันมากนัก รอยยิ้มสยามจะหายไปกลายเป็นรอยยิ้มสยอง ทะเลาะกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง กฎหมายคือกฎหมาย ให้กลไกทำงานไปก็จบแล้วและไม่นิ่งดูดาย ไม่มัวโทษกันไปมา ตนไม่ใช่นักธุรกิจ ไม่ใช่นักธุรกิจการเมือง แต่เป็นนักปฏิบัติ การเมืองคือการเมือง ต้องให้เกียรติกัน เคารพกันมันก็จบ

ดูก่อนร่วมงานมีตติ้งพรรคร่วม รบ.

ต่อมาเวลา 11.00 น.ภายหลังกล่าวปาฐกถาจบ นายกฯตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆเมื่อถูกถามถึงการนัดพบปะหารือกันของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ที่สโมสรราชพฤกษ์ ค่ำวันที่ 3 ธ.ค.ว่า ขอดูก่อนกำลังดูอยู่ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ไปอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่าแต่พรรคร่วมต้องการให้นายกฯ ไปด้วย นายกฯกล่าวว่า “ถ้าผมไปก็คงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรหรอกมั้ง แต่ถ้าไปเยี่ยมอะไรนิดหน่อยก็คงจะได้มั้ง” เมื่อถามอีกว่าตกลงจะไปใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า “ยังไม่รู้”

“ประวิตร” ยันคุย ปชป.เรียบร้อยแล้ว

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการนัดเลี้ยงแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลวันที่ 3 ธ.ค.ว่า เป็นการทานอาหารร่วมกันธรรมดา ไม่ใช่กระชับความสัมพันธ์อะไร หรือต้องหารืออะไรร่วมกันเป็นพิเศษ เพราะนัดกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็พูดคุยกันไปหมดแล้ว ไม่มีอะไร การประชุมสภาฯ วันที่ 4 ธ.ค.เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อถามว่า หลังพรรคทานอาหารร่วมกันแล้ว สภาฯจะไม่ล่มเป็นครั้งที่ 3 ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า สื่อคิดกันไป เมื่อถามต่อว่ายังยืนยันความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ว่าเคลียร์กันได้ ถ้ามีรอยร้าวในใจ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “เอาน่า ไม่มีอะไร ทุกคนเข้าใจกัน เป็นเรื่องของบุคคล” เมื่อถามว่า จะพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์เรื่องการโหวตต่างๆที่มักสวนมติหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้อง เราคุยกันเรียบร้อยแล้ว พรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมือหรือไม่เป็นเรื่องทางสภาฯ รัฐบาลไม่มีอะไรทุกอย่างเรียบร้อย

ซัด “ธนาธร” ปั่นสังคมเข้าใจผิดกองทัพ

เมื่อถามถึงกรณีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ลาออกจากคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 เพื่อปลุกม็อบลงท้องถนน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่รู้เรื่อง จะไปรู้ได้อย่างไร แต่ปลุกม็อบอย่าทำผิดกฎหมายแล้วกัน การใช้เงินนอกงบประมาณกองทัพ ทำเรื่องสวัสดิการ ให้ประโยชน์กับข้าราชการทหาร ประชาชน และข้าราชการที่มีรายได้น้อยทุกคน คงไม่จำเป็นต้องชี้แจงเพิ่มเติม โปร่งใสอยู่แล้ว มีผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นตรวจสอบ จะจำหน่ายเงิน ออกไปมีขั้นตอน จะไปโกงได้อย่างไร คงต้องการทำให้คนเข้าใจผิด กองทัพไม่มีอะไร ตนชี้แจงอยู่แล้ว ในตอนนี้ จะชี้แจงอะไรอีก จะเคลียร์อะไร ตอบอย่างนี้ยังไม่เคลียร์อีกหรือ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นตรวจสอบมาตลอด ไม่ต้องห่วง เราทำตามระเบียบทุกอย่าง เมื่อถามว่า มีคนมองว่าเป็นการทุบหม้อข้าวทหาร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีรายได้พิเศษ ทหารร่วมกันทำงานแล้วนำรายได้นี้มาแจกจ่ายให้ทหารชั้นผู้น้อย เนื่องจากสวัสดิการที่ได้จากงบฯไม่เพียงพอต้องหาเพิ่มเติม ยุทโธปกรณ์ไม่ต้องพูด กองทัพวางแผนงานเป็นระยะ 10 ถึง 20 ปี การจัดซื้อจัดหามีคณะกรรมการทุกขั้นตอนทำตามระเบียบทุกอย่าง ไม่ต้องห่วง การเคลื่อนไหวของนายธนาธร ก็อย่าผิดแล้วกัน ขอให้ทำตามกฎหมาย

แจงเลิกเกณฑ์ทหารค่อยเป็นค่อยไป

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) กล่าวว่า กองทัพพร้อมเปิดกว้างรับแนวคิดมาปรับปรุงกองทัพ ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ แนวคิดยกเลิกเกณฑ์ทหารสรรหากำลังพลด้วยความสมัครใจเป็นแนวทางการปฏิรูประบบงานกำลังพลระยะยาวที่ กห.มีอยู่เดิม มีแผนต่อเนื่องลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่กับการพัฒนาระบบกำลังสำรองและการฝึกวิชาทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 ที่ได้ปรับปรุงให้ทันสมัย จากสถิติผู้สมัครใจเข้าเป็นทหาร ยังคงมีไม่เพียงพอเช่นเดียวกับหลายประเทศที่เคยยกเลิกการเกณฑ์ทหาร กำลังเตรียมผลักดันให้กลับมาเกณฑ์ทหารเช่นเดิม เนื่องจากยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้เข้าเป็นทหารได้ จึงจำเป็นต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน

“วิษณุ” ระบุตั้งแน่ กมธ.ศึกษาแก้ รธน.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงญัตติเสนอตั้งคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 หากไม่ผ่าน การเสนอญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะยังทำไม่ได้ แต่อย่างไรก็ต้องตั้ง ส่วนกรณีโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุจะมีการแถลงผลงานรัฐบาลต่อรัฐสภาในรอบ 6 เดือน ตามหลักไม่มีการแถลงผลงานรอบ 6 เดือนต่อรัฐสภา หากมีคงเป็นการแถลงกับสื่อมวลชนเท่านั้น ในอดีตไม่เคยมีการทำ นอกจากจะครึ้มอกครึ้มใจปีละหน สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือต้องรายงานการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติปีละครั้ง รายงานการปฏิรูป 3 เดือนต่อครั้ง ทำกันมา 2-3 วงรอบแล้ว ไม่มีที่ไหนกำหนดว่าต้องแถลงผลงานในรอบ 6 เดือน แต่อาจพิมพ์เป็นเล่มเผยแพร่

“อนุทิน” เทียบ รบ.ฮอลล์น้ำผึ้งมะนาว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เบื้องต้นรับทราบจะรับประทานอาหารเย็นกันที่สโมสรราชพฤกษ์ ตนจะไปกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมและเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ประชุมสภาฯ ดีมาตลอดไม่เห็นมีอะไรไม่ดีเลย ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เมื่อถามว่า วิปรัฐบาลระบุสภาฯล่มเป็นปัญหาจากพรรคประชาธิปัตย์ จะทำให้ขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งขึ้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไร ไม่เห็นหรือว่ามีการจับไม้จับมือกัน อย่าทำให้มีเรื่องดีกว่า สื่อมวลชนก็เหมือนกัน ตนยังไม่ได้พูดอะไรสักอย่างหาว่าตนถูกหักหลัง ถูกโน่นถูกนี่ มันไม่มีอะไร ทุกคนช่วยกันทำงาน เมื่อถามย้ำว่า หลังทานอาหารร่วมกันแล้วจะดีขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันดีอยู่แล้ว ไม่มีอะไรไม่ดีเลย เมื่อถามย้ำว่ามันจะดีขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ฮอลล์รสน้ำผึ้งผสมมะนาว ชีวิตบางครั้งก็เปรี้ยวอย่างมะนาว บางครั้งก็หวานปานน้ำผึ้ง”

“วิรัช” โวองค์ประชุมไม่มีล่มรอบ 3

ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาลงมติญัตติตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ว่า มั่นใจว่าองค์ประชุมจะไม่ล่มเพื่อ ให้โหวตลงมติได้ คาดว่าจะมีเสียง ส.ส.รัฐบาลร่วมประชุม 253 เสียง ขาดเพียงนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยที่ป่วย ส่วนจะโหวตไปทางใดแล้วแต่ไม่สามารถห้ามได้ เป็นสิทธิแต่ละบุคคล แต่วิปรัฐบาลจะไม่ถอนญัตติขอให้นับคะแนนใหม่เรื่องญัตติมาตรา 44 ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 85 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงใช้มาตลอด เขียนล้อตามรัฐธรรมนูญ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ วินิจฉัยไว้ถูกต้องแล้ว

ย้อนยุครัฐบาล ปชป.สภาฯก็เคยมี

เมื่อถามว่า หากองค์ประชุมล่มครั้งที่ 3 วิปรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร นายวิรัชตอบว่า ต้องดูเหตุผลที่องค์ประชุมไม่ครบว่าเพราะอะไร เป็นหน้าที่ ส.ส.ทุกคนต้องมาร่วมรับผิดชอบด้วยกัน ถ้าไม่ครบผู้ใหญ่ต้องมีมาตรการออกมา แต่ยังไม่มีการพูดถึงว่าจะเป็นแบบใด เหตุการณ์สภาฯล่มสัปดาห์ที่ผ่านมา มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 3 คนติดภารกิจไม่สามารถร่วมประชุมได้ ส่วนรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.เป็นหน้าที่ที่จะต้องมาร่วมประชุมในวันที่ 4 ธ.ค. เมื่อถามว่านายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้นายวิรัชพิจารณาตัวเองหากองค์ประชุมล่มเป็นครั้งที่ 3 นายวิรัชตอบว่า คงไม่พิจารณาตัวเอง ที่ผ่านมาสภาฯเคยล่มในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำรัฐบาล นายเทพไทก็โหวตตามมติวิปรัฐบาลทุกครั้ง

“เทพไท” จวก ปธ.วิป รบ.โยนขี้แต่ ปชป.

