ผู้นำมาลาวีนำ ครม.ลดเงินเดือนตัวเอง 10% สมทบทุนสู้ไวรัสโควิด-19

เมื่อ 4 เม.ย. ประธานาธิบดีปีเตอร์ มูธาริกาของมาลาวี ประเทศเล็กๆ และยากจนในทวีปแอฟริกา พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะหักเงินเดือนตัวเองลงคนละ 10% แต่ข่าวไม่ระบุตัวเลขแน่ชัด เพื่อนำไปสมทบเป็นงบประมาณต่อสู้การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีผู้ติดเชื้อในมