"เพื่อไทย" ยังหวั่นโดนหักหลัง หากประเคนเก้าอี้ ปธ.สภา ให้ประชาธิปัตย์

“เพื่อไทย” หวั่นเสียค่าโง่ประเคนเก้าอี้ประธานสภาฯให้ ประชาธิปัตย์ ติงเสียศักดิ์ศรี ซ้ำอาจโดนหักหลัง ชี้ยอมเป็นฝ่ายค้านทำแต้มรอโอกาสดีกว่า ยุส่งให้ไปร่วมพลังประชารัฐ เลือกตั้งรอบหน้าจะเจ๊งหนัก...

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยอาจปรับกลยุทธ์นำเสียง ส.ส.ของ 7 พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ไปลงมติสนับสนุนบุคคลจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร แข่งกับตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐว่า การประชุมพรรคเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา มีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองว่าหากจะสู้กับการสืบทอดอำนาจของ คสช. พรรคเพื่อไทยต้องเสียสละตำแหน่งต่างๆ เพื่อโน้มน้าวให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ที่มีรวมกัน 103 เสียง มาร่วมจุดยืนการปิดสวิตซ์ ส.ว.ในการโหวตนายกฯ โดยเริ่มจากการสนับสนุน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานสภาฯ เพื่อเป็นตัวแทนของฝ่ายพรรคการเมืองควบคุมเกมในสภาฯ ก่อนที่ในการโหวตนายกฯจะเทคะแนนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯของพรรคประชาธิปัตย์ หรือนายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯของพรรคภูมิใจไทย

อย่างไรก็ตาม ส.ส.และสมาชิกพรรคไทยรักไทย บางส่วนเห็นว่าหากเดินแนวทางนี้อาจสุ่มเสี่ยงเกินไป เพราะถือเป็นการลดศักดิ์ศรีของพรรคที่ได้ ส.ส.มาเป็นอันดับ 1 จะไม่สามารถอธิบายกับประชาชนผู้ที่เลือกพรรคเพื่อไทย และผู้สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย ว่าเหตุใดจึงไปเกี๊ยะเซี้ยกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีแนวทางตรงกันข้ามมาตลอด ซ้ำร้ายหากท้ายที่สุดพรรคประชาธิปัตย์เกิดหักหลังไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ก็จะเท่ากับพรรคเพื่อไทยเสียทั้งศักดิ์ศรี เสียทั้งค่าโง่ ในหมากเกมนี้

“ตอนนี้ทางพรรคพลังประชารัฐก็ใช้มายากลจนได้เสียงจากพรรคเล็ก และรวบรวม ส.ส.ได้เกิน 126 เสียง เมื่อรวมกับ 250 ส.ว.ก็เท่ากับปิดประตูตายที่เราจะไปแข่งเสนอชื่อนายกฯกับ พล.อ.ประยุทธ์ การให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานสภาฯก็เปล่าประโยชน์ ดีไม่ดีถูกหักหลังเสียอีก แล้วถึงจะได้เสียงพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคภูมิใจไทย มาก็ไม่ครบ 376 เสียง ตั้งนายกฯไม่ได้อยู่ดี และถ้านักการเมืองคิดจะต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช.จริงๆ พรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่ต้องมาโหวตให้ตัวแทนที่พรรคเพื่อไทยและพรรคพันธมิตรเสนอให้เป็นประธานสภาฯและนายกฯ เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพรรคประชาธิปัตย์คิดที่จะรักษาอุดมการณ์และจุดยืนไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของคสช.” แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยระบุ

แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย ระบุอีกว่า ถึงอย่างไรก็ต้องชื่นชมแกนนำพรรคเพื่อไทย และแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตยที่ไม่ยอมแพ้ และหาแนวทางเพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจ แต่เมื่อประเมินแล้วว่า ไม่มีโอกาสเอาชนะได้ในการลงมติเลือกนายกฯ ก็ไม่ควรไปฝืน หรือประเคนเก้าอี้ให้ใครโดยขัดเจตนารมณ์ของพรรค ขัดเจตนารมณ์ของผู้ที่ลงคะแนนให้พรรค ควรที่จะใช้โอกาสนี้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านฝ่ายตรวจสอบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีเสียงปริ่มน้ำอย่างเข้มข้น ทั้งการทำงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และย้อนไปถึงแนวนโยบายที่ผิดพลาดมากมายตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่ารัฐบาลคสช.ภาค 2 จะอยู่ได้ไม่นาน และการเลือกตั้งครั้งใหม่พรรคพลังประชารัฐจะลำบากมากกว่านี้ ที่สำคัญการปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ ก็เท่ากับผิดต่ออุดมการณ์และคำพูดของตัวเอง การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็จะยิ่งตกต่ำลงไปมากกว่านี้ด้วย.