เปิดคลิป “ตู่” บนเวทีปราศรัย “ขอให้กล้าไปกับผม”

พปชร.ชูค่าแรงขั้นต่ำ 400 บ.ผู้ตรวจการแผ่นดินฟอกขาว หัวหน้า คสช. ‘ไม่ใช่ จนท.รัฐ’ เอาใจมนุษย์เงินเดือน ค่าแรงขั้นต่ำ 400-425/วัน ป.ตรี 2 หมื่น “สนธิรัตน์” มาแปลกแบะท่าร่วมงาน ปชป.-พท.ได้ถ้าเป็นทางออกที่ดี “บิ๊กตู่” ปล่อยคลิปหาเสียงให้ พปชร.บนเวที “ค้างคาวไฟ” “วิสุทธิ์” ยันยังเป็นผู้สมัคร ส.ส.พะเยาอยู่ สาบานไม่มีเอี่ยวแชร์น้ำมัน “อรุณี” โวยชายชุดดำรังควานไม่หยุด “เจ๊หน่อย” ฉะผู้ตรวจฯตลกร้าย อย่างนี้ไม่ต้องเลือกตั้งก็ได้ “เต้น” ย้ำชัดๆหนากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ซัดองค์กรอิสระเหยียบเท้าเล่นกัน “มาร์ค” เย้ย “สมคิด” หุ้นขึ้น 2 วันติด “กรณ์” สวนต่างชาติห่วงสืบทอดอำนาจมากกว่า “อนุทิน” ฟุ้งรัฐบาลใหม่ต้องมี ภท.

ประเด็นการฟ้องร้องทางการเมือง ยังคงเป็นที่จับตามองเมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ล่าสุดผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเอกฉันท์ไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติการเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.แล้ว

“บิ๊กตู่” ขอเชื่อมั่นทำดีที่สุดแล้ว

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุม CLSA อาเซียน ประจำปี 2562 ว่า มาในนามรัฐบาลและนายกฯ ที่คาดหวังว่าจะให้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่เป็นประโยชน์ และสร้างความเชื่อมั่นได้ เราต้องพัฒนาไปพร้อมกัน การลงทุนใหม่มากมายในไทยพร้อมขยายไปยังเพื่อนบ้าน รัฐบาลนี้พยายามเดินหน้าไปให้ได้ ประเทศไทยถือเป็น 1 ในคำตอบการทำธุรกิจ มีทำเลอยู่ใจกลางอาเซียน จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากใครที่ยังไม่ได้ตัดสินใจขอให้ตัดสินใจเลย ตนจะได้นอนหลับฝันดี ขอให้เชื่อมั่นจะทำให้ดีที่สุดอย่างที่ทำมาตลอด 5 ปี

การเมืองให้เป็นเรื่องภายใน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เราต้องเตรียมในอีก 20 ปีข้างหน้า เพื่อทำให้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วไม่ดี ให้ดีขึ้น ไม่ใช่ทำปีนี้แต่ปีหน้าประท้วงกันเลอะเทอะ ไม่ได้ ขอสัญญาว่าจะจูงมือทุกประเทศไปข้างหน้าพร้อมกัน ส่วนการเมืองขอให้เป็นเรื่องภายในแต่ละประเทศ ช่วงท้ายของการปาฐกถานายกฯได้ตอบคำถามผู้เข้าร่วมงาน อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใน 2-3 ปีมีอะไรเป็นรูปธรรม โดยนายกฯกล่าวว่า ทุกวันนี้ก็ปฏิบัติอยู่แล้ว เราทำไปแล้วยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถือเป็นกฎหมายปฏิรูปฉบับแรกของไทย ตามรัฐธรรมนูญ 5 ปีแรกที่เห็นได้ชัดคือ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ผู้สื่อข่าวต่างประเทศสอบถามว่ากรณีผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.นี้ออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรต้องยอมรับเหมือนทุกประเทศ เพราะเราจัดให้มีการเลือกตั้ง เมื่อถามว่าหลังการเลือกตั้งจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยินดี เพราะเป็นเรื่องของการเมือง ต้องมีการผสมผสานการทำงานจากพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล

ไม่อยากให้ขยายห่วงเสถียรภาพ

เมื่อถามว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงว่าการหาเสียงช่วงนี้มีการยกประเด็นไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อาจทำให้นักลงทุนเกิดความสับสนและส่งผลต่อความเชื่อมั่นประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นห่วงว่าการจะพูดอะไรในเรื่องเลือกตั้ง เป็นเรื่องของเราภายในประเทศ ไม่อยากให้มีผลกระทบกับความเชื่อมั่น การลงทุน สื่อมวลชนทุกคนคงต้องช่วยกัน ไม่ขยายสิ่งเหล่านี้ออกไปยังต่างประเทศ เพราะทุกคนต้องการความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ต้องการเสถียรภาพของการลงทุน ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี ช่วยกันเถอะอย่าเพิ่งมีความขัดแย้งกันตอนนี้ หลายเรื่องค่อยไปเริ่มกันหลังจัดตั้งรัฐบาล

จัดคิวแน่นออนทัวร์โค้งท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ถือว่าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง แม้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ขึ้นเวทีหาเสียง แต่มีการวางโปรแกรมลงพื้นที่ตรวจราชการถี่ยิบอาทิ วันที่ 16 มี.ค. ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.เชียงราย และแพร่ มีคิวพบปะผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมเป็นประธานเปิดสะพานถนนเลี่ยงตะวันตก มอบสมุดประจำตัวผู้ที่รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายลักษณะแปลงรวม และมอบหนังสือโครงการป่าชุมชน วันที่ 18 มี.ค. ช่วงเช้าเป็นประธานเปิดงานกองทุนหมู่บ้าน ที่เมืองทองธานี ช่วงบ่ายลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 19 มี.ค. ไป อ.แม่สอด จ.ตาก เข้าร่วมพิธีฉลองการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 จากนั้นกลับมาเป็นประธานการประชุม ครม. และวันที่ 20 มี.ค. ช่วงเช้าลงพื้นที่สวนเบญจกิติ กทม. ช่วงบ่ายไป จ.ฉะเชิงเทรา