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีประธานวิปรัฐบาลระบุสภาฯจะล่มหรือไม่อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์อยากขอชี้แจงว่า องค์ประชุมเป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ประกอบด้วยพรรคร่วมหลายพรรค ให้ไปตรวจสอบรายชื่อ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลว่าสภาฯล่ม 2 ครั้ง มี ส.ส.พรรคใดขาดประชุมบ้าง ไม่ได้มีเฉพาะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเองก็ขาดไปจำนวนหนึ่งด้วยไม่ใช่หรือ อย่าโยนความผิดมาให้พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว การโหวตลงมติญัตติตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบมาตรา 44 นายวิรัชจะอ้างมติวิปรัฐบาลมาบังคับพรรคร่วมรัฐบาลให้ลงมติตามวิปต้องพิจารณาว่ามติวิปรัฐบาลถูกต้องชอบธรรม หรือขัดต่ออุดมการณ์ของพรรคอื่นหรือไม่ วิปรัฐบาลต้องเคารพเอกสิทธิ์ ส.ส.ด้วย ไม่ควรใช้มติวิปมาปิดปากมัดมือชกให้ลงมติตามความต้องการของวิปรัฐบาลทุกครั้ง

ลั่นมีเอกสิทธิ์ล่มอีกไล่พิจารณาตัวเอง

นายเทพไทกล่าวอีกว่า วันที่ 4 ธ.ค. จะเข้าร่วมประชุมสภาฯแน่ การลงมติเป็นเอกสิทธิแต่ละบุคคล จะขอฟังคำชี้แจงวิปพรรคก่อนจะมีมติให้ ส.ส. 6 คนโหวตทิศทางใด เป็นมติของพรรคหรือแค่มติวิปรัฐบาล ถ้าให้ ส.ส.ทุกคนลงมติตามวิปรัฐบาลจริง มติวิปรัฐบาลขัดต่ออุดมการณ์ข้อ 4 ของพรรคหรือไม่ ยืนยันจะยึดหลักความถูกต้องและอุดมการณ์พรรคเป็นที่ตั้ง ถึงวินาทีนี้ยังยืนยันความคิดเดิม เห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.แน่นอน ถ้าจะใช้มติวิปรัฐบาลบีบบังคับให้กลับมติคงทำไม่ได้ นอกจากตอบคำถามสังคมไม่ได้แล้ว ยังตอบตัวเองไม่ได้อีกด้วย ส่วนการประชุมสภาฯจะล่มหรือไม่ อยู่ที่ฝีมือประธานวิปรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน ถ้าสภาฯล่มอีกควรทบทวนบทบาทตัวเองด้วย ประธานวิปรัฐบาลต้องเป็นคนที่มีบารมี น่าเชื่อถือยึดมั่นในหลักการ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ สูง ไม่ใช่โยนความผิดให้ผู้อื่น ถ้าหากพุธนี้ระดม ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจนครบองค์ประชุมแล้ว ฝ่ายรัฐบาลจะชนะโหวตแม้ ส.ส. 6 คนของประชาธิปัตย์จะลงมติเหมือนเดิมก็ตาม อยากเรียกร้องให้ประธานวิปรัฐบาลทำงานอิสระ ปราศจากครอบงำของฝ่ายบริหาร ต้องแยกแยะเรื่องใดเป็นเรื่องฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ควรปะปนกันหรือรอคำสั่งจากฝ่ายบริหารจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ถ้ายังไม่ปรับปรุงวิธีคิดหรือวิธีการทำงาน จะทำให้การทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลในสภาฯไม่ราบรื่น

ย้ำไม่มีกลเกมใดๆแอบแฝง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีนายวิรัชระบุว่าสภาฯล่มเพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำตามมติวิปรัฐบาลว่านายวิรัช คงเข้าใจผิด สภาฯล่ม ส.ส.ทุกคนทุกพรรคต้องร่วมรับผิดชอบเรื่ององค์ประชุม กรณี ส.ส.พรรคเสนอญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากกฎหมาย คำสั่งในทุกคำสั่งและไม่ได้เจาะจงคำสั่งที่เกิดจากมาตรา 44 มาตั้งแต่ต้น จะให้ผู้เสนอญัตติไม่ทำตามสิ่งที่เสนอ ถือว่าผิดหลักการ การลงมติในสภาฯ เป็นกระบวนการหนึ่งในระบอบประชาธิปไตย มีเห็นต่างบ้างเป็นสิ่งสวยงาม พรรคประชุม ส.ส. วันที่ 3 ธ.ค. เวลา 13.00 น. ยืนยันไม่มีกลเกมใดๆ เราร่วมรัฐบาลต้องทำหน้าที่ที่รับผิดชอบดีที่สุด หัวหน้าพรรคเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน ความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ เรื่องสภาฯ ส.ส.ทุกคนคิดได้ว่าได้ทำทุกวินาทีให้เกิดประโยชน์กับประชาชน

