ปลุกประชาชน กดดันแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อไทยมีแผน

ถ้าไม่ได้ตั้งรัฐบาล ยัน7พรรคเหนียว สมพงษ์หัวร่อหน.

พท.ประชุมใหญ่อบอุ่นคึกคัก “วิโรจน์” ปลอบพลาดเป้า แต่ยังมาที่ 1 “ภูมิธรรม” สยบข่าวเปลี่ยนแม่ทัพ ลั่นพร้อมเป็นรัฐบาล 7 พรรค ยังกอดคอแน่นปึ้ก ยึดประเพณีการปกครองกุมเสียง ส.ส.มากสุดต้องได้สิทธิตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าอดเป็นฝ่ายบริหาร จับมือประชาชนลุยแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ “ป๋าเหนาะ” บ่นยุคนี้สกปรกที่สุด ขู่ชาวบ้านรอลงโทษงูเห่า “สมพงษ์” ขำไม่รู้เรื่องนั่ง หน.คนใหม่ สายอีสานดัน “ไพจิต” ก็เหมาะสม “พุทธิพงษ์” ย้ำพันธมิตรชัดเจนแล้ว ตีปี๊บทำทันทีนโยบายเอาใจคนกรุง “เทพไท” เตือนรัฐบาลเสียงข้างน้อยเผชิญวิกฤติกล่อมตั้งรัฐบาลปรองดองอย่าดึงดัน กกต.อ้างถูกเรียกร้องส่งตีความ ถ้าคำร้องตกไปคำนวณปาร์ตี้ลิสต์สูตรเดียว

จากกรณีมีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย เตรียมเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่จะให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าพรรคแทน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ที่ไม่ได้เป็น ส.ส.เตรียมแก้ปัญหาหากต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้าน

ล่าสุดนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันยังไม่มีการหารือเรื่องดังกล่าว ยืนยันพรรคพร้อมเป็นรัฐบาล โดยยึดประเพณีการปกครองใครชนะได้ ส.ส.อันดับ 1 ได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน พร้อมยืนยัน 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตยยังจับมือกันเหนียวแน่น

พท.ประชุมใหญ่ถกผลเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่พรรคเพื่อไทยมีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อลงมติวาระต่างๆ เช่น งบการเงินรายงานผลการดำเนินการรอบปีที่ผ่านมาและแผนดำเนินการปีต่อไปตามระเบียบพรรค หลังไม่ได้ประชุมพรรคมานานกว่า 5 ปี มีแกนนำ อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งของพรรค ตัวแทนภาค ว่าที่ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส.ระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ 347 คน และอดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลังยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทั้งนี้ พรรคเปิดให้ว่าที่ ส.ส.ที่ยังไม่ได้ลงปฏิญญาสืบทอดเจตนารมณ์ ต่อต้านเผด็จการ ลงนามเพิ่มเติมให้ครบด้วย

“วิโรจน์” ปลุกใจหลุดเป้าแต่ยังรั้งที่ 1

พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ขอขอบคุณผู้สมัคร ส.ส. ผู้ใหญ่ของพรรค กรรมการบริหารพรรค เจ้าหน้าที่พรรคที่ช่วยกันดำเนินงานให้เรียบร้อย แม้ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปอย่างที่ตั้งไว้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากอำนาจรัฐ อำนาจเงิน ที่เราต้องเผชิญอยู่ แต่ผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจเรามีว่าที่ ส.ส.จำนวนมากเป็นอันดับหนึ่ง

ชี้พิรุธชัยนาทเอกสารลายมือคนเดียว

นายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวว่า ขอให้กำลังใจทุกคนแม้เรายังไม่ทราบผลการเลือกตั้งที่ชัดเจน แต่ต้องตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดให้ครบ 77 จังหวัดทั้ง 250 เขต เลือกตั้งจากเดิมมีเพียง 50 จังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น พร้อมจะส่งผู้สมัครลงครบทุกเขต การเลือกตั้งที่ผ่านมามีปัญหาและอุปสรรค ได้ประสานงานองค์กรหน่วยงานอื่น ทั้งเอ็นจีโอภาคประชาชนที่สังเกตการณ์เลือกตั้งทั้งหมด ในมือฝ่ายประชาชนที่ทราบมีตัวเลขหน่วยเลือกตั้งกว่า 8 หมื่นหน่วย แต่ยังต้องการให้รัฐบาลและ กกต.ประกาศหน่วยเลือกตั้งให้ชัดเจน เมื่อลงไปในรายละเอียดแล้วพบว่ามีหลายพื้นที่มากยังเป็นปัญหา เช่น จ.ชัยนาท พบว่าในใบ ส.ส.5/18 การกรอกรายละเอียดควรเป็นลายมือคนละลายมือ แต่ปรากฏว่าคะแนนที่มาอยู่ในมือเราเป็นการกรอกด้วยลายมือของคนคนเดียวทั้งหมด จึงสงสัยกระบวนการที่มา ถ้ามีข้อมูลหรือรูปถ่ายจากหน้าบอร์ดในหน่วยเลือกตั้งจะนำมาพิสูจน์ทราบได้ชัดเจนว่าคะแนนที่เขียนไว้บนบอร์ดกับคะแนนที่ กกต.เป็นคะแนนจริงตรงกันหรือไม่

ซัดตุกติกบวกคะแนนพรรคอื่นเพิ่ม

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้พบอีกว่าบางเขตเลือกตั้งคะแนนตัวเลขจริงอยู่ประมาณร้อยละ 60 แต่เวลาไปเขียนมีการบวกเพิ่มเติมไปเป็นร้อยละ 70-80 สำหรับคะแนนพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคเรา ทำให้คะแนนเราหายไป กระบวนการที่เกิดขึ้นซับซ้อนมากกว่าเดิม เป็นขบวนการที่ดำเนินการโดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง

“เสนาะ”บ่นสกปรก–ปชช.จะลงโทษงูเห่า

ต่อมาเวลา 12.30 น. พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวให้สมาชิกพรรคกว่า 400 คน ที่มาเข้าร่วมประชุมได้รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ของพรรค ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯของพรรคและ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรค บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นอบอุ่น โดยนายเสนาะกล่าวตอนหนึ่งว่า ทำการเมืองมากว่า 40 ปีไม่เคยมีครั้งไหนสกปรกเท่าครั้งนี้มาก่อน เอารถกว่า 10 คันมาปิดบ้านตน ทำแบบนี้ได้อย่างไร ขอเตือนคนที่คิดจะเป็นงูเห่าว่าถ้าไปจะถูกประชาชนลงโทษ เขาจะไม่เอาและตนรังเกียจงูเห่า

“สมพงษ์” ขำแรงไม่รู้นั่ง หน.ใหม่

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะถูกผลักดันขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ว่า “ผมไม่รู้อะไรสักอย่าง” พร้อมกับหัวเราะส่ายหน้าอย่างแรง

“สุทิน” จวกคู่แข่งหาเรื่องลด ส.ส.

นายสุทิน คลังแสง ว่าที่ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคพันธมิตรยังมั่นคงไม่แตกแถวล้านเปอร์เซ็นต์ ตัวเลข ส.ส.ทั้งหมดที่รวมเสียงได้ 255 คน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือความพยายามจากบางฝ่าย ที่จะทำให้จำนวน ส.ส.ลดลงแต่พรรคเท่าเดิม เห็นได้จากที่มีบางคนไปยื่นให้ตรวจสอบว่าที่ ส.ส.เรื่องการถือครองหุ้นสื่อ การไปยื่นยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ เราวิตกทุกวันนี้ไม่มั่นใจต่อ กกต. แต่ยังเชื่อว่า กกต.คงไม่กล้าทำอะไรมั่วๆ คงไม่อยากทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาอีก

ก๊กอีสานเชียร์ “ไพจิต” ก็เหมาะสม

เมื่อถามถึงกระแสข่าวหากพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ต้องสรรหาผู้นำฝ่ายค้านที่เป็น ส.ส.และหัวหน้าพรรค นายสุทินกล่าวว่า คงเป็นการพูดคุยของสมาชิกพรรคบางส่วน ไม่ใช่ความเห็นเป็นรูปธรรมจากพรรค ผู้นำฝ่ายค้านเมื่อดูจาก ส.ส. มีผู้ที่เหมาะสมหลายคน เช่น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.เชียงใหม่ ภาคอีสาน นายไพจิต ศรีวรขาน ว่าที่ ส.ส.นครพนม ถือว่าเหมาะสมเช่นกัน ภาคกลาง ภาคเหนือมีอีกหลายคน แม้ไม่อาวุโสมากนัก แต่ทำงานในสภาฯมานาน ประธานสภาฯไม่ควรแย่งชิงกัน ยึดธรรมเนียมปฏิบัติ มารยาทการเมืองต้องให้พรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุดเป็นผู้คัดเลือก จะยึดเอาคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตมาใช้สิทธิเลือกไม่ได้ พรรคยังไม่ได้วางตัวใครเป็นพิเศษ ต้องรอความชัดเจน หลังวันที่ 9 พ.ค. หลัง กกต.รับรอง ส.ส.เสียก่อน จะได้รู้จำนวน ส.ส.แต่ละพรรคอย่างชัดเจน

ย้ำประเพณีชนะที่ 1 ได้ตั้งรัฐบาล

ต่อมาเวลา 12.30 น. นายภูมิธรรมแถลงภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 62 ว่า ที่ประชุมประเมินสถานการณ์การเมืองเห็นว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้ที่นั่ง ส.ส.มากที่สุด ยืนยันจะรักษาความไว้วางใจของประชาชนเต็มความสามารถ และต้องรักษาประเพณีการปกครองที่พรรคอันดับหนึ่งมีสิทธิอันชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาล แต่ขณะนี้มีความพยายามใช้โอกาสสร้างความพร้อมจัดตั้งรัฐบาลฝืนประเพณี ไม่เคยมีพรรคอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาล การอ้างคะแนนป๊อปปูลาร์เป็นการอ้างเลื่อนลอย จะทำให้รัฐบาลใหม่ไม่มีเสถียรภาพ น่าห่วงว่ากระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน จึงให้คณะทำงานชุดต่างๆของพรรคเดินหน้าเต็มที่

ไม่ได้บริหาร–จับมือ ปชช.แก้ รธน.

“หลังประกาศผลการเลือกตั้งเราพร้อมเป็นรัฐบาล แต่ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลจะทำหน้าที่ยืนยันจุดยืนหาทางแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างเข้มแข็ง กติกาที่มองว่าเป็นปัญหาจะร่วมกับประชาชนรวบรวมปัญหาเพื่อหาทางออกให้ประเทศหลุดพ้นจากกรอบที่ดึงไม่ให้แก้ปัญหาประเทศได้เต็มที่ รัฐธรรมนูญเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ทั้งฉบับ ทั้งกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจ กลไกการตรวจสอบ พรรคต้องร่วมกับประชาชนพิจารณาว่าอะไรเร่งด่วนที่สุดที่ต้องดำเนิน-การก่อน” นายภูมิธรรมกล่าว

ยัน 7 พรรคปึ้กจับมือกันแน่น

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น ลัดขั้นตอนและไม่สมบูรณ์ เชื่อว่าถ้ากระบวนการต่างๆทำงานเต็มที่จะไปได้ ยืนยันว่า 7 พรรคการเมืองที่ประกาศไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจยังจับมือกันแข็งแรง หนักแน่นในสิ่งที่เราประกาศไว้ หากใครจะฝืนแย่งชิงอำนาจไปเพื่อกลุ่มตัวเองต้องใช้กระบวนการนอกรัฐธรรมนูญ จะด้วยการซื้องูเห่า งูจงอางหรืองูเขียวก็ตาม เป็นวิธีการไม่สง่างาม สร้างกระบวนการน่ารันทดให้กับระบบประชาธิปไตย ประชาชนจับตาดูอยู่จะมีผลต่อการตัดสินใจวันข้างหน้า วันที่ 9 พ.ค. ถ้า กกต.ประกาศผลเลือกตั้งอย่างมีเหตุผลทุกอย่างจบ แต่ถ้าเอาใจใครบางคนมันจะไม่จบง่ายๆ กกต.ต้องกล้าหาญอย่างมากที่จะเผชิญกับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น เป็นความรับผิดชอบโดยตรง กกต.ต้องทำให้ทุกอย่างชัดเจนถ้าทำไม่ได้ต้องพิจารณาตัวเอง ไม่ว่าฝ่ายไหนได้จัดตั้งรัฐบาล รัฐบาลที่ออกมาจะไม่มีเสถียรภาพ จึงขอให้สมาชิกอยู่กับประชาชนเตรียมพร้อมหากมีสถานการณ์อะไรที่เปลี่ยนแปลงไป

ยังไม่ถึงเวลาคิดเปลี่ยนตัวจ่าฝูง

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรายังไม่คิดไปไกลขนาดนั้น ตอนนี้ผลการเลือกตั้งยังไม่ทราบเราต้องรอให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเอง จากนั้นจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทุกอย่างจะเดินได้ และรู้ว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล รวมถึงตัวผู้นำฝ่ายค้านก็จะเลือกในช่วงเดือน ก.ค. หากตอนนี้เรามาคิดเรื่องการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคก็เท่ากับเรายอมแพ้ ดังนั้นวันนี้เราจึงให้ความสำคัญกับการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

“เรืองไกร” จ่อยื่นยกคำร้อง กกต.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรค ไทยรักษาชาติ กล่าวว่า กรณีที่ กกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องการคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อว่า หากพิจารณาตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคำสั่งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2561 ที่เคยวินิจฉัยไว้ว่ากรณีที่เป็นเพียงข้อสงสัย ข้อหารือ หรือการคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. คำร้องของ กกต.จึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับ คำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัยได้ ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญจึงควรมีคำสั่งต่อคำร้องของ กกต.ดังกล่าว ด้วยการไม่รับคำร้องของ กกต.ไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยตนจะไปยื่นคำร้องในวันที่ 22 เม.ย. เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาไม่รับคำร้องของ กกต.ดังกล่าวไว้วินิจฉัย

พช.ให้ก๊กสืบอำนาจทำใจผิดหวัง

น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า พรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ พยายามให้ข่าวรายวันว่าจะเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล แต่ทุกพรรคที่ถูกปล่อยข่าวว่าจะมีงูเห่าต่างปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสดงว่ากระแสสังคมส่วนใหญ่ปฏิเสธการสืบทอดอำนาจอย่างรุนแรง ว่าที่ ส.ส.ลงพื้นที่พบปะประชาชนสัมผัสอารมณ์ร่วมของสังคมได้ ทุกคนรู้ว่าถ้าคิดจะเล่นการเมืองต่อ คงไม่มีใครกล้าเอาอนาคตมาทิ้ง ฝืนกระแสสังคม 5 ปีที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่เต็มกลืนกับภาวะเศรษฐกิจ ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลทหาร ถ้าพรรคสนับสนุนการสืบทอดอำนาจมีเสียง ส.ส. เกินครึ่งตามที่โวจริงคงตั้งโต๊ะแถลงข่าวนานแล้ว ไม่ต้องออกมาปล่อยข่าวโฆษณาชวนเชื่อแบบลืมความละอายและน่าขบขัน หวังจะให้สังคมคล้อยตามและให้กำลังใจตัวเองบ่อยๆ ว่ารายชื่อนายกฯที่พรรคสืบทอดอำนาจเสนอจะได้เป็นนายกฯ ขอเตือนพรรคสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ นายทุนพรรคและพวกผู้เฒ่าที่อยากอยู่ยาวว่าเผื่อใจไว้ด้วยอะไรที่หวัง อาจไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง การลงทุนซื้องูเห่าอาจเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ใครก็ตามที่บิดพลิ้วสัญญาประชาคมจะไม่ได้สิ่งที่คาดหวัง

พปชร.ดันทันทีนโยบายเพื่อคนกรุง

วันเดียวกัน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคและประธานยุทธศาสตร์กรุงเทพฯ พรรค พลังประชารัฐกล่าวว่า ทีม กทม.ของพรรคพลังประชารัฐ ได้เตรียมเดินหน้านโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน ที่ทำได้จริงไม่เพ้อฝันและจะทำทันที เพื่อแก้ไขปัญหาให้ชาวกรุงเทพฯ จะเร่งเดินหน้า 3 นโยบายหลัก คือ 1.แก้ไขปัญหาการจราจร สัปดาห์หน้าคณะทำงานจะไปร่วมพูดคุยกับกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) และกรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำระบบ AI มาใช้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรตามสี่แยก 2.นโยบาย 50 เขต 50 สวนสาธารณะ เพิ่มปอดให้กรุงเทพฯ ขณะนี้คืบหน้าแล้วใน 5 เขตของ กทม. 3.นโยบายพัฒนา ตลาดในกรุงเทพฯให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมดูแลผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ถูกจัดระเบียบ ส่วนนโยบายใหญ่ของพรรค เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี ล่าสุด นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาและเตรียมความพร้อม หากได้จัดตั้งรัฐบาลจะเดินหน้าขับเคลื่อนทันที

คุยพันธมิตรชัดเจนแล้วระดับหนึ่ง

นายพุทธิพงษ์กล่าวอีกว่า พรรคพลังประชารัฐมั่นใจจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องรอให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งก่อน ทุกอย่างถึงจะชัดเจน ขณะนี้พันธมิตรที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง ไม่ผิดจากที่สื่อมวลชนได้รายงานไปแล้วเป็นระยะๆ แต่ความชัดเจนทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายหลังวันที่ 9 พ.ค.แน่นอน

เมื่อถามว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ประกาศจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐจะทำให้รวมเสียงลำบากหรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า เราไม่ก้าวก่ายแต่ให้เกียรติจุดยืนของพรรคอื่น เพราะทุกพรรคมี อุดมการณ์ทางการเมืองของตัวเอง เป็นสิทธิที่จะแสดงจุดยืนตามความคิดเห็น ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ประโยชน์ใดๆจากการทำงานของ กกต.และหน่วยงานรัฐแน่นอน

“เทพไท” ขู่ รบ.ข้างน้อยเจอวิกฤติ

เมื่อเวลา 12.30 น. นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปวิดีโอบนเฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐว่า กรณีแกนนำพรรคพลังประชารัฐออกมายืนยันมั่นใจว่า จะจัดตั้งรัฐบาลได้โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มาเป็นนายกฯต่อ ไม่มีใครปฏิเสธเรื่องตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ การโหวตให้เป็นนายกฯสามารถผ่าน 376 เสียงได้แน่นอน เพราะพรรคพลังประชารัฐมี 118 เสียง บวกกับแนวร่วมคือรวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง พรรคพลังท้องถิ่นไท 2 เสียง พรรคประชาชนปฏิรูปอีก 1 เสียง ไปรวมกับ ส.ว.อีก 250 เสียง จะเกิน 376 เสียงแล้ว แต่ดูคะแนนยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แม้จะเอาของพรรคภูมิใจไทย 52 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 11 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง หรือรวมพรรคประชาธิปัตย์ สมมติว่าหากไปร่วมทั้งพรรคอีก 54 เสียง คะแนนของพรรคพลังประชารัฐที่จัดตั้งรัฐบาลได้อยู่ที่แค่ 246 เสียง ยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่สามารถเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากได้แน่นอน

กล่อมตั้ง รบ.ปรองดองกันตกม้าตาย

นายเทพไทกล่าวอีกว่า การบริหารราชการแผ่นดินเสียงข้างน้อยจะเป็นอุปสรรค อย่างน้อยก็เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องได้รับเสียงข้างมาก และกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการเงินที่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบถ้าแพ้โหวตในสภา พรรคพลังประชารัฐจะเจอวิกฤติรัฐบาลเสียงข้างน้อย และเสียงโหวตในสภาแน่นอน ไม่มีใครถกเถียงคัดค้านคำยืนยันของพรรคพลังประชารัฐที่ออกมาคุยว่านายกฯคนต่อไปจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ คำถามที่ตามมาคือคุณจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้หรือไม่ รัฐบาลที่มีเสถียรภาพต้องมีเสียงอย่างน้อย 250-300 เสียง ถ้าตั้งรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพจะเจอปัญหามากมาย อยากเรียนกับแกนนำพลังประชารัฐว่า ขอให้ถอยมาพิจารณาข้อเสนอของตนนั่นคือรัฐบาลปรองดอง เพื่อแก้วิกฤติบ้านเมืองหาทางออกให้ประเทศ อย่าดึงดันเอาชนะคะคานทางการเมืองต่อไป

อนค.งัดหลักฐานแจงหุ้น “ธนาธร”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคอนาคตใหม่ว่า ในวันที่ 22 เม.ย. เวลา 10.00 น. นายปิยบุตร แสง–กนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะแถลงข่าวที่พรรคอนาคตใหม่ และเปิดหลักฐานข้อเท็จจริงกรณีการถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมตอบทุกคำถาม ทุกข้อสงสัยและเผยหลักฐานทั้งหมดที่อาจจะเป็นตัวชี้วัดอนาคตทางการเมืองของนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ นอกจากนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคอนาคตใหม่จะเข้ายื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดียของนายธนาธร ต่อ กกต.ที่สำนักงาน กกต.ช่วงเช้าด้วย

กกต.เผยมีคำร้องเรียนกว่า 300 เรื่อง

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้งนั้นมีเข้ามาเรื่อยๆ โดยขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนกว่า 300 เรื่อง แต่จากการพิจารณาในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการทำความผิดถึงขั้นที่จะต้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ ขณะเดียวกัน ผลการเลือกตั้งใหม่ของ 6 หน่วยเลือกตั้งจะนับคะแนนแล้วเสร็จในช่วงเย็น สามารถนำไปรวมกับผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้เลย และจะทันกับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค.นี้ หากไม่มีปัญหาข้อร้องเรียน

ย้ำคำนวณปาร์ตี้ลิสต์มีสูตรเดียว

เมื่อถามถึงกรณีที่ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นายเลิศวิโรจน์ตอบว่า กกต.ยืนยันว่าการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมีสูตรเดียว เป็นวิธีการคำนวณตั้งแต่ชั้นการร่างกฎหมายของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สามารถคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน แต่สาเหตุที่ต้องยื่นให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะเป็นสิ่งที่ถูกเรียกร้อง ดังนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจ กกต.จึงยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย ต้องกลับมาดูอย่างรอบคอบโดยคำนวณตามวิธีการที่เรามีตามกฎหมาย

“บิ๊กตู่” ปลื้ม กทม.อันดับ 1 ญี่ปุ่นเช็กอิน

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ยินดีที่กรุงเทพมหานครติดอันดับจุดหมายปลายทางที่คนญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุด 2 ปีซ้อนในช่วงโกลเดนวีก หรือวันหยุดยาวช่วงต้นเดือน 5 ของญี่ปุ่น จากผลสำรวจของเว็บไซต์ Agoda และในปี 2019 เมืองพัทยาและ จ.ภูเก็ต ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 4 และ 10 ตามลำดับด้วย นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็น 1 ใน 5 อันดับแรกที่นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ เพราะแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม อาหารอร่อย ค่าครองชีพไม่สูงนัก และคนไทยอัธยาศัยดี 2 ประเทศยังมีวัฒนธรรมประเพณีใกล้เคียงกันเข้ากันได้ง่าย นายกฯ สนใจติดตามข้อมูลด้านการท่องเที่ยวพบว่าคนไทยนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน เพื่อไปสัมผัสอากาศเย็นสบายช่วงหน้าร้อนของไทย และชื่นชมความสวยงามของสถานที่ต่างๆ รวมถึงชิมอาหารที่เป็นเอกลักษณ์และพบปะผู้คนที่เป็นมิตร จึงขอให้คนไทยเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความจริงใจ ร่วมสอดส่องป้องกันเหตุร้าย

จับตา กกต.ถกปมหุ้น บ.วี–ลัค มีเดีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากปลายสัปดาห์ก่อน กกต.ได้ประชุมพิจารณาพยานหลักฐานกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นร้องขอให้ตรวจสอบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อเข้าลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42 (3) แต่ยังไม่เสร็จสิ้น จะพิจารณาต่อในการประชุมวันที่ 22 เม.ย. หากพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอให้ฟังได้ว่าอาจขัดต่อกฎหมาย กกต.จะมีมติแจ้งข้อกล่าวหาไปยังนายธนาธร ให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หาก กกต.เห็นว่านายธนาธรมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ก่อนประกาศรับรองผลเลือกตั้งวันที่ 9 พ.ค.จะมีมติสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายธนาธรไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี (ใบส้ม) แต่หากตรวจสอบเสร็จหลังประกาศรับรองนายธนาธร เป็น ส.ส. กกต. ต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้ความเป็น ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลง