"วิษณุ" เรียกป.ป.ช.ถกปมร้อนแจงบัญชีทรัพย์ หลังลามถึง "สังฆราช"

"วิษณุ" เรียกป.ป.ช.ถกปมร้อนแจงบัญชีทรัพย์ หลังลามถึง "สังฆราช" ด้านรองเลขาฯ ป.ป.ช. เผย กรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่สรุปทางออกสัปดาห์หน้า ชี้ ม.44 ยังเป็นเพียงข้อเสนอ...

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 พ.ย.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยนายภูเทพ ทวีโชติธนากุล ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ป.ป.ช.และคณะ เข้าพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงกรณีปัญหาข้อท้วงติงจากหลายฝ่ายที่มีต่อประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา

โดยนายนิวัติไชย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบนายวิษณุ ถึงกรณีที่นายกฯและกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่างๆ เตรียมยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจประกาศป.ป.ช.ที่ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. รวมทั้งมีข้อกังวลประกาศดังกล่าวที่ส่งผลถึง นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือ มมร.ที่สมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่งด้วยว่า กรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่เป็นที่ยุติ ซึ่งในที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช. แสดงความเป็นห่วง ประกอบกับนายวิษณุ เชิญมาหารือในเรื่องดังกล่าวด้วย สำหรับการแก้ปัญหาขณะนี้กำลังรอรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ แล้วจะรวบรวมเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังพอมีเวลาพิจารณาอยู่ ก่อนที่ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 2 ธ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เสนอให้ใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยให้ยกเว้นบางตำแหน่งไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า นั่นก็เป็นข้อพิจารณาหนึ่ง ซึ่งก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่หากจะมีการแก้ไข หรือผ่อนปรนประกาศดังกล่าว ก็ต้องนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาในข้อกฎหมาย และระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม 

"วันนี้ผมมีหน้าที่มารับข้อคิดเห็นจากทางรัฐบาล ก่อนที่จะดำเนินการประมวลและสรุปเพื่อนำเสนอรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะมีผลออกมาอย่างไรคงต้องให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งชุดเป็นผู้พิจารณา ถึงแม้ว่าในประกาศจะระบุว่าเป็นอำนาจของประธานป.ป.ช. เองก็ตาม 
ทั้งนี้ป.ป.ช.ต้องยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก เพราะประกาศ ป.ป.ช.ฉบับดังกล่าวมีขึ้นตามเจตนารมณ์ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน" นายนิวัติไชย กล่าว.