พท.หัวชนฝาไม่เอานับคะแนนใหม่

ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวถึงข้อเสนอให้ทบทวนแก้ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อ 85 ว่า ต่อไปควรให้นิยามให้ชัดเจนว่าการจะขอนับคะแนนใหม่ ต้องมาจากเรื่องใด ไม่เช่นนั้นเมื่อโหวตแล้วแพ้จะขอให้นับคะแนนใหม่ ฝ่ายค้านยังเตรียมยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความข้อบังคับการประชุมว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากการขอนับคะแนนใหม่ อาจกลายเป็นการลงคะแนนใหม่ได้ การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะสร้างบรรทัดฐานให้การลงมติครั้งต่อไปได้ พรรคเพื่อไทยยืนจุดยืนเดิมไม่ลงคะแนนใหม่ ถ้ารัฐบาลยังมีปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ เขาหมดปัญญาแล้วจริงๆ ส่วนตัวอาจช่วยสักครั้งลงชื่อเพื่อให้องค์ประชุมครบ แต่จะไม่โหวตใหม่ แต่ต้องขอหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน ถ้าการประชุมล่มเป็นครั้งที่ 3 รัฐบาลถูกมองว่าหมดสภาพเดินต่อไปไม่ได้แล้ว ที่ประธานวิปรัฐบาลจะไม่ถอนมติก็เป็นสิทธิ อาจมั่นใจองค์ประชุมครบ แต่เรายืนยันตามจุดยืนเดิม ปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ ไม่ได้เกิดจากฝ่ายค้าน เราไม่ได้เล่นเกมการเมือง คิดว่าสังคมเข้าใจ

สงสัยก่อนหน้านี้กดบัตรแทนกันหรือไม่

เมื่อถามอีกว่าหากยังมีปัญหาระหว่างรัฐบาลฝ่ายค้านจะกระทบไปถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 วาระ 2-3 หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ตอนนี้มีสัญญาณที่น่าสนใจ รัฐบาลคงคิดหนัก ที่ผ่านมารัฐบาลนับคะแนนชนะฝ่ายค้าน ถ้าฝ่ายค้านคิดนับใหม่เราอาจเห็นอะไรดีๆ เช่น โหวตบางเรื่องเขาชนะจริงหรือไม่ เพราะเมื่อขอให้นับองค์ประชุมใหม่ก็ล่มทั้งหมด จึงมีคนตั้งข้อสังเกตว่าการโหวตนั้นมีการกดบัตรแทนกันหรือไม่ ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลนัดทานอาหารเคลียร์ใจกันวันที่ 3 ธ.ค. ยังไม่แน่ใจว่าเคลียร์ใจกันได้หรือไม่ ต้องไปดูว่าแผลที่เคยเกิดขึ้นเป็นแผลเล็กหรือแผลใหญ่ พรรคฝ่ายค้านขอเอาใจช่วย อยากให้เคลียร์กันได้จะได้มีเสถียรภาพ

ปลาย ม.ค.63 เหมาะซักฟอกถล่ม รบ.

นายสุทินกล่าวว่า ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นไปได้ที่จะเป็นช่วงต้นปี 2563 การนับสมัยประชุมจะไปสิ้นสุดเดือน ก.พ.2563 และเดือน ธ.ค.ที่เคยคิดจะอภิปราย มีเรื่องต่างๆเข้ามาเช่น เลือกตั้งซ่อม ช่วงปลายเดือน ธ.ค.คงจะยังไม่ยื่นญัตติขออภิปรายฯ หากมีการอภิปรายช่วงปลายเดือน ม.ค.ถือว่าเหมาะ เรามีข้อมูล เราพร้อมเพรียง ขอยืนยันว่าที่ยังไม่ยื่นอภิปราย ไม่ใช่ฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลหรือต้องการประวิงเวลา

“ทักษิณ” จับเข่าคุยปัญหาในพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า หลังมีข่าว ส.ส.อีสานบินไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สะท้อนความไม่พอใจคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ทำให้กลุ่มไลน์ ส.ส.เพื่อไทยพูดคุยกัน ส่วนใหญ่มองว่าไม่เป็นผลดี ทำให้พรรคเสียหาย อยากให้คนในพรรคสามัคคีกัน ในช่วงที่พรรคเจอวิกฤติ มีใจเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อประชาชน ร่วมกันให้กำลังใจผู้บริหารพรรคทั้งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ประธานยุทธศาสตร์ ประธานภาค ให้รวมพลังฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ ทั้งนี้มีการพูดคุยวงเล็กระหว่างนายทักษิณ คุณหญิงสุดารัตน์ และแกนนำภาคอีสาน เพื่อพูดคุยถึงปัญหาต่างๆในการบริหารพรรคช่วงที่ผ่านมา เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารภายในพรรคเพื่อไทยในอนาคต

ส.ส.อีสานปฏิเสธขัดแย้ง “เจ๊หน่อย”

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน ส.ส.ภาคอีสาน กล่าวว่า มีการปล่อยข่าวจากผู้ไม่หวังดีว่า ส.ส.อีสานไม่พอใจการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ให้ข่าวเท็จร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ทำงานร่วมกับ ส.ส.อีสานอย่างใกล้ชิด ชื่นชมความทุ่มเทเสียสละที่ทำให้กับพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ทุ่มเททำงานอย่างหนักและสนับสนุนการทำงานของ ส.ส.อีสาน และ ส.ส.ทุกคนอย่างดี การที่ร่วมประชุม ส.ส.อีสาน เพราะตนได้รับการร้องขอจาก ส.ส.อีสานให้เชิญคุณหญิงมาร่วมประชุม จะได้รับทราบยุทธศาสตร์การทำงานในสภาฯแต่ละสัปดาห์ และจะเชิญคุณหญิงไปร่วมประชุมทุกสัปดาห์ด้วย ทุกคนขอเป็นกำลังใจให้คุณหญิง และจะยืนเคียงข้างคุณหญิงสุดารัตน์ในการทำงานให้ประชาชนต่อไป