ไม่ส่งตีความสถานะ “ประยุทธ์”

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน มี พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าร่วม นายรักษเกชาแถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุติเรื่องที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ขอให้ตรวจสอบเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองวินิจฉัย กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ โดยเห็นว่าตำแหน่งหัวหน้า คสช.ได้รับแต่งตั้งโดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯตามประกาศแต่งตั้งหัวหน้า คสช.วันที่ 24 พ.ค.2557 มิใช่ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้ง แต่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ทั้งหัวหน้า คสช.ไม่ได้อยู่ในบังคับบัญชา หรือในกำกับดูแลของรัฐ แต่เป็นตำแหน่งที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ที่เป็นอำนาจสูงสุดการปกครองประเทศ

กกต.มีมติให้ยุติสอบ “ธนาธร”

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารชี้แจง กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค กระทำการต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (5) ประกอบมาตรา 132 และมาตรา 159 ว่า ล่าสุดในการประชุม กกต. เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ได้พิจารณากรณีมีผู้ร้องเรียนกล่าวหาหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากปรากฏข่าวในโซเชียลและเว็บไซต์พรรคอนาคตใหม่ว่า นายธนาธรเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 วาระตั้งแต่ปี 2551-2555 ตามข้อเท็จจริงนายธนาธรไม่เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาก่อน กกต.ได้พิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่านายธนาธรได้กระทำความผิดตามมาตรา 72 (5) จึงมีมติให้ยุติเรื่อง

“อุตตม” สวมบทเป็นพ่อบุญทุ่ม

ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พร้อมนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงเปิดนโยบายโค้งสุดท้าย “ประเทศไทยต้องรวย ด้วยพลังประชารัฐ” ประกาศพันธสัญญา 3 ด้าน ประกอบด้วย คนไทยต้องรวยด้วยความสงบ รวยด้วยความสุข และรวยด้วยความหวัง นายอุตตมกล่าวว่า จะผลักดันค่าแรงงานขั้นต่ำ 400-425 บาทต่อวัน อาชีวศึกษา 18,000 บาทต่อเดือน และปริญญาตรี 20,000 ต่อเดือน ทั้งหมดไม่สูงเกินไป นโยบายเราเน้นเรื่องคุณภาพ ต้องทำให้คนมีความหวัง คนที่มีรายได้ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี และจะยกเว้นภาษีเด็กจบใหม่ 5 ปี ยกเว้นภาษีค้าขายออนไลน์ 2 ปี สินเชื่อ 1 ล้านบาทต่อโชห่วย นโยบายทั้งหมดเราไม่ได้ทำแบบเลื่อนลอย เราหาเงินเป็น และทำได้จริง

ประกาศไม่นิรโทษกรรมคนผิด

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ กล่าวว่า การรวยด้วยความสงบถือเป็นพื้นฐานจำเป็นแรกที่ต้องมี หากขาดสิ่งนี้ความสุขและความหวังจะมาไม่ถึง จุดยืนของพรรคจะไม่เป็นคู่ขัดแย้งตั้งแต่วันแรก แม้จะมีหลายฝ่ายผลักให้เราไปเป็นคู่ขัดแย้ง ยิ่งการเมืองแบ่งเป็น 3 ก๊กลักษณะนี้ เราขอยืนหยัดในจุดยืนที่เป็นฝ่ายปรองดอง พาทุกคนออกจากความขัดแย้ง ขออย่านำประเทศกลับไปสู่วาทกรรมของความขัดแย้ง และเราไม่สร้างวาทกรรม อีกจุดยืนของเราคือ จะไม่นิรโทษกรรมคนผิด คนผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความศักดิ์สิทธิ์ นี่คือสูตรสำเร็จของการพาคนไทยกลับมารวยความสงบ

แต่แบะท่าร่วมงาน ปชป.–พท.ได้

นายสนธิรัตน์กล่าวอีกว่า กรณีที่หลายฝ่ายเกรงจะเกิดเดดล็อกทางการเมืองนั้น เราเน้นความสมานฉันท์ ไม่เน้นชัยชนะทางการเมือง ต้องมองประชาชนเป็นตัวตั้ง ไม่อยากเห็นการทำให้เกิดเดดล็อกทางการเมืองตั้งแต่วันแรก อย่าสร้างเงื่อนไขจนประเทศไปถึงทางตัน พรรคพลังประชารัฐคุยกับทุกพรรคอย่าให้เป็นการเมืองไปทั้งหมด เดี๋ยวก็รู้เอง เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะดึงทั้งพรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์มาร่วมงานโดยมีพลังประชารัฐเป็นแกนกลาง นายสนธิรัตน์ตอบว่า ถ้าเป็นคำตอบในวันนั้น และเป็นทางออกที่ดี ทุกพรรคควรคิดถึงสิ่งเหล่านี้ เมื่อถามว่าต้องให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อนใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า แน่นอน ประชาธิปไตยต้องว่าไปตามหลักการนั้น คนที่มีเสียงข้างมากต้องเป็นผู้ดำเนินการ ถ้าดำเนินการไม่ได้คนที่สองก็ดำเนินการ ถ้าไม่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 เราก็เคารพการตัดสินใจประชาชน อีกไม่กี่วันก็รู้แล้ว พลังประชารัฐอาจอันดับ 1 ก็ได้ ส่วนที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค ระบุว่าอาจได้คะแนนเสียงต่ำกว่า 120 นั้น เป็นทัศนะของนายสมศักดิ์ พรรคมีหน้าที่ทำให้ได้มากที่สุดอย่างเต็มความสามารถ หลังจากนั้นค่อยมาคุยกัน เรารู้ว่าถ้าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลควรจะมีคะแนนเสียงเท่าไหร่

