"โค้ชอ๊อด" ชี้โอกาสตบสาวไทยไปโอลิมปิกครั้งแรก เปิด 4 คู่แข่งแย่งตั๋ว

"โค้ชอ๊อด" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร อดีตผู้ฝึกสอนทัพลูกยางสาวทีมชาติไทย มั่นใจทีมชาติไทยชุดนี้จะผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ โตเกียว ปี 2020...

วันที่ 11 ก.พ. "โค้ชอ๊อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร อดีตผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย มั่นใจว่าทัพลูกยางสาวไทยจะมีโอกาสผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ทัพลูกยางสาวไทยจะมีโอกาสคัดเลือกไปเล่นโอลิมปิกเกมรอบสุดท้ายครั้งแรกคือการแข่งชิงแชมป์โลกที่จะต้องอยู่ร่วมสายกับ เซอร์เบีย อันดับ 1 ของโลก, เปอร์โตริโก และ โปแลนด์ เจ้าภาพ ส่วนครั้งที่สองคือคัดโอลิมปิกของทวีปเอเชียซึ่ง โค้ชอ๊อด เปิดเผยชื่อ 4 คู่แข่งสำคัญในการคัดเลือกไปโอลิมปิกของทวีปนั่นก็คือ เกาหลีใต้, ไต้หวัน, อินโดนีเซีย และ คาซัคสถาน

“โอลิมปิก เป็นเป้าหมายเป็นความหวัง เป็นความฝันของทีมของเรา โดยเฉพาะทีมหญิง เป็นความฝันของสมาคมและครอบครัววอลเลย์บอลทุกๆคน พวกเราพยายามทำงานอย่างหนักต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 20 ปีเพื่อที่จะไปสัมผัสเวทีนี้ เพราะโอลิมปิกมันเหมือนการพัฒนาในทุกๆด้านทั้งการบริการจัดการ การบริหารบุคลากร สิ่งต่างๆเหล่านี้มันจะทำให้แรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป

“ดังนั้นการไปโอลิมปิกถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญของเรา ในปีนี้เรามีการคัดเลือกรอบชิงแชมป์โลก เราจะต้องแข่งขันกับเต็ง 1 เซอร์เบีย, โปแลนด์ และ เปอร์โตริโก เดือนสิงหาคมเจองานหนักแน่ แต่ถ้าเรามีโอกาสที่ดี ตัวผู้เล่นสมบูรณ์อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะเซอร์เบียไม่ใช่เป็นทีมที่เราแพ้มาตลอดเราก็เคยชนะเขามาแล้ว แต่เราจะไปเล่นในประเทศเป็นกลาง ประเทศโปแลนด์ ซึ่งเราจะต้องเตรียมนักกีฬาให้ดีที่สุด เพราะว่าก่อนการแข่งขันคัดเลือกระดับโลก จะมี NVL เข้ามาขั้นก่อน เราต้องตรวจสอบความพร้อมของนักกีฬาและตรวจความพร้อมให้ดีที่สุดถ้าโชคดีเราผ่านรอบนั้น เราก็ถือว่าสำเร็จแล้ว

“แต่ถ้าเราไม่ผ่านเราก็มีโอกาสอีกครั้งในเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งเรามีเวลาเตรียมพร้อม 6 เดือน ซึ่งใน 6 เดือนนี้เราจะมีทัวร์นาเมนต์บางทัวร์นาเมนต์มาขั้นรายการเช่น ชิงแชมป์เอเชีย, ซีเกมส์ เราก็ต้องเตรียมบุคลากรของเราให้พร้อมสำหรับรอบทวีป ซึ่งรอบทวีปคู่แข่งสำคัญก็คงเป็นเกาหลี, คาซัคสถาน, อินโดนีเซีย หรือ ไต้หวัน ทีมพวกนี้สู้เราเต็มที่ รวมถึงโค้ชเกาหลีที่พยายามสรรหาโค้ชคนใหม่เตรียมทีมที่จะเอาชนะไทยให้ได้ แต่สุดท้ายเราต้องมีนักกีฬาที่สมบูรณ์ที่สุดในรอบคัดเลือกเอเชีย และผมเชื่อมั่นว่า ความมุ่งมั่นความตั้งใจของคณะกรรมการบริหารก็ดี สตาฟฟ์โค้ชและนักกีฬา ผมเชื่อมั่นว่าปีนี้เราจะไปสัมผัสโอลิมปิกที่ญี่ปุ่นได้”