ปัดไม่เกี่ยวแย่งเก้าอี้อนุ กมธ.งบฯ

นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า การที่ตนไม่ได้เป็นอนุ กมธ.งบประมาณไม่ได้เกิดจากคุณหญิงสุดารัตน์เลย แต่เป็นความผิดพลาดการประสานงานในภาค ประธาน ส.ส.อีสานได้ชี้แจงทำความเข้าใจแล้วไม่ได้ติดใจ ขอร้องผู้ไม่หวังดีอย่าพยายามสร้างข่าวเท็จที่ทำความเสียหายต่อคุณหญิงสุดารัตน์และพรรค คุณหญิงสุดารัตน์เป็นผู้นำหลักให้กับพรรคที่ ส.ส.อีสานให้ความรักชื่นชม

ซัดบิดเบือนเสี้ยมข่าวให้แตกแยก

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประธานพรรคเพื่อไทยภาคอีสานกล่าวว่า การเสนอข่าวว่าตนลุกขึ้นพูดกลางโต๊ะอาหารตำหนิการทำงานคุณหญิงสุดารัตน์ต่อหน้านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยืนยันไม่เป็นความจริง ตรงกันข้ามได้พูดชื่นชมการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ด้วยซ้ำ การไปดูไบตนไปพร้อมคุณหญิงสุดารัตน์ และ ส.ส.หลายคน ทุกคนมาเที่ยว และถือโอกาสอวยพรปีใหม่นายทักษิณ ในฐานะคนรู้จักกัน ได้ทานข้าวด้วยกันเท่านั้น แปลกใจว่ามีคนเอาไปบิดเบือนว่าตนตัดพ้อ นำเสนอข่าวใหญ่ให้เห็นความขัดแย้งของพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร ยืนยันสองครอบครัวสนิทสนมกันมาแต่รุ่นพ่อ ไม่มีเรื่องใดให้ขัดแย้งหรือเห็นต่างกัน ไม่รู้ว่าคนปล่อยข่าวคือใคร แต่ขอเตือนว่าไม่มงคลสำหรับคนปล่อยข่าวและกับพรรค ทุกครั้งที่มีปัญหาภายในพรรคเพื่อไทยจะมีชื่อตนเกี่ยวข้องตลอด ไม่แปลกใจ เพราะเป็นประธานพรรคดูแลภาคอีสาน หากจะโจมตีจะพุ่งเป้ามาที่ตนเป็นคนแรก

นายใหญ่ทวีตดีใจแกนนำ พท.บินเยี่ยม

ช่วงเย็น นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯทวีตข้อความว่า “ขอบคุณท่านหัวหน้าสมพงษ์ (นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย) คุณหญิงหน่อย (คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย) ท่านประยุทธ์ (นายประยุทธ์ศิริพานิชย์ ประธานภาคอีสานพรรคเพื่อไทย) และ พี่ๆน้องๆที่แวะมาให้กำลังใจกัน ในเทศกาลปีใหม่ ผมและน้องสาวรู้สึกอบอุ่นและดีใจ ทุกครั้งที่มีเพื่อนฝูงจากเมืองไทยมาเยี่ยมเยียนถึงดูไบ หวังว่าจะได้เจอกันอีกครับ”

อนค.โต้ผู้นำค้าน ก.ม.ราชการทหาร

ที่พรรคอนาคตใหม่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ร่วมยกร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร กล่าวถึงกรณีนายกฯคัดค้านยกเลิกเกณฑ์ทหาร ห่วงว่าจะไม่มีกำลังพลพอช่วงเกิดภัยพิบัติว่า หน้าที่หลักทหารคือฝึกเตรียมพร้อมป้องกันประเทศ หน้าที่รองออกทำหน้าที่เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ ทั่วโลกนำทหารออกไปทำภารกิจทั้งนั้น ยืนยันกำลังคนยังมีเท่าเดิม วิธีการรับสมัครยังมีกำลังหลักทั้งพลทหารและนายสิบ รวมกำลังสำรองประมาณ 500,000 นายเหมือนเดิม กองทัพจะเข้มแข็งมากกว่าเดิมนี่คือเป้าหมายหลัก นายกฯพูดเหมือนว่าจะไม่มีทหารเลยไม่ใช่ กำลังทหารยังมีเท่าเดิม แต่สิ่งที่ดีขึ้นมาคือทหารกองประจำการจะได้รับการฝึกยาวนานขึ้น

