เปิดตัวโทรฟี่โฉมใหม่ “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019”

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน แถลงเปิดตัวถ้วยรางวัลเวอร์ชั่นใหม่ของศึก “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019” ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยผสานความเป็นไทยให้เข้ากับโมโตจีพีสะท้อนความภาคภูมิใจของคนไทยสู่สายตาชาวโลก พร้อมชวนชาวไทยนับถอยหลัง 3 สัปดาห์ ก่อนเปิดบ้านเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันศึกมอเตอร์สปอร์ต ระดับโลก ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ประกาศความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งการจัดการแข่งขันในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และความสะดวกโดยรอบจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง ต้อนรับแฟนความเร็วหลายแสนคนที่จะหลั่งไหลมาสู่ประเทศไทย...

วันที่ 18 ก.ย. 62 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, บริษัท เอพีฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จำกัด และ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์ แถลงข่าวความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ และร่วมนับถอยหลัง 3 สัปดาห์ โหมโรงก่อนเข้าสู่สุดสัปดาห์แห่งมอเตอร์สปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย

ไฮไลต์ของการแถลงข่าวคือการเปิดตัวถ้วยรางวัล พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของการแข่งขัน โมโตจีพี ในประเทศไทย ได้รับแนวคิดในการออกแบบโดยต่อยอด มาจากปีที่แล้ว ซึ่งออกแบบถ้วยให้คล้ายกับประตูวัดตกแต่งด้วยลายไทย เสมือนการเปิดบ้านต้อนรับชาวโลก เข้าสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยในปีนี้ ถ้วยรางวัลจะสื่อถึงความเชื่อมโยงของจังหวัดบุรีรัมย์มากขึ้น ผสมผสานเอกลักษณ์ของจังหวัดเข้ากับความเป็นโมโตจีพี ฐานของถ้วยรางวัลจำลองรูปแบบหินที่มีสี และเนื้อสัมผัสคล้ายกับศิลาแลงที่เป็นวัสดุในการก่อสร้างปราสาทหินพนมรุ้ง ตัดแต่งให้มีรูปทรงตาหมากรุกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโมโตจีพี ด้านบนของฐานคือลายแทร็กของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่เหมือนที่ใดในโลก ตกแต่งด้วยลายเลขไทย ซึ่งมีพื้นฐานมาจากดอกไม้ไทย สื่อถึงความยินดีกับผู้ชนะการแข่งขันที่ประเทศไทยในครั้งนี้

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รายการแข่งขันระดับโลกเช่นนี้ ได้จัดที่ประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่เราได้รับรางวัล BEST GRAND PRIX OF THE YEAR ไปเมื่อปีที่ผ่านมา สำหรับความพร้อมในปีนี้นั้น ในนามของรัฐบาลโดยผมได้มีการลงพื้นที่ตรวจดูความพร้อมล่าสุดที่จะเกิดขึ้น ตั้งแต่การเดินทาง จนถึงภายในสนามแข่งฯ ทั้งโครงข่ายคมนาคม ทางบก ทางอากาศ และทางราง

“ต้องขอเรียนว่า เราต้องการให้ประเทศไทยพร้อมที่สุด สำหรับการแข่งขันโมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่ต้องรองรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตจำนวนหลายแสนคนจากทั่วโลก ที่จะเดินทางเข้าชมการแข่งขัน เริ่มตั้งแต่สนามบิน ที่ปีนี้เรามีการปรับปรุงหลายอย่าง ตั้งแต่การปรับปรุงพื้นผิวคอนกรีต ขยายลานจอดอากาศยาน จุดติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและระเบิด สายพานลำเลียงสัมภาระ รวมถึงพื้นที่ลาดเอียงสำหรับผู้ทุพพลภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานให้เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยว ให้สมบูรณ์ที่สุด” นายพิพัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า ส่วนในสนามแข่ง ซึ่งจะใช้รองรับการแข่งขันพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 นั้น ไม่มีอะไรน่าห่วง จากที่ผมได้เดินทางไปตรวจดูในจุดต่างๆ ในสนามการแข่งขันด้วยตนเอง และมีการประชุมร่วมกัน ทีมงานรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน และนำปัญหาต่างๆ มาปรับปรุงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะความปลอดภัยในสนามแข่ง มาตรฐานของทีมงาน การอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชม ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน และในส่วนของอัฒจันทร์ชมการแข่งขัน ที่ได้ปรับปรุงให้มีความมาตรฐานมากขึ้น มั่นคงแข็งแรง นั่งสบายยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดในทุกๆ โซนรอบสนามแข่งขัน ซึ่งผมเชื่อว่าตอนนี้เราพร้อมแล้วที่จะเปิดบ้านของเรา เปิดประเทศของเรา ต้อนรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตหลายแสนคนจากทั่วโลก และผมยังได้เดินทางตรวจเยี่ยมโฮมสเตย์ หมู่บ้าน OTOP บ้านโนนสวรรค์ อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่เข้าร่วมโครงการขยายที่พัก เพื่อรองรับความต้องการของแฟนมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งถือว่าชาวบุรีรัมย์ทุกคนมีความพร้อมมากในการต้อนรับ และจะสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทุกท่านที่จะมาจากทั่วโลก ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวและแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตที่จะเดินทางมารับชม มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับทั้งความสุขจากการชมการแข่งขันและความสุขจากการได้เยือนจังหวัดบุรีรัมย์อย่างแน่นอน

“สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่า การจัดการแข่งขันโมโตจีพี รายการพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ที่จะเกิดขึ้นนั้นนอกจากจะทำให้แฟนๆ กีฬาชาวไทยและทั่วโลกมีความสุขแล้ว ยังจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ตามนโยบาย Sport Tourism เพราะการจัดการแข่งขันระดับโลกเช่นนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในสายตาประชาคมโลก นำรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยว ทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนจำนวนมหาศาล ไม่ใช่แค่ จังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น รวมไปถึงยังจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย” นายพิพัฒน์ กล่าว

ขณะที่นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะจังหวัดแม่งานหลักการรองรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต ที่จะเดินทางเข้าชมการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 กล่าวว่า ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ทำหน้าที่ต้อนรับแฟนความเร็วจากทั่วโลก ซึ่งเชื่อว่าจะมีจำนวนหลายแสนคน โดยเฉพาะเรื่องที่พัก ซึ่งมีการประสานกับทุกภาคส่วนอย่างรัดกุม เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสะดวกมากที่สุด ไม่ต้องเดินทางไกล รวมทั้งเรื่องอาหารและสาธารณูปโภค ที่ต้องดูแลนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างชาติที่ต้องดูแลให้ทั่วถึงและครบถ้วน ส่วนของการคมนาคมขนส่งถือว่า เป็นสิ่งที่สำคัญเราประสานงานกับสนามบินประจำจังหวัดและเครือข่ายโรงแรมต่างๆ เพื่อจัดพื้นที่ในการให้บริการอย่างครบถ้วน

“เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว เราจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง และจะประสานกับทางพื้นที่จัดระเบียบการจราจรภายในจังหวัด ให้มีความสะดวกกับผู้ที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดบุรีรัมย์ให้มากที่สุด รวมถึงการจัดเตรียมทีมงาน Ask Me เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาติต่างชาติ ในการให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวในทุกๆ ส่วน ตั้งแต่ สนามบิน จุดต่อรถ สถานที่ท่องเที่ยว ลานกิจกรรม ทั้งส่วนด้านหน้าทางเข้าสนาม และลานกิจกรรม ในสนาม” ผวจ.บุรีรัมย์ กล่าว

ส่วนนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019” กล่าวว่า โออาร์ มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนการแข่งขันรายการนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีนี้ โออาร์ ยังคงจัดเต็มในการจัดกิจกรรมและมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มที่ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็น การแสดงศักยภาพของประเทศไทยให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก และเป็นการช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมที่ดีงามของไทยอีกด้วย โดย โออาร์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับทุกท่านที่ โออาร์ พาวิลเลียน (OR Pavilion) และมั่นใจว่า พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์ของไทยที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งชาติ “Pride of Thailand” มาร่วมสร้างความภาคภูมิใจ และร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยร่วมกัน เพราะ “พลังคนไทย สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ

ทางด้านนายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยถึงความพร้อมของสนามแข่งขันว่า ขณะนี้เราเตรียมพร้อมในทุกๆ ด้านอย่างสมบูรณ์ที่สุด เราได้รับคำแนะนำหลายอย่างจาก สมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ็ม) รวมทั้งความคิดเห็นจากผู้ชมที่เข้าร่วมงานได้ถูกนำมาปรับปรุงแก้ไขและยกระดับ หลังเป็นเจ้าภาพปีแรกในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เรื่องของไซด์สแตนด์ได้มีการปรับปรุงและติดตั้งสำเร็จแล้วมีความแข็งแรง ปลอดภัย สะดวกสบายมากขึ้นและทัศนวิสัยในการชมการแข่งขันที่ดีกว่าเดิม ผมเชื่อว่าทุกคนจะได้รับความสุขจากทุกมุมของ สนามช้างฯ ตลอดชมการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 และขอเชิญชวนแฟนๆ ความเร็วชาวไทยมาร่วมแสดงพลังของคนไทย ในการเชียร์นักบิดที่ตนเองชื่นชอบ รวมถึงนักบิดไทยที่จะลงแข่งขันในบ้านเกิดด้วยครับ

ทั้งนี้ โมโตจีพี ขึ้นชื่อว่าเป็นศึกมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่งของโลก ที่มีผู้ติดตามสูงกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก โดยอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการจัดการแข่งขันในประเทศไทยคือ ความครบเครื่อง เรื่องความบันเทิง สร้างสีสันให้สุดสัปดาห์แห่งการแข่งขันโมโตจีพีในรูปแบบของเทศกาลมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งแต่ละสนามทั่วโลกก็จะมีกิจกรรมที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป โดยในปีนี้ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ยังคงอัดแน่นด้วยกิจกรรมแบบมอเตอร์สปอร์ตที่เตรียมไว้ต้อนรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตเรือนแสนคนอย่างเต็มที่ ตลอด 3 วัน

ทั้งนี้ แฟนความเร็วยังสามารถซื้อบัตรชมการแข่งขัน ประเภทไซด์สแตนด์ได้ โดยขณะนี้บัตรชมการแข่งขันเหลือจำนวนไม่มาก รวมทั้งบัตรเข้าโซนกิจกรรมหรือบัตรแอดมิชชั่น ได้ที่เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา และ www.allticket.com บัตรราคา 200 บาทต่อวัน สำหรับผู้ที่มีบัตรเข้าชมโมโตจีพีทุกประเภท สามารถเข้าร่วมสนุกในลานกิจกรรมได้ฟรี