"เอเชียน เลอ มังส์" ซิ่งวันแรก โปรตุเกสคว้าโพลดวลโหด 4 ชม. 12 ม.ค.นี้

แฟนความเร็วชาวไทย ตื่นตาตื่นใจต้อนรับศักราชใหม่ ด้วยศึกมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกรายการ เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ 2018-19 สนาม 3 ล่าสุดดวลความเร็วรอบควอลิฟายกระหึ่ม สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยโพลโพซิชั่นเป็นของ "อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง" ยอดทีมแข่งจากโปรตุเกส ที่ขับโดย "แฮร์ริสัน นิวอี้" ยอดนักขับอังกฤษ ต้องวัดแชมป์กับ "ยูไนเต็ด ออโต้สปอร์ต" ทีมแข่งอเมริกันที่มีอดีตนักขับเอฟวัน "พอล ดิ เรสตา" เป็นตัวชูโรง ก่อนดวลความโหดแบบ 4 ชั่วโมงเต็ม 12 ม.ค.นี้ ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ...

การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบมาราธอนชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ 2018-19 เตรียมดวลความมันสนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 11-12 มกราคม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นับเป็นปีที่ 4 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย และจัดตรงกับวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นอีกครั้งที่ฝ่ายจัดการแข่งขันเปิดโอกาสให้เยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี เข้าชมฟรี เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่างใกล้ชิด

สำหรับวันนี้ เป็นการแข่งขันรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ทก่อนดวลความเร็ว 4 ชั่วโมงเต็มในวันเสาร์ โดยที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เต็มไปด้วยความคึกคักของทีมงานจากยอดทีมแข่งชั้นนำของเอเชียและยุโรป ที่เตรียมพร้อมลงฟาดฟันในสุดสัปดาห์นี้ของ เอเชียน เลอ มังส์ สนามที่ 3 รวมถึงการแข่งขันซัพพอร์ตเรซอย่าง เอเชียน วินเทอร์ ซีรีส์ ซึ่งเป็นการแข่งฟอร์มูล่า 3 และศึกท็อปสปีด กับรถแข่งระดับตำนาน โดยในการจับเวลารอบควอลิฟาย ของ เอเชียน เลอ มังส์ แบ่งรถแข่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ แอลเอ็มพีทู (LMP2) และ แอลเอ็มพีทรี (LMP3) ลงจับเวลาด้วยกัน ส่วนอีกกลุ่มเป็นรถแข่งในคลาส จีที เพื่อจัดอันดับสตาร์ทของแต่ละกลุ่ม 

ผลปรากฏว่า ในคลาสสูงสุด แอลเอ็มพีทู ตำแหน่งโพลโพซิชั่นตกเป็นของยอดทีมแข่งสัญชาติโปรตุเกสอย่าง อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง ภายใต้รถแข่ง ลิเจียร์ พีทู จัดด์ หมายเลข 24 ที่ขับโดย แฮร์ริสัน นิวอี้ นักขับจากสหราชอาณาจักร กดเวลาต่อรอบ 1 นาที 25.571 วินาที โดยในการแข่งขัน 4 ชั่วโมง นิวอี้จะลงทำหน้าที่ร่วมกับทีมเมทอย่าง อันเดรีย พิซซิโตลา นักขับฝรั่งเศส ส่วนกริดที่ 2 ในคลาสแอลเอ็มพีทู เป็นของจ่าฝูงบนตารางแชมเปียนชิพอย่าง ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต ทีมแข่งอเมริกันภายใต้รถแข่ง ลิเจียร์ พีทู นินสัน หมายเลข 22 ที่ลงควอลิฟายโดย ฟิลลิป แฮนสัน นักขับอังกฤษ ทำเวลาต่อรอบ 1 นาที 25.956 วินาที ตามหลังหัวแถวเพียง 0.385 วินาที โดย แฮนสัน และอดีตนักขับรถสูตรหนึ่งอย่าง พอล ดิ เรซตา จะลงล่าแต้มด้วยกันในวันเสาร์นี้ เพื่อโอกาสในการลุ้นแชมป์ประจำปีในเมืองไทย