อ้างคนตอบรับดีลุยรณรงค์ต่อ

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงถึงผลสำรวจว่าประชาชนร้อยละ 61.4 ยังเห็นด้วยกับการเกณฑ์ทหารว่า เป็นเรื่องดีแสดงว่ามีคนเห็นด้วยกับการยกเลิกเกณฑ์ทหารถึงร้อยละ 40 พรรคเคยคิดไว้ว่าอาจมีเสียงสนับสนุนเพียงร้อยละ 20 ด้วยซ้ำ เพิ่งโค้งแรกของเรื่องละเอียดอ่อน เริ่มต้นให้คนมาพูดคุยกัน ยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ไม่ใช่เพียงยกเลิกเกณฑ์ทหาร มีรายละเอียดเพิ่มสวัสดิการให้ทหารและครอบครัว พัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพกองทัพ ไม่จำเป็นต้องกังวลจะทำให้กำลังพลไม่พอใจนโยบายนี้ ต้องการให้ทุกคนเข้าใจก้าวแรกของการปฏิรูปกองทัพ เป็นผลดีกับกองทัพ เราพร้อมเดินหน้าต่อ

เหรัญญิกยกเอกสารเยอะยื่น กกต.ช้า

นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่ แถลงกรณีข้อกล่าวหาเงินกู้ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมว่า วันที่ 2 ธ.ค.ครบรอบกรอบเวลาส่งเอกสารคดีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ให้ กกต. ต้องขอชี้แจงว่าที่ผ่านมาพรรคร่วมมือกับ กกต.มาตลอด จนล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ต.ค. กกต.ขอในสิ่งที่อาจพ้นพิสัยให้ส่งสำเนาบัญชีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีของพรรคอนาคตใหม่ตามมาตรา 59 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-30 ก.ย.2562 ในมุมผู้ทำงานอาจดูเหมือนง่าย แต่สำหรับพรรคการเมืองที่มี 6 สาขาและ 70 ศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด แต่ละเดือนมีการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเอกสารที่มากกว่า 10 แฟ้มต่อเดือน ทำให้มีเอกสารที่ กกต.ต้องการให้พรรคนำส่งมีกว่าร้อยแฟ้ม ทุกหน้าต้องลงนามเพื่อนำส่ง กกต.แค่ทำสำเนาส่งให้ กกต.ทั้งหมดให้ทันกรอบเวลาเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

จ่อยื่นขยายเวลาอีก 120 วัน

นายนิติพัฒน์กล่าวอีกว่า ถ้าเป็นบริษัททั่วไปสรรพากรเรียกตรวจเอกสารจะขอแต่เอกสารบางส่วนหรือเอกสารที่สรรพากรอยากจะดู เป็นแบบหรือเป็นประเภทไป แต่ กกต.ขอเรามาทุกค่าใช้จ่าย ทุกรายจ่ายรายรับ ด้วยระยะเวลาที่มีทำให้ไม่ได้จริงๆเพราะเราทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากทำให้ แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำตามกรอบเวลาที่ กกต. กำหนดให้ แจ้ง กกต.ไปแล้ว แต่ กกต.ยังมีจดหมายกลับมาว่าให้ส่งเอกสารเหล่านี้มาให้ภายในวันที่ 2 ธ.ค. ดังนั้นพรรคจะส่งเอกสารเหล่านี้ให้ กกต.แน่นอน แต่ต้องขอเวลาอีกประมาณ 120 วัน เพราะพรรคอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนบัญชีปลายปี ผู้ตรวจสอบบัญชีจะเข้ามาตรวจสอบบัญชี จึงขอรอเพื่อทำให้เอกสารเหล่านี้ถูกต้องก่อนส่ง กกต.คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า จะทำเรื่องชี้แจงให้ กกต.ทราบต่อไป

“สิระ” ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด “เสรีพิศุทธ์”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กรณีแต่งตั้งที่ปรึกษาประธาน กมธ.โดยมิชอบ โดยนายสิระกล่าวว่า ได้ยื่น ป.ป.ช.เอาผิด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ 2 กรณีคือแต่งตั้งนายวัฒนา เมืองสุข เป็นที่ปรึกษาประธาน กมธ. อ้างมติลงวันที่ 20 พ.ย.62 แต่เอกสาร กมธ.ระบุได้รับแต่งตั้งวันที่ 18 พ.ย.62 ถือเป็นเอกสารเท็จ ลงนามในคำสั่งก่อนประชุม กมธ.โดยอ้างมติ กมธ.ปลอมแปลงเอกสารราชการมีตราครุฑ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยืนยันว่าได้มีคำสั่งดังกล่าวและได้ลงนามจริง แต่ต่อมามีคำสั่งยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง อีกกรณีหนึ่งคือ กมธ.ลงมติ 6 ต่อ 3 เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มาชี้แจงกรณีเสนอร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 ไม่ถูกต้อง ออกคำสั่งเรียกโดยไม่ใช่มติที่ประชุม กมธ.