เดินหน้าสานต่อบัตรคนจน

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ กล่าวว่า นโยบายรวยความสุข นอกเหนือความขัดแย้ง ปมสำคัญที่ต้องแก้ไขคือความเหลื่อมล้ำ ทำให้เกิดความเท่าเทียม จึงนำไปสู่ความสุข เราจะเดินหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเป็นคำตอบของการลดความเหลื่อมล้ำ นอกเหนือจาก 14.5 ล้านคน เราต้องดำเนินนโยบายเพิ่มคนเพิ่มสิทธิให้มากขึ้น และยังมีนโยบายหมดหนี้มีเงินออม เริ่มจากการพักหนี้พักดอกเบี้ยกองทุนหมู่บ้าน ฟื้นฟูเติมทุนสร้างโอกาสประชาชน รวมถึงนโยบายมารดาประชารัฐ

“สมศักดิ์” มั่นใจเหมายกสุโขทัย

ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ พร้อมนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง และนายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ผู้สมัคร ส.ส.สุโขทัย เข้าสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง เพื่อความเป็นสิริมงคล นายสมศักดิ์กล่าวว่า ภาพรวมพื้นที่ จ.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐถือว่ามีความพร้อมสูงสุด โดย เฉพาะผู้สมัครทั้ง 3 เขตมีศักยภาพส่วนตัวอยู่แล้ว ทำให้เสริมกัน น่าจะได้รับชัยชนะทั้ง 3 เขต แต่หากพรรคพลังประชารัฐไม่เร่งสปีดขึ้น โพลอาจมองว่าพรรคประชาธิปัตย์มาแรง ประชาธิปัตย์มองว่าเขาอยู่ที่ 1 หรือ 2 แต่หากพลังประชารัฐเดินหน้าจริงจังเราต้องอยู่ที่ 1-2 อาจทำให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ผิดหวัง การเลือกนายกฯ ในระบบรัฐสภามี 2 ขั้ว แต่วันนี้มีความพยายามให้เป็น 3 ขั้ว อาจเป็น วาทกรรมหรือความตั้งใจ เชื่อว่าหากพลังประชารัฐได้ 150 ส.ส. จะจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้ามีความทะเยอทะยานทำงานร่วมกันตั้งแต่แรกได้อยู่แล้ว แต่หากเราขาดความทะเยอทะยานเมื่อไร อาจตกลงไปเป็นอันดับ 3 และอาจทำให้คนที่ออกมาพูดว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ มีสิทธิเป็นนายกฯได้

ทำตัวให้บริสุทธิ์ระวังเตะตัดขา

เมื่อถามถึงกรณีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ถูกดำเนินคดีในช่วงนี้ นายสมศักดิ์ตอบว่า เชื่อว่าคงเป็นไปตามกฎหมาย ใครทำอะไรไว้สักวันหนึ่งความจริงต้องปรากฏขึ้นมา การดำเนินคดีต้องมีมูล ดังนั้นเราต้องทำให้ตัวเองบริสุทธิ์ ถ้าไม่บริสุทธิ์ก็จะโดนขุดลึกในช่วงโค้งสุดท้าย ในรายละเอียดตนไม่ทราบ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องไปดำเนินการ

พปชร.เปิดคลิป “บิ๊กตู่” ขอคะแนน

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่สนามฟุตบอลทะเลหลวง (ทีมค้างคาวไฟ) จ.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง และนายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง โดยได้นำคลิปวีดิโอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค มาเปิดหาเสียงเป็นเวทีแรกความยาว 5 นาทีครึ่ง

อ้อนอย่าลังเลให้กล้าไปด้วยกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในคลิปว่า เหตุผลที่ตัดสินใจตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ใช่ความ ต้องการส่วนตัว แต่มองเห็นโอกาสของประเทศที่ต้องพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด และพรรคพลังประชารัฐยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ทิ้งอดีตเอาไว้ข้างหลัง ทำอนาคตให้ดี “หากผมได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะสานต่องานพัฒนาประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะยึดหลักธรรมาภิบาลกฎหมายต่างๆ นำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่งคั่งยั่งยืน ขอให้พวกเราคิดว่าการกระทำในวันนี้จะเป็นสิ่งบ่งบอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ดังนั้นทำวันนี้เพื่อวันข้างหน้าที่ดีกว่า ทำเพื่ออนาคตของประเทศชาติของลูกหลานของเราทุกคน ที่จะเติบโตมีอนาคตสดใส ในวันหน้า อย่าลังเลใจ ขอให้คุณกล้าไปกับผม”

“วิสุทธิ์” โต้ยังเป็นผู้สมัคร ส.ส.

วันเดียวกันที่พรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นางอรุณี ชำนาญยา และนายไพโรจน์ ตันบรรจง ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงกรณีมีผู้ไปเก็บบัตรประจำตัวประชาชนในพื้นที่ จ.พะเยา และอ้างว่าเป็นคนของพรรคเพื่อไทย นายวิสุทธิกล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่มีเจ้าหน้าที่ไปเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้าน โดยอ้างว่ามาจากพรรคเพื่อไทย และจะจ่ายเงินให้คนละ 1,000 บาท ยืนยันว่าผู้สมัครพรรคเพื่อไทยไม่มีการกระทำดังกล่าว หากใครพบเห็นขอให้ไปแจ้งความดำเนินคดีได้เลย และพวกตนจะไปแจ้งความในวันที่ 18 มี.ค. ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจยึดอายัดทรัพย์กว่า 200 ล้านบาท ฐานฉ้อโกงประชาชนในคดีแชร์น้ำมันนั้น ยืนยันยังไม่ถูกยึดทรัพย์ เพียงแต่ถูกอายัดไว้ ได้ไปพบพนักงานสอบสวนแล้ว แต่ขอว่าหลังเลือกตั้งจะมาชี้แจงให้ปากคำเพิ่มเติม เพราะต้องลงพื้นที่ช่วงโค้งสุดท้าย สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น ดังนั้นตอนนี้ถือว่ายังเป็นผู้สมัคร ส.ส.พะเยาอยู่

สาบานไม่มีเอี่ยวแชร์น้ำมัน

เมื่อถามว่าการดำเนินการของ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายวิสุทธิตอบว่า ประชาชนเห็นอยู่ที่ผ่านมา 4-5 ปีอยู่อย่างคนใจนิ่งใจสงบ ไม่ถือโทษโกรธใครเพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ เชื่อว่า กกต. และผู้ถือ กฎหมายจะพิจารณาได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปชี้แจง อะไรกับ กกต. และเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วจะได้รับความเป็นธรรม เรื่องนี้อาจทำให้เสียชื่อเสียงพรรค และของตนที่เคยเป็นอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรบ้าง แต่เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจและเห็นใจมากกว่าเดิม ภายหลังการแถลงข่าวนายวิสุทธิได้ยกพระเครื่องที่ห้อยติดคอ ขึ้นมาไหว้สาบานว่า หากเข้าไปเกี่ยวข้องกรณีแชร์น้ำมัน ขอให้มีอันเป็นไป

โวยชายชุดดำรังควานไม่หยุด

ด้านนางอรุณีกล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ยังคงมีการแจกเงินเยอะมาก เรียกได้ว่าแทบทุกหมู่บ้าน อยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ที่สำคัญคือขอให้ข้าราชการระดับสูงในจังหวัด ตรวจสอบกรณีที่มีการอนุมัติแจกปืน 0.19 มม. ให้กับผู้นำชุมชนตำบลเดียวถึง 18 กระบอกพร้อมกัน ว่ามีจุดประสงค์อะไร นอกจากนี้ในพื้นที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยยังถูกติดตามและข่มขู่ โดยมีชายชุดดำขับรถประกบระหว่างลงพื้นที่อยู่ตลอด ตรวจสอบรถแล้วพบว่าเป็นคัน เดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนป้ายทะเบียนเท่านั้น

“สุดารัตน์” ฉะผู้ตรวจฯ ตลกร้าย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลโพลที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงมีคะแนนนิยมอันดับหนึ่ง ว่า เราฟังทุกโพล แต่ก็ทำงานอย่างเต็มที่ มั่นใจประชาชนจะให้ความเมตตากับพรรคเพื่อไทย และรอความหวังที่พรรคจะกลับไปแก้ไขปัญหาให้เขา พรรคทำงานเต็มที่ภายใต้กติกากลไกที่ไม่เป็นธรรมทุกอย่าง โดยเฉพาะประเด็น ส.ว.250 คน ที่เขียนมาให้ คสช.สืบทอดอำนาจ ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ต้องบอกว่าเป็นเรื่องตลกร้ายถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วปลดคนด้วยมาตรา 44 ได้อย่างไร และศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วว่าหัวหน้า คสช. เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หากวินิจฉัยเช่นนี้ก็ไม่ต้องมีหลักอะไร หรือไม่ต้องเลือกตั้งก็ได้ การตีความจะฝืนความ รู้สึกประชาชนอย่างไรก็ไม่สนใจ ต้องฝากความหวังไปที่ศาล กกต. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้หรือไม่

ข้องใจเร่งคดีผู้สมัครเพื่อไทย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจอายัดทรัพย์กว่า 200 ล้านบาทในช่วงโค้งท้ายเลือกตั้งนั้น กรณีนี้มีการใช้อำนาจรัฐอย่างเต็มที่ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยโดนหลายคน หากมีการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ขอให้ระวังจะถูกฟ้องกลับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ขณะนี้มีการใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงินเต็มที่ แต่ กกต.ก็ไม่ตรวจดู ต้องฝากความหวังไว้ที่ กกต.ช่วยเมตตาประชาชน เพราะการเลือกตั้งเป็นความหวังของประชาชน

ตอก “สมคิด” เพิ่งมากลัวเดดล็อก

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ระบุว่า พรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจ อาจทำให้ประเทศเกิดเดดล็อกว่า ต้องถามว่า พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 5 ปีเศรษฐกิจดีหรือไม่ และทางเลือกมีสองทางเท่านั้น คือพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ กับพรรคที่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คือไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่พร้อมจับมือพรรคพลังประชารัฐนั้น นายสมคิดอาจยังได้คำตอบไม่ ชัดเจน ขอให้ไปถามนายอภิสิทธิ์เองว่าพรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่

“เด็จพี่” ไม่จับ ปชป.มือสกปรก

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการจับขั้วการเมืองนั้น พรรคเพื่อไทยคือพรรคที่ชัดเจนตรงไปตรงมาที่สุด ไม่จับมือกับฝ่ายปฏิวัติ และฝ่ายที่คิดสืบทอดอำนาจ จะไม่ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐแน่ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย พร้อมยกวาทกรรมมาบ่อนทำลายหาแต้มใส่ตัวนั้น ที่ผ่านมาเราเห็นชัดเจนว่าประชาธิปัตย์มักไปจับมือกับทหาร จับมือกับเผด็จการ และจับมือซ้ำซากกับพวกงูเห่า กล้าทำทุกวิถีทางเพื่อเข้าสู่อำนาจ ผลักดันตัวเองเป็นใหญ่ จนมือสกปรกไปหมดแล้ว แบบนี้ถามว่าใครอยากจะจับมือด้วย การใช้เพียงแค่ปากพูดคงไม่ได้ทำให้สะอาดขึ้น และถึงวันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ยุคนี้ยุค 4.0 ประชาชนไม่ได้กินหญ้า เพียงแต่บางเรื่องพูดไม่ได้ เพราะถูกปิดปากไว้ เขารู้ว่าใครดีแต่พูด และใครดีที่การกระทำ วันที่ 24 มี.ค. คือวันที่ประชาชนเป็นใหญ่

“ประชา” ยุ ส.ว.ปลดพันธนาการ

นายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย กล่าวว่า มีเสียงครหานินทาว่า ส.ว.สรรหา 250 คน จะเป็นฐานเสียงโหวตแคนดิเดตนายกฯให้กับบางพรรค หรือสืบอำนาจให้ใครนั้น อยากเสนอให้ ส.ว.ใช้เอกสิทธิ์ของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ใต้อาณัติสัญญาณใคร เพราะเชื่อว่า ส.ว.แต่ละท่านมีความรู้ความสามารถ คุณวุฒิ วัยวุฒิ เพียงพอจะตัดสินใจเองได้ อาจจะโหวตใครก็ได้ หรือโนโหวต ให้ ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเลือกนายกฯกันเอง ส.ว.ทั้ง 250 คน ต้องแสดง สปิริตศักดิ์ศรี ลบข้อครหาเป็นตรายาง ถูกชี้นำสั่งการโดยใครบางคน เข้าทำนองชงเอง กินเอง ซดเอง “ถึงวันนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่ากติกากำหนดมาเป็นอย่างนี้แล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อไป แต่พวกท่านจะเป็นตัวปลดชนวนไม่ให้เหตุการณ์กลับไปเลวร้าย มีการปฏิวัติ มีการประท้วงอะไรกันขึ้นมาอีก ขอให้โหวตกันแบบเปิดเผยเลยก็ได้ เราเสียเวลามา 5-6 ปีแล้ว ต้องเห็นแก่บ้านเมือง ต้องตัดสินใจแบบกล้าได้กล้าเสียเพื่อประเทศชาติ”

พท.ยื่นเอาผิด “บิ๊กตู่–สนธิรัตน์”

อีกเรื่อง ที่สำนักงาน กกต. นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องต่อประธาน กกต. ขอให้ตรวจสอบเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในฐานะแคนดิเดตนายกฯพรรคพลังประชารัฐ และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กรณีจัดเวทีปราศรัย หาเสียง “เรื่องบัตรคนจน” ที่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เห็นว่าถ้อยคำเป็นการเสนอให้สัญญาว่า จะให้เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 (1) ประกอบมาตรา 132 และมาตรา 158 วรรคหนึ่ง โดยนำพยานหลักฐานเป็นภาพถ่าย และคลิปเสียงปราศรัย พร้อมเอกสารของกระทรวงการคลัง ที่ยืนยันไม่ให้นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้ในการหาเสียงมายื่นต่อ กกต. ที่ร้องเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ด้วย เนื่องจากยินยอม ปล่อยปละละเลยให้พรรคพลังประชารัฐ แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งนี้พยานหลักฐานชัดเจน ชาวบ้านก็ยุให้มายื่น หวังว่า กกต.จะเดินหน้าเรื่องนี้ไปให้สุด ต้องเป็นกลางทางการเมืองจริงๆ ต้องไม่ลืมว่าคนจับตาดูอยู่ทั่วโลก

“มาร์ค” เย้ย “สมคิด” หุ้นขึ้น 2 วันติด

ช่วงบ่าย ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า หลังจากที่ตนประกาศหุ้นขึ้นมา 2 วันแล้ว คิดว่าที่นักลงทุนเป็นห่วงมากกว่าคือ การเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม เสรี และเป็นธรรม ต้องการเห็นรัฐบาลมาจากเสียงประชาชนมากกว่า สิ่งที่ประกาศไปเชื่อว่าสากลเข้าใจ เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองในระดับสากลพึงกระทำอยู่แล้ว เมื่อถามว่านายสมคิดระบุว่านายอภิสิทธิ์เป็นนักบอยคอต นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คนละเรื่องกัน คำพูดของนายสมคิดเสียอีกที่บอก ว่า “ถ้าไม่ให้เลือกตั้งก็ได้” สะท้อนตัวตนของท่าน มากกว่า ไม่ทราบว่าเป็นการดิ้นของคนที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่

ฮึ่มใครบิดเบือนจี้ กกต.เอาผิด

เมื่อถามว่า หลังการประกาศจุดยืนรู้สึกว่าโดนถล่มหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เป็นธรรมดา มีทั้งที่ใส่ร้าย เช่น ใส่ร้ายว่าประชาธิปัตย์จะจับมือกับเพื่อไทย ชี้แจงไปชัดแล้ว ความจริงถ้าใครพูดต่อจากนี้ไปถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว เพราะเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่อยากทำให้เป็นเรื่องยุ่งยาก วุ่นวาย แต่ทำไมทุกคนไม่พูดความจริงให้จบเรื่อง เพราะตนจะพูดแต่ความจริงอยู่แล้ว ไม่ได้ไปพาดพิงใคร และตอนนี้เมื่อมีความชัดเจนแล้ว คนที่เอาไปพูดคงอ้างไม่ได้ว่าไม่รู้ หากพูดไม่จริงจากนี้ไปจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต.ต้องเข้ามาดูแล เมื่อถามย้ำว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์มีการลงพื้นที่บ่อยในช่วงโค้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ทุกอย่างขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ขอตั้งข้อสังเกตอะไร ทุกคนมองเห็นอยู่แล้ว

ต่างชาติห่วงสืบอำนาจมากกว่า

ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงตอบโต้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ว่า ตามที่นายอภิสิทธิ์แสดงจุดยืนชัดเจนของพรรค ต่อประเด็นเรื่องการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ แน่นอนมีทั้งคนที่ถูกใจและไม่ถูกใจ แต่ถือว่าเป็นสิทธิ์และหน้าที่ของพรรคที่จะแสดงจุดยืนทางอุดมการณ์ อยากฝากถึงนายสมคิดว่า บังเอิญ วันเดียวกันกับที่ท่านได้กล่าวหาพรรคเรา ตนได้ไปพบกับนักลงทุนต่างชาติ และไปพร้อมกับตัวแทนหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เราผลัดกันพูดถึงนโยบายของแต่ละพรรค และตอบคำถามเกี่ยวกับจุดยืนของแต่ละพรรค ไม่เห็นว่ามีใครตระหนกตกใจแต่อย่างใด เปรียบกับคำถามที่ได้รับจากนักลงทุนต่างชาติ เห็นว่าความกังวลสูงสุด ที่เขามี กลับเป็นผลของการใช้เสียง 250 ส.ว. เพราะการสืบทอดในทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จะทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมได้

ปชป.ซัด “เจ๊หน่อย” ชินกับคนโกง

นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ระบุอุดมการณ์ประชาธิปไตยสุจริตของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองนั้น สะท้อนสำนึกของผู้พูด ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นเพราะคุณหญิงสุดารัตน์เคยชินอยู่กับคนที่ใช้ประชาธิปไตยทุจริต เอาอำนาจจากประชาชนแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง แต่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างเชื่อว่าประชาธิปไตยสุจริตมีจริง ไม่ใช่แค่วาทกรรมทางการเมือง ขอให้ดูจากประวัติอดีตนายกฯของพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต ต่างจากพรรคเพื่อไทยที่เปลี่ยนชื่อ 3 ครั้งถูกยุบพรรคจากการทุจริตเลือกตั้ง อดีตนายกฯสองคนถูกยึดทรัพย์ หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ยังมีรัฐมนตรีหลายคนถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินทุจริตทำผิดกฎหมาย

“เต้น” ย้ำชัดๆ หนากว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า เห็นลีลา พล.อ.ประยุทธ์ ที่จ.ขอนแก่น และนครราชสีมาแล้ว ใครยังกล้าบอกว่าไม่ใช่หาเสียงก็เกินไป การพูดบนเวทีแบบนั้นคือการซ้อมปราศรัยเพื่อขึ้นเวทีใหญ่ในวันที่ 22 มี.ค. ทราบมาว่าพรรคพลังประชารัฐเตรียมไว้เป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ ใจคอ พล.อ.ประยุทธ์คงต้องการเอาเปรียบพรรคคู่แข่งจนวินาทีสุดท้ายของการเลือกตั้ง ใช้งบหลวงให้หน่วยงานรัฐจัดคนมาฟัง เดินสายทั่วประเทศสลับพื้นที่กับพรรคในโค้งสุดท้าย ชัดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ขอเรียกร้องให้ท่านแสดงความเคารพและให้เกียรติประชาชน ด้วยการทำอะไรตรงไปตรงมาสักครั้ง โดยขึ้นเวทีพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่วันนี้ บอกมาเลยว่าที่ไหนอย่างไร ตนจะย้ายเวทีก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยไปเปิดในพื้นที่ใกล้เคียง พูดกันให้ชัดว่าท่านต้องการสืบทอดอำนาจ ส่วนพวกตนเป็นฝ่ายต่อต้านไม่ยอมให้เกิดขึ้น เอาวันเดียวกันเลยประชาชนจะได้ตัดสินใจ

จวกผู้ตรวจฯตีไพ่เหยียบเท้า กกต.

นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติไม่ยื่นตีความสถานะ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า แค่ตอบสนองความต้องการผู้มีอำนาจ เสริมความชอบธรรมให้การรัฐประหาร ว่าหัวหน้า คสช.ไม่ต้องอยู่ภายใต้ตัวบทกฎหมายใด การรีบวินิจฉัยเป็นพิเศษทั้งที่เพิ่งรับเรื่องวันที่ 6 มี.ค. ต่างกับ กกต.ที่มีผู้ยื่น คำร้องเรื่องนี้เมื่อวันที่ 11 ก.พ. แต่เพิ่งมีข่าวว่าจะตั้ง กรรมการสอบเรื่องคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ที่ กกต.ช้าอยู่ก็เพื่อดึงเวลาจนผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยก่อน ถือเป็นการตีไพ่ให้ กกต.เล่นง่ายใช่หรือไม่ ถ้าองค์กรอิสระชวนกันตีไพ่ให้ผู้มีอำนาจน็อกมืด แล้วบ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร เราจึงปล่อยให้มีการสืบทอดอำนาจเกิดขึ้นไม่ได้

“จตุพร” เตือนพวกเหลิงอำนาจ

ที่ จ.ตาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่ช่วยนายณพล ชยานนท์ภักดี ผู้สมัคร ส.ส.ตาก พรรคเพื่อชาติ หาเสียง นายจตุพร กล่าวว่า ขอเตือนไปยังบุคคลที่ใช้อำนาจรัฐทั้งหลาย ให้ศึกษาประวัติศาสตร์การเลือกตั้งทุกครั้งเมื่อคิดสืบทอดอำนาจ ผลลัพธ์สุดท้ายจะได้รับการต่อต้านจากประชาชนผ่านวันเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยมีผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐคอยให้การต้อนรับ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่อะไรที่เกินความพอดีประชาชนจะเห็นว่าเป็นการเอาเปรียบ มองว่า พล.อ.ประยุทธ์อยู่ระหว่างความสับสนในชีวิต ส่วนการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ มองว่าเป็นปัญหามาตั้งแต่หลักคิดที่ไม่ใช้เขตเดียวเบอร์เดียวกันแล้ว เมื่อต้องการทำให้คนสับสนก็กลายเป็นตัวเองสับสนไปด้วย เข้าใจได้ว่า กกต.ยังอยู่ภายใต้อำนาจมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สามารถปลด กกต.ได้ ดังนั้นแค่รักษาชีวิตไว้ก็เหนื่อยแล้ว

“อนุทิน” ฟุ้งรัฐบาลใหม่ต้องมี ภท.

ที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลตำบลภูเขียว จ.ชัยภูมิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ หาเสียงในพื้นที่ อ.ภูเขียว และ อ.คอนสาร มีประชาชนกว่า 3,000 คนร่วมฟัง อย่างคึกคัก นายอนุทินกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีใครเป็นรัฐบาลได้หากขาดพรรคภูมิใจไทย ถ้าพรรคได้เข้าร่วมบริหารประเทศ ใครที่โกรธกันต้องดีกัน เราเชื่อในพลังของพรรคที่จะบังคับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ให้ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน พอหมดสมัยจะกลับไปชกกันอีกก็ว่ากันไป

“ประภัตร” สวนโพลประเมิน ส.ส.

นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการประเมินจำนวน ส.ส.ของพรรค ว่า จะได้ ส.ส.ประมาณ 25-30 ที่นั่ง แบ่งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1-20 ที่นั่ง และ ส.ส.เขตประมาณ 10 เขต เป็นตัวเลขสวนทางกับผลสำรวจจากโพลหลายสำนักที่ออกมา ด้วยเหตุผลสำคัญที่เป็นพรรคเก่าแก่มีผลงานต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนมั่นใจและเป็นที่รู้จักของประชาชน อีกทั้งผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 315 เขต ผ่านการคัดสรรจากผู้ทำงานในพื้นที่และเคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ส่วนพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ที่ถูกจับตาโดยเฉพาะเขต 3 ว่า คนบ้านเดียวกันจะสู้กันเอง ยืนยันไม่มีปัญหา ไม่มีภาพความขัดแย้ง การเมืองต้องแข่งขันกันหาเสียง ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ตรวจราชการแต่ถูกจับตาว่าแฝงการหาเสียงนั้น แสดงว่าเข้าสู่ความเป็นนักการเมืองเต็มตัว เชื่อว่าประชาชนพิจารณาได้

“ธนาธร” อ้อนขอโอกาสคนกรุง

ช่วงเช้าที่ตลาดอินทรลักษณ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่ช่วยนายศุภชัย กุลโชควนิช ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 14 หาเสียง จากนั้นนายธนาธรเดินทางต่อไปยังตลาดทรัพย์จันทร์ผัน ช่วย ร.ท.ธนเดช เพ็งสุข ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 8 หาเสียงต่อ นายธนาธรกล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้พรรคอนาคตใหม่ การไปยังพื้นที่แต่ละจุดเราจะพบเห็นความมีน้ำใจของพี่น้อง และการต้อนรับที่อบอุ่นเสมอ ไม่ว่าจะใน กทม. และต่างจังหวัด นั่นหมายถึงทุกคนพร้อมแล้วสำหรับวันที่ 24 มี.ค. อยากให้ทุกคนให้โอกาสพวกเราชาวอนาคตใหม่ ได้เข้าไปแก้ไขปัญหา ร่วมเปลี่ยนแปลงประเทศ ส่งมอบสังคมดีๆ ให้ลูกให้หลานของเราต่อไป

อนค.งง สห.ทอ.ห้ามหาเสียงใน ร.ร.

ขณะที่นายนิกม์ แสงศิรินาวิน ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 11 พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 13 มี.ค. ตนและทีมงานเตรียมเข้าไปแจกเอกสารแนะนำตัวและพรรค กับครู ผู้ปกครอง และบุคลากรในโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง โดยได้ทำหนังสือขออนุญาตถูกต้อง และรองผู้อำนวยการโรงเรียน ลงนามรับทราบ แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึง มีกลุ่มสารวัตรทหารอากาศเข้ามาขัดขวาง ไม่ให้เข้าไปหาเสียงในโรงเรียน และกล่าวในทำนองว่าบริเวณนี้เป็นเขตทหารทำไมไม่ขออนุญาตก่อน เมื่อแจ้งว่าทำหนังสือขออนุญาตถูกต้อง พร้อมนำเอกสารให้ดู เจ้าหน้าที่ยังไม่อนุญาต โดยกลุ่มสารวัตรทหารกลุ่มนี้ได้อ้างถึงชื่อนายทหารยศนาวาอากาศเอกท่านหนึ่ง และบอกด้วยว่าถ้ามีข้อสงสัยให้เข้าไปคุยได้ในค่าย รู้สึกแปลกใจมากไม่คิดว่าช่วงที่มี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งควรจะหาเสียงได้อย่างเสรี เท่าเทียมเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นธรรม จะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้

โฆษก ทอ.แจงต้องขอกองทัพก่อน

ด้าน พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กองทัพอากาศมีแนวปฏิบัติว่าเข้ามาหาเสียงในพื้นที่กองทัพอากาศ ต้องทำหนังสือขออนุญาตกับกองทัพอากาศเพื่อแจ้งให้รับทราบก่อน โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัยเป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่กองทัพอากาศ มีเจ้าหน้าที่ สห.ทอ. ปฏิบัติหน้าที่ดูแลช่องทางเข้า-ออกบริเวณดังกล่าว เพราะติดกับเขตที่พักของกองทัพ แม้จะทำหนังสือขออนุญาตทางโรงเรียนแล้ว แต่ต้องทำหนังสือขออนุญาตกองทัพอากาศด้วย เพื่อให้เกิดความเสมอภาคทุกพรรค ได้พูดคุยกับผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว มีความเข้าใจกันดี กองทัพอากาศยินดีอำนวยความสะดวกทุกอย่าง เพื่อให้เกิดความเสมอภาคทุกพรรค

“สุวัจน์” เชื่อคนจะใช้สิทธิ์มากที่สุด

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ภายหลังขึ้นเวทีปราศรัยที่ อ.เมืองสกลนคร ว่า พรรคชาติพัฒนาสำรวจคะแนนนิยมในพื้นที่ภาคอีสานได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างมาก ชื่นชอบในนโยบายยกระดับสินค้าเกษตร ด้วยการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือเขตนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรส่งออกไปยังตลาดอินโดจีน นโยบายการท่องเที่ยวภาคอีสานให้เป็นเศรษฐกิจหลักของประเทศ และแนวทางเดินสายกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพราะประชาชนตื่นตัวทางการเมืองสูง

อีสานโพลโหวตนายกฯเพื่อไทย

ที่ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายสุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดผลสำรวจเรื่อง “คนอีสานกับโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.ส.2562” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,093 ราย ใน 20 จังหวัดภาคอีสาน พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 43.6 มีแนวโน้มจะสนับสนุนผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.2 สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 11.7 พลังประชารัฐ ร้อยละ 6.6 ประชาธิปัตย์ ร้อยละ 6.2 ภูมิใจไทย และร้อยละ 3.3 เสรีรวมไทย ขณะที่ร้อยละ 45.4 ต้องการแคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทยมากที่สุด (คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 31.1 และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 14.3) รองลงมานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยละ 24.9 ตามมาด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 11.9 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 7.0 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 4.3 และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ร้อยละ 2.5 ส่วนนโยบายเศรษฐกิจของพรรคที่โดนใจที่สุด คือเพื่อไทย อนาคตใหม่ พลังประชารัฐ และประชาธิปัตย์ ตามลำดับ

“เทือก” ลำเลิกต่อกระทบชิ่ง “ชวน”

เมื่อเวลา 18.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีกระแสโจมตีที่ออกมาตำหนิท่าทีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออนุญาตเล่าความหลังสมัยตั้งรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ตอนนั้นตนอ่านเกมออกว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ต้องออกจากตำแหน่ง ไปบอกคนในพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะตั้งรัฐบาล ไม่มีใครเชื่อจะเป็นไปได้ แม้กระทั่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แต่ตนตั้งใจต้องทำภารกิจอันใหญ่หลวงนี้ให้ลุล่วง จึงเริ่มไปเจรจากับทุกคน รวมถึงคนที่เกลียดตนอย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ หรือคู่กัดทางการเมือง เช่น นายเนวิน ชิดชอบ นายสุวิทย์ คุณกิตติ นายสุชาติ ตันเจริญ จนเจรจาสำเร็จ นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯ ทั้งหมดนี้ดำเนินการเพียงคนเดียว

“วิษณุ” ชี้ยุโหวตโนผิดกฎหมาย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อดีตผู้สมัครของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ประกาศเทคะแนนของตัวเองให้กับผู้สมัครของพรรคการเมืองอื่นจะมีความผิดหรือไม่ว่า ไม่ทราบ เรื่องอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว ขอให้ กกต.เป็นผู้พิจารณาเอง ตนตอบไม่ถูก ส่วนกรณีที่อดีตผู้สมัคร ทษช. รณรงค์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งโหวตโน ในการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ได้หรือไม่นั้น กรณีนี้ไม่ถูก ไม่ได้ บอกให้ประชาชนรู้ได้ว่าโหวตได้ 3 อย่าง แต่จะไปยุว่า อย่าไปโหวตให้คนโน้น คนนี้เลย ไม่ได้ กฎหมายเขียนไว้ชัดเลย อย่างนี้ผิดแน่ แต่โทษไม่ได้มากมายอะไร โทษนิดเดียว

กกต.เปิดศูนย์คะแนนเรียลไทม์

ที่สำนักงาน กกต. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เป็นประธานเปิดศูนย์รายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์ในการรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการผ่าน Application Rapid Report แบบเรียลไทม์ นายอิทธิพรกล่าวว่า จะเปิดสำนักงานเพื่อติดตามการรายงานผลตั้งแต่วันที่ 14-25 มี.ค. สื่อมวลชนสามารถรับข้อมูลได้จาก Rapid Report นำไปเผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างไม่เป็นทางการได้ทันที

ให้พรรคตามดูที่เก็บบัตรได้

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) และสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) รายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 24 มี.ค. แบบเรียลไทม์ไม่เกิน 95% ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด คาดว่าจะทราบผลการนับคะแนนได้ภายในเวลา 3 ชั่วโมง ส่วนการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 17 มี.ค. หลังจากเสร็จสิ้นการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า กรรมการประจำหน่วยจะจัดส่งบัตรลงคะแนนไปรวมไว้ที่สำนักงานไปรษณีย์แต่ละเขต และจะมีเจ้าหน้าที่ กกต.คัดแยกให้ไปรษณีย์นำไปส่งยังเขต มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแล โดยผู้แทนของพรรคการเมืองยื่นความจำนงขอติดตามการเก็บรักษาบัตรได้

เเทงกั๊ก ทษช.ผิดปลุกโหวตโน

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติ ตั้งคณะกรรมการไต่สวนอดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ประกาศเทคะแนนให้ผู้สมัครพรรคอื่น และรณรงค์โหวตโน ว่า การรณรงค์โหวตโนตามมาตรา 73 สามารถทำได้ แต่ กกต.เห็นว่าเป็นลักษณะที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม เช่น ไปรณรงค์ให้โหวตโนเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ต้องพิจารณาว่าทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ เรื่องเทคะแนนขณะนี้ยังระบุชัดเจนในฐานความผิดมาตรา 73 ไม่ได้ จึงตั้งคณะกรรมการไต่สวน แต่ถ้าวัตถุประสงค์หรือวิธีการผิด คณะกรรมการจะพิจารณาต่อไป ส่วนถ้าคะแนนโหวตโนชนะ และมีการเลือกตั้งใหม่ การจัดการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นก่อนการประกาศรับรองผลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการคิดคำนวณคะแนนปาร์ตี้ลิสต์

“ศรีสุวรรณ” จ่อยื่นยุบ อนค.

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า วันที่ 15 มี.ค. จะไปยื่นหนังสือต่อ กกต. ให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ หลัง น.ส.ฐิติมา ฉายแสง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนให้ไปเลือกผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ โดยโฆษกพรรคอนาคตใหม่ได้ขอบคุณที่ช่วยสนับสนุนพรรค อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 ซึ่งมีบทลงโทษนำไปสู่การยุบพรรคได้ รวมถึงจะไปยื่นให้ กกต.ทบทวนสอบพรรคพลังประชารัฐที่ไม่เอาผิดการจัดโต๊ะจีนระดมทุนด้วย

กาล่วงหน้าสิงคโปร์คึกคักสุด

นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้มีบางแห่งเกิดปัญหาบ้างแต่ได้เร่งแก้ไขให้เกิดความเรียบร้อย ขณะนี้มีสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ 29 แห่ง ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และมีสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ส่งบัตรเลือกตั้งกลับไทยมายังกระทรวงการต่างประเทศแล้ว 14 แห่ง อาทิ สถานกงสุลใหญ่ดูไบ สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ โดยคนไทยในสิงคโปร์มีความตื่นตัวที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด จำนวน 4,151 ราย ภายในสัปดาห์นี้จะจัดทำรายงานสรุปผลการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทั้งหมด รวมถึงขั้นตอนหลังได้รับบัตรเลือกตั้งกลับมายังประเทศไทยให้กับ กกต.

จองกฐินโละคำสั่ง คสช.คุมสื่อ

อีกเรื่อง ที่ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย องค์กรสื่อมวลชน นำโดยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเสวนารับฟังนโยบายพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน โดยมีผู้แทนจากพรรคการเมืองเข้าร่วม ได้แก่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ พรรคเพื่อไทย นายบุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ พรรคชาติไทยพัฒนา และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช พรรคอนาคตใหม่ โดยตัวแทนทุกพรรคประสานเสียงเห็นด้วยที่จะยกเลิกคำสั่งหรือประกาศ คสช. ที่ควบคุมการทำงานของสื่อมวลชน และสนับสนุนเสรีภาพสื่อมวลชนภายใต้กรอบดูแลกันเอง

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562