การก่อตัวของดวงดาวที่ใจกลางกาแล็กซี

ภาพ : Susan Stolovy (SSC/Caltech) et al., NASA SPitzer/IRAC

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าดวงดาวก่อตัวขึ้น จากก๊าซและฝุ่นละอองในเมฆโมเลกุลผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน เมฆเหล่านี้ทำให้เกิดวิวัฒนาการของประชากรดาวฤกษ์ในจักรวาล แต่ปัจจุบันยังมีความเข้าใจเพียงบางส่วนเท่านั้น นักดาราศาสตร์จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด-สมิทโซเนียน (CfA) ในสหรัฐอเมริกาที่ศึกษาการก่อตัวของดาวฤกษ์ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้มุ่งเน้นวิจัยตรงบริเวณที่มีการก่อตัวดาวฤกษ์ เช่น จานฝุ่นของทางช้างเผือก หรือกาแล็กซีเมฆแมกเจลแลน

และจากข้อมูลใหม่ของโปรแกรม Galactic plane surveys ได้เผยถึงช่วงความยาวคลื่นที่หลากหลายโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ Submillimeter Array ประกอบด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เมตร จำนวน 8 ตัว จัดเรียงกันเป็นเครื่องวัดความยาวคลื่น ร่วมกับกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาดยักษ์อัลมา (ALMA) ซึ่งช่วยให้สามารถศึกษาวิวัฒนาการของเมฆและการก่อตัวดาวใน Central Molecular Zone (CMZ) หรือใจกลางกาแล็กซีที่ห่าง 1,500 ปีแสง

จากการจำลองทางคอมพิวเตอร์ถึงเมฆโมเลกุลใหญ่ในสภาพแวดล้อม CMZ เพื่อใช้อธิบายลักษณะทางสัณฐานวิทยาและวิวัฒนาการเคลื่อนไหวในขณะที่โคจรรอบใจกลางกาแล็กซี โดยการคำนวณเหล่านี้เป็นครั้งแรกที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะในการสร้างแบบจำลองเมฆที่ออกแบบมาเพื่อเปรียบเทียบกับข้อสังเกตล่าสุด.