“เรืองไกร” บี้รีดภาษีย้อนหลังเเม่น้ำ 5 สาย

วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญฯลงวันที 2 ธ.ค. เรื่อง ขอข้อมูลการจ่ายเบี้ยประชุม กมธ.หรือกรรมการ ข้อมูลการจ่ายเบี้ยประชุม กมธ.หรืออนุกรรมการของ คสช. สนช. สปท.และกรธ.ย้อนหลัง 5 ปี เพื่อให้การจัดเก็บรายได้แผ่นดินตามที่ประมาณการไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ถูกต้องครบถ้วน ป้องกันไม่ให้มีผู้ใดหลบเลี่ยงการเสียภาษีให้รัฐ ตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 50 (9) โดยตามประมวลรัษฎากรมาตรา 42 (7) กำหนดเงินได้พึงประเมินประเภทเบี้ยประชุม กมธ.หรือกรรมการหรือค่าสอน ค่าสอบที่ทางราชการหรือสถานศึกษาของทางราชการจ่ายให้ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ แต่ไม่ได้ยกเว้นเบี้ยประชุมอนุ กมธ.หรืออนุกรรมการไว้ด้วย กรมสรรพากรเคยตอบข้อหารือมาไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว และกรมสรรพากรมีแนววินิจฉัยไว้ว่า “ทางราชการ” หมายถึงหน่วยงานของกระทรวง ทบวง กรมเท่านั้น

คสช.ไม่ใช่ จนท.รัฐ-ไม่จ่ายผิดอาญา

นายเรืองไกรกล่าวว่า สำหรับกรณี คสช.ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 11/2562 ว่าหัวหน้า คสช.ไม่มีสถานะ ตำแหน่งหน้าที่หรือลักษณะงานทำนองเดียวกับพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ และไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ทำให้ค่าตอบแทนต่างๆที่ คสช.ได้รับไปตลอดเวลาประมาณ 5 ปี ไม่เข้าลักษณะที่จะได้รับการยกเว้นตามประมวลรัษฎากรมาตรา 42 (7) คสช.ต้องนำค่าตอบแทนต่างๆ รวมทั้งเบี้ยประชุมที่ได้มาเสียภาษีด้วย หากไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย อาจถูกลงโทษทางอาญาตามประมวลรัษฎากรมาตรา 37 (2) ตามมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 37 (2) บัญญัติว่าผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี ปรับสองพันบาทถึงสองแสนบาท คือโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร หรือขอคืนภาษีอากรตามลักษณะนี้ และส่วนมาตรา 37 ทวิ บัญญัติว่าผู้ใดโดยเจตนาไม่ยื่นรายการที่ต้องยื่นตามลักษณะนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กกต.เตือนเช็กชื่อก่อน ลต.ขอนแก่น

วันเดียวกัน เว็บไซต์สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ตามที่มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่างวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค. เวลา 08.00-17.00 น. จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในเขตพื้นที่ อ.หนองเรือ และมัญจาคีรี ตรวจสอบบัญชีรายชื่อตนเอง ถ้าไม่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ให้แจ้งต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นภายในวันที่ 11 ธ.ค. เพื่อขอเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อแล้วแต่กรณี โดยนำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นใดที่ทางราชการออกให้มาแสดง

ส่งศาลฎีกาตัดสิทธิ “ชาติชาย”

กกต.มติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาขอให้เพิกถอนสิทธิสมัคร สิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญานายชาติชาย วรพิพัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 138 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 159 หลังตรวจสอบพยานหลักฐานเป็นแผ่นบันทึกภาพและเสียงประกอบคำร้องของผู้ร้อง กรณีนายชาติชายปราศรัยโดยใช้คำว่า ส.ส.ประชาธิปัตย์คนเดิมทั้ง 3 คนได้ถูกซื้อตัวแล้วย้ายพรรคไปแล้ว เป็นการใส่ร้ายและทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจว่าย้ายพรรค เพราะถูกซื้อตัวละทิ้งอุดมการณ์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน อันเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ จูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยม และจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับนายชาติชาย การกระทำของผู้ร้องจึงเข้าข่ายเป็นความผิด

ชี้หากผิดรื้อคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายชาติชาย หากศาลฎีกามีความเห็นยืนตามที่ กกต.เสนอ จะเป็นอีกกรณีหนึ่งต่อจากใบเหลืองของนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่ขณะนี้ กกต.ได้ส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาแล้ว จะมีผลให้ต้องมีคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อของทุกพรรคการเมืองใหม่ หลังจากตัดคะแนนนายชาติชายออก ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายชาติชายได้คะแนน 19,711 คะแนน

ชงศาล รธน.ชี้ขาด “ระวี” พ้น ส.ว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ กกต.ได้มีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยให้สมาชิกภาพความเป็นสมาชิกวุฒิสภาของนายระวี รุ่งเรือง ส.ว.ลำดับที่ 146 นายกสมาคมการค้าเครือข่ายชาวนาไทยและเลขานุการคณะกรรมการศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (4) ประกอบมาตรา 108 ลักษณะต้องห้าม (1) มาตรา 98 (8) และมาตรา 82 วรรคสี่ ตามที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องกรณีตรวจสอบพบว่า เคยถูกลงโทษทางวินัยให้ไล่ออกจากราชการฐานประพฤติชั่วร้ายอย่างร้ายแรง กรณีเรียกรับเงินผู้สมัครสอบคัดเลือกเป็นสมาชิกอาสารักษาดินแดน การเรียกและรับเงินจากผู้ที่ประสงค์จะเข้ารับราชการ เพื่อเป็นค่าวิ่งเต้นให้ได้เข้ารับราชการ จึงเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามเป็น ส.ว. แม้ในเวลาต่อมานายระวีจะได้รับการล้างมลทิน แต่ไม่ได้หมายความว่าความประพฤติหรือการกระทำของผู้ถูกร้องที่เป็นเหตุให้ถูกลงโทษทางวินัยถูกลบล้างไปด้วย ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2539 ที่ได้วางหลักไว้ จึงเป็นกรณีที่มีเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ว.ของนายระวีสิ้นสุด

