เอฟเฟกต์ตีไพ่พลาด!

เล่นกันแรงถึงขั้น “ปลอม” ราชกิจจานุเบกษา คำสั่งหัวหน้า คสช.ปลด ผบ.เหล่าทัพ ล้อกันเลยกับฉากรถถังที่วิ่งกันเพ่นพ่าน โดยหน่วยทหารเคลียร์ข่าวเดินทางไปฝึกตามภารกิจปกติ

ปั่นประสาท เขย่าขวัญพวกมโนโซเชียลฯ

เอาเป็นว่า “ปฏิวัติ” ทุกรอบ รัฐประหารทุกครั้ง ไม่เคยมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

โจ๋งครึ่มแบบนี้แสดงว่า ยังเป็นแค่เกมของพวก “ลุ้น”

ตามจังหวะมันต้องมีการสร้าง “สตอรี” ปั่นอุณหภูมิ “อุ่นเตา” ให้ระอุไว้ก่อน

เรื่องของเรื่อง ปมปัญหาการเมือง เรื่องร้อนๆเสียวๆมันยังอยู่ในขอบเขตกระบวนทางกฎหมาย ไม่เกินวิสัยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยได้

ทั้งภายใต้ระเบียบ กกต.และยังรวมทั้งบทบัญญัติ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

เหนืออื่นใดนั่นคือสำนึกแบบไทยๆกับใจความท่อนสำคัญของประกาศพระราชโองการ

“การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”
เป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยตัดสินใจได้ด้วยสัญชาตญาณ

ตามปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หลังห้าทุ่มคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แม้แต่อาการของลูกข่าย “ทักษิณ” พรรคเพื่อไทยสั่งให้สมาชิกระมัดระวังการเคลื่อนไหวทางการเมือง พรรคเพื่อชาติหยุดการเดินสายหาเสียง ไม่ต้องพูดถึงพรรคไทยรักษาชาติที่เงียบสงัดวังเวง

นั่นเพราะ “รู้ตัวดี” กับพฤติการณ์เย้ยฟ้าท้าดินของทีม “นายใหญ่”

“ทักษิณ” แพ้ภัยตัวเอง โดยไม่เกี่ยวกับ ม.44 ไปกลั่นแกล้ง

จาก “ไพ่เด็ด” เปิดมาหวังป๊อกกินรอบวง

เกมพลิกกลายเป็น “เจ้าบอดแต้ม” เจ๊งจ่ายรอบโต๊ะ

และปฏิเสธไม่ได้ พวกที่ฟลุกบวกเฮงก็คือยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” ทีมหนุน “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. ที่รอช้อน “แต้มหก” แบบเป็นกอบเป็นกำ

จากอารมณ์ “เบื่อลุงตู่” พลิกเป็นต้องช่วยกันหนุน “พล.อ.ประยุทธ์”

หยุด “นายใหญ่” ล้มกระดานประเทศไทย

ภายใต้อาฟเตอร์ช็อก แรงสั่นสะเทือนทางการเมืองหลายแมกนิจูด จากปรากฏการณ์ “แคนดิเดตพิเศษ” พะยี่ห้อ “ทักษิณชัวร์” บัญชีนายกฯพรรคไทยรักษาชาติ

จังหวะตีไพ่พลาดของ “นายใหญ่”

ฤทธิ์ยักษ์ “นนทก–นนทัก” ชี้นิ้วฆ่าตัวตายเอง

มันกำลังทำให้การเมืองเดินหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นโอกาสที่ทีมหนุน “ลุงตู่” ตีตั๋วต่อ รับอานิสงส์จาก “กระแสพลิก” ชั่วข้ามคืน รวมถึงป้อมค่ายอื่นที่แบ่งแต้มหล่นกันไป

ภายใต้สัญญาณ “chin up” อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ตีธงรบ เชิดหน้าลุยถั่วสู้ไม่ถอย

ในจังหวะที่ฝ่ายความมั่นคง คสช.ต้องสั่งตั้งวอร์รูม “เกาะติด” ขบวนการจ้องสร้างสถานการณ์ป่วน ห้วงเวลาสำคัญ ตามปรากฏการณ์ข่าวลือต่างๆนานา ฟุ้งกระจายโซเชียลมีเดีย

แกะรอยตามกลิ่น “สงครามป่วน” ล้มกระดาน

ขณะที่สถานการณ์ยากของ “นายใหญ่” ก็ต้องเจอกับเครื่องหมายคำถามในกลุ่มสาวกกองหนุน

เพราะมันหลายครั้งหลายหนที่ดันหลังหน่วยกล้าตายออกหน้า

ตั้งแต่วาทกรรม “ถ้าเสียงปืนแตกนัดแรกเมื่อไหร่ ผมจะกลับมานำพี่น้องเดินเข้ากรุงเทพฯเอง”

ก่อนเหตุสลายม็อบราชประสงค์ เสื้อแดงตายเกือบร้อยศพ

มาถึงคดีโกงจำนำข้าว ที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ถูกตัดหาง ติดคุกหัวโต โดยไม่ระแคะระคาย “น้องปู” อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร “ล่องหน” ไปโผล่อีกทีอยู่ลอนดอน อังกฤษ

จนมาถึงคิวโหด “ส่งเด็กมาตาย” ชะตากรรมของ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ผู้เปิดโพย “แคนดิเดตพิเศษ”

ต้องโดนคดียุบพรรค ไปถึงความเสี่ยงหมิ่นเหม่กฎหมายมาตรา 112

กองเชียร์สาวกเสื้อแดง ลูกน้องใกล้ชิด “บุญทรง–ภูมิ” เด็กๆ ลูกหลานในทีม “ทักษิณชัวร์”

ชะตากรรมโหด เหยื่อสังเวยเกมอำนาจคน “แพ้ไม่เป็น” ทุกรายตายตอนจบ

จะเหลือคนกล้าคบ กล้าเสี่ยงด้วยอีกแค่ไหน.

ทีมข่าวการเมือง