แข่งกันแจกฟรี

ทบทวนยอดผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการชัดๆอีกที

กกต.สรุปว่ามีผู้สมัคร ส.ส.เขต ทั่วประเทศ 11,128 คน จาก 80 พรรคการเมือง

และมีผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 2,718 คน จาก 72 พรรคการเมือง

รวมยอดผู้สมัคร ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งสิ้น 13,846 คน

ทำลายสถิติยอดทะลุเป้าเกินเท่าตัว

สรุปว่าผู้สมัคร ส.ส. 13,846 คน จะต้องสัประยุทธ์ชิงเก้าอี้ ส.ส.ที่มีอยู่เพียง 500 ตัว

หรือเฉลี่ยผู้สมัคร 27 คน จะมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่จะได้นั่งชูคอเป็น ส.ส.ในสภาฯ

“ แม่ลูกจันทร์ ” ชี้ว่าศึกเลือกตั้ง ครั้งนี้ เป็น “ไฟต์บังคับ” ที่พรรคการเมืองทุกพรรคต้องแข่งกันเสนอนโยบายให้โดนใจพี่น้องประชาชน

ยิ่งมีพรรคลงสนามเลือกตั้งมากถึง 80 พรรค ก็ยิ่งต้องแข่งกันประดิษฐ์นโยบายใหม่ๆให้ดึงดูดความสนใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ 51 ล้านคน

แถมแต่ละพรรคไม่ได้ชูนโยบายหาเสียงเรื่องเดียว

ต่างเสนอนโยบายแก้ปัญหาประเทศหลายด้านพร้อมกัน

ทำให้ศึกเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้เป็นการแข่งขันประกวดประชันนโยบายพรรคการเมืองมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

แต่ไม่ว่าจะมีกี่ร้อยพันนโยบาย สุดท้ายจะไปเข้าล็อกเรื่องเดียวกัน

คือนโยบายประชานิยม รัฐสวัสดิการ ถลุงงบประมาณจากภาษีประชาชนไปอัดฉีดแจกฟรีกันระเบิดเถิดเทิง

แข่งกันว่าใครจะเสนอ “ของแจกฟรี” มากกว่ากัน??

ตัวอย่างเช่น...พรรค ก.โฆษณาจะเพิ่มเบี้ยคนชราเป็นเดือนละ 1,000 บาทต่อคน

ฝ่ายพรรค ข. เกทับจะเพิ่มเบี้ยคนชราคนละ 1,800 บาทต่อเดือน

หรือพรรค ค. เสนอนโยบายเรียนฟรีตั้งแต่ ป.1 ถึงจบ ปวส.

ฝ่ายพรรค ง. เสนอให้เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนถึงปริญญาตรี

หรือพรรค จ. ประกาศลงทุนสร้างถนนเพิ่มอีก 5,000 กม.

พรรค ฉ.ไม่ยอมแพ้จะสร้างทางหลวงมอเตอร์เวย์เพิ่มอีก 10,000 กม.

แต่จะทำได้จริงอย่างที่หาเสียงหรือไม่ไว้พูดกันอีกที

“ แม่ลูกจันทร์ ” ชี้ว่าประเทศไทยถูกแช่แข็งไม่มีเลือกตั้งมา 8 ปี

แต่ยุคนี้ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการเมืองได้รวดเร็วรอบด้านและลึกซึ้งกว่าที่ผ่านมา

คนไทยยุคนี้ไม่มีใครซื่อบื้อหลงเชื่อนโยบายขายฝันของพรรคการเมืองตะพึดตะพือ

ประชาชนยุคนี้รู้จักประเมินว่า นโยบายพรรคไหนที่มีความเป็นจริง และเป็นไปได้มากกว่ากัน

กุญแจสำคัญที่ประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง 51 ล้านคน จะตัดสินใจโหวตให้พรรคใดเป็นรัฐบาล...

ไม่ได้มองว่าพรรคไหนมีของแจกฟรีมากกว่ากัน

แต่จะตัดสินใจที่นโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้อง ทำให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรไม่ให้ตกรูดมหาราชอย่างที่ผ่านมา

ล่าสุด “ซูเปอร์โพล” สำรวจความเห็นประชาชนว่ามองเห็น “ว่าที่นายกฯคนไหน” ที่เก่ง และแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้จริง??

ประชาชน 11.6 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่า มีชื่ออยู่ในใจแล้วว่าเป็นใคร??

แต่ประชาชนอีก 88.4 เปอร์เซ็นต์ตอบว่า ยังไม่เห็นมีใครเก่ง แก้ปัญหาปากท้องได้ซักคนเดียว

อ้าว...เป็นงั้นไป.

“แม่ลูกจันทร์”