“ปารีณา” วิ่งรอกฟ้องร้องคดี

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีอัยการฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นจำเลยคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรที่นายวัฒนาขอให้เรียก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มาสอบถามและวินิจฉัยจากกรณีที่โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงนายวัฒนาและการเบิกความในคดีบ้านเอื้ออาทร น่าจะเป็นการขัดข้อกำหนดศาลตามกฎหมาย ป.วิแพ่งมาตรา 30, 32, 33 (ละเมิดอำนาจศาล) โดยคู่ความทุกราย พร้อมทนายมาศาล แต่ น.ส.ปรีณารีบเดินทางกลับทันทีหลังแถลงต่อศาล ขณะที่นายวัฒนากล่าวว่า ศาลสอบถามแล้ว น.ส.ปารีณาให้การปฏิเสธ ขณะที่ น.ส.ปารีณาเพิ่งได้พบกับทนายความจึงเลื่อนการไต่สวนออกไปเป็นวันที่ 3 ม.ค.63

ที่ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์คดีที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ปารีณาข้อหาหมิ่นประมาท กรณี น.ส.ปารีณาโพสต์เฟซบุ๊กหาว่า น.ส.พรรณิการ์และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหลายพื้นที่ใน กทม. และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย น.ส.พรรณิการ์เปิดเผยว่า ศาลนัดฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 12 ธ.ค.เวลา 09.00 น.

ศาลสั่ง “กรุงศรีวิไล” ยุติหน้าที่ ส.ส.

ที่ศาลฎีกา สนามหลวงศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศาลมีคำสั่งรับคำร้องและบัญชีระบุพยานในคดีที่ กกต.ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เเละให้ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่และให้สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลงกับนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ผู้คัดค้านคำร้องกรณีบุคคลใกล้ชิดใส่ซองช่วยงานศพ เนื่องจากศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้วจึงให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 133 และมาตรา 138 วรรคสาม

“เดียร์” ร้อง กกต.สอบ “ช่อ-อนค.”

น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้มอบหมายทนายความยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.ขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่และพรรคอนาคตใหม่ ได้แถลงข่าวกล่าวหาตนเมื่อวันที่ 18 และ 22 พ.ย.บิดเบือนข้อเท็จจริงของตนและคู่สมรส ประเด็นถือหุ้นและครอบงำสื่อไม่เป็นความจริง ได้ขายหุ้นทั้งหมดก่อนลงสมัคร ส.ส. น.ส.พรรณิการ์พูดทำให้สังคมสับสน แถลงข่าวไม่จบไม่สิ้น มีเจตนากลั่นแกล้ง กล่าวหาด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อจะแกล้งให้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และยังแจ้งหรือให้ถ้อยคำต่อ กกต. ตามการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 พ.ย.2562 ด้วยเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 143

เลือกตั้งซ่อมขอนแก่นสมัคร 4 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 วันสุดท้าย สรุปว่ามีผู้สมัครเพิ่มอีก 2 คนคือ พ.ต.อ.กิตติกูร กาญจนสกุล จากพรรคเสรีรวมไทย และนายสุทัศน์ ผลบุญ จากพรรคพัฒนาชาติ ขณะที่นายอภินันท์ จันทร์อุปละ ผอ. กกต.ขอนแก่น กล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่นเขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่างมีผู้สมัครทั้งสิ้น 4 คน คือนายธนิก มาสีพิทักษ์ พรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 นายสมศักดิ์ คุณเงิน พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 2 พ.ต.อ.กิตติกูร พรรคเสรีรวมไทย หมายเลข 3 และนายสุทัศน์ พรรคพัฒนาชาติ หมายเลข 4

จับสาวคลั่งอาละวาด สนง.เพื่อไทย

เย็นวันเดียวกัน พ.ต.ท.บรรลุ สินนา สว. (สอบสวน) สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น พร้อมกำลังไปตรวจสอบเหตุทำร้ายร่างกายในสำนักงานพรรคเพื่อไทย ขอนแก่น เขต 7 ตั้งอยู่ริมถนนสายหนองเรือ-ชัยภูมิ อ.หนองเรือ พบผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ควบคุมตัวนางคณิต เคนพรม อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งพูดจาไม่รู้เรื่อง สอบ สวนทราบว่า นางคณิตเข้ามาก่อเหตุทำร้ายร่างกายแม่บ้านประจำสำนักงานและทำร้ายทีมผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.จนบาดเจ็บ 3 คน ทำลายข้าวของเครื่องใช้ภายในสำนักงานเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปที่ สภ.หนองเรือ ยังปรี่เข้าทำร้ายร่างกายผู้ช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยอีก สอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นญาติผู้สมัครรายหนึ่ง ไม่พอใจที่ผู้บาดเจ็บมาช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหาเสียง เบื้องต้นแจ้งข้อหาบุกรุกและทำร้ายร่างกาย