พิชัย แนะ บิ๊กตู่ อ่านไฟแนนเชียลไทม์ส เจาะยาง"สมคิด" อย่าเชื่อศก.ไทยดี

“พิชัย” แนะ “บิ๊กตู่” อ่านไฟแนนเชียลไทม์ส ระบุ ไทยยังเป็นคนป่วยของอาเซียน แถมจะป่วยกว่าเดิม แย้งกับ “สมคิด” บอกเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ทำค่าบาทแข็ง ทั้งที่ส่งออกทรุดหนัก

วันที่ 27 มิ.ย.2562 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า อยากให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้อ่านหรือหาคนช่วยแปลบทความของไฟแนนเชียลไทม์สที่วิเคราะห์ว่า ประเทศไทยยังคงเป็นคนป่วยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งทางเศรษฐกิจ และการเมือง และจะยิ่งป่วยหนักมากขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มาตลอด 5 ปี จะยังคงยิ่งย่ำแย่ต่อไป แถมการเมืองหลังการเลือกตั้งก็จะยิ่งอ่อนแอ รัฐบาลใหม่ไม่น่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยเฉพาะที่จะต้องสานต่อแนวคิดเดิมที่แจกเงินหนักกว่าประชานิยม ซึ่งตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงกับที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ที่บอกว่า ค่าเงินบาทแข็งแสดงว่า เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง โดยค่าบาทแข็งน่าจะยิ่งทำให้ไทยมีปัญหาทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น และจะกระทบต่อการส่งออกที่กำลังย่ำแย่อยู่ เพราะการส่งออกติดลบติดต่อกันมา 7 เดือนแล้ว

โดยล่าสุด การส่งออกเดือนพฤษภาคมติดลบถึง -5.8% ซึ่งทำให้แบงก์ชาติถึงกับต้องลดการประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้เหลือเพียง 3.3% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าที่รัฐบาลโม้ไว้มาก และยังมีแนวโน้มที่อาจจะโตต่ำกว่านั้นอีก นอกจากนี้รัฐบาลใหม่จะเป็นรัฐบาลผสมที่อ่อนแอที่สุด นับตั้งแต่ช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยจะมีรัฐบาลผสมที่เสียงปริ่มน้ำที่ทำท่าจะไปต่อยาก รัฐบาลใหม่จะอ่อนแอและแย่กว่ารัฐบาลเดิม ซึ่งก็น่าจะเป็นจริงตามที่ไฟแนนเชียลไทม์สวิเคราะห์ วิจารณ์ หากยังจะมีรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจคนเดิมที่ได้แต่ท่องว่า เศรษฐกิจดี ซึ่งตรงข้ามกับความเป็นจริงที่ย่ำแย่มาตลอด หลังการเลือกตั้งแล้วก็ยังไม่เลิกนิสัยเดิม หรือคิดว่ายังเป็นเผด็จการจะพูดอย่างไรก็ได้ โดยในรัฐบาลใหม่นี้ยิ่งจะคุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ เพราะขนาดเคยคุมได้หมดทุกกระทรวงเศรษฐกิจยังบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว

"นอกจากนี้ ยังจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ไม่มีประวัติที่จะพิสูจน์ว่ามีความรู้ความสามารถทางการเงินการคลังในอดีต แถมสังคมยังสงสัยความเกี่ยวข้องกับคดีความในอดีตที่เคยเป็นกรรมการบริหารของธนาคารรัฐ โดยกรรมการบริหาร 3 คน ติดคุก แต่ตัวเองกลับรอด และยังไม่กล้าที่จะออกมาชี้แจงอธิบายเพื่อสร้างความโปร่งใสให้ตัวเอง จะได้แก้ข้อสงสัยของประชาชน แถมยังจะมีข้อมูลความผิดปกติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลของคดี และคำให้การของจำเลยคนอื่นๆ ทั้งนี้ ในภาวะหลังการเลือกตั้งแล้ว ทุกอย่างควรโปร่งใสถูกต้อง และตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง และความโปร่งใสของรัฐมนตรีทุกกระทรวงที่จะต้องถูกตรวจสอบได้อย่างละเอียด" นายพิชัย กล่าว.