ด้านกริดที่ 3 ในคลาสแอลเอ็มพีทู เป็นของ อาร์อาร์ซี บราติสลาวา ทีมแข่งจากสโลวาเกีย หมายเลข 4 ที่ขับโดย ดาร์เรน เบิร์ก นักขับอังกฤษ ตามหลังหัวแถวเพียง 0.540 วินาที ส่วนกริดสตาร์ทลำดับแรกในคลาสแอลเอ็มพีทรี เป็นของรถแข่งหมายเลข 2 จากทีมยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต ที่ขับโดย เวย์น บอยด์ นักขับอังกฤษ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.508 วินาที โดยจะจับคู่กับ แกเรตต์ กริสต์ นักขับแคนาเดียน และ คริส บันคอมบ์ ทีมเมทชาวอังกฤษ ในรอบชิงชนะเลิศ ส่วนกริดที่ 2 เป็นของรถแข่งหมายเลข 65 จาก ไวเปอร์ ไนซา เรซซิ่ง ทีมแข่งจากมาเลเซียที่ขับโดย ไนเจล มัวร์ นักขับอังกฤษ และ ดักลาส คู ตามหลังเพียง 0.098 วินาทีเท่านั้น ด้านกริดที่ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 13 จากทีม อินเตอร์ ยูโรโปล คอมเพติชั่น จากโปแลนด์ ขับโดยนักขับโปลอย่าง จาคุบ ชมิคอฟสกี้ ด้วยเวลาตามหลัง 0.397 วินาที 

ขณะที่กริดสตาร์ทในคลาสจีที ปรากฏว่า ตำแหน่งโพลโพซิชั่นตกเป็นของรถแข่งเฟอร์รารี 488 จีที3 หมายเลข 51 จากทีมสปิริต ออฟ เรซ ทีมแข่งสัญชาติสวิส ที่ขับโดย อเลสซานโดร ปิแอร์ กูดี นักขับอิตาเลียน และ ออสวัลโด เนกรี จูเนียร์ ทีมเมทชาวอเมริกัน รวมถึง ฟรานเชสโก ปิโอวาเน็ตติ นักขับโปรตุเกส ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 32.617 วินาที เฉือนกริดที่ 2 อย่าง เฟอร์รารี 488 จีที3 หมายเลข 11 จาก คาร์ กาย ทีมแข่งญี่ปุ่นที่ขับโดย เจมส์ คาลาโด้ นักขับอังกฤษ, ทาเคชิ คิมูระ และ เคอิ คอซโซลิโน สองนักขับญี่ปุ่นเพียง 0.043 วินาที เท่านั้นส่วนกริดที่ 3 เป็นของรถแข่งอาวดี้ อาร์8 แอลเอ็มเอส หมายเลข 88 จาก เทียนฉี เรซซิ่ง ทีม จากจีน ที่ขับโดย ฌอง คาร์ล เวอร์เนย์ นักขับฝรั่งเศส ตามหลัง 0.561 วินาที 

ทั้งนี้ สถานการณ์ลุ้นแชมป์ล่าสุดก่อนดวลสนาม 3 ในเมืองไทยนั้น จ่าฝูงในคลาสแอลเอ็มพีทู เป็นของ ยูไนเต็ด ออโตสปอร์ต หมายเลข 22 ที่ขับโดย ฟิลิป แฮนสัน นักขับอังกฤษ และ พอล ดิ เรสตา อดีตนักขับฟอร์มูลาวันชาวอังกฤษ ที่รั้งหัวแถวโดยมีทั้งสิ้น 37 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่างทีมสปิริต ออฟ เรซ หมายเลข 8 ที่ขับโดย อเล็กซานเดอร์ เวสต์ นักขับอังกฤษ, โคม เลโดกา นักขับฝรั่งเศส และทีมเมทชาวบราซิเลียนอย่าง ปีโป เดรานี ตามหลัง 3 คะแนน

สำหรับศึก "เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์" เป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบมาราธอนชิงแชมป์เอเชีย จะดวลความเร็วความโหดรอบชิงชนะเลิศ วันเสาร์ที่ 12 มกราคม แบบต่อเนื่อง 4 ชั่วโมงเต็ม ในระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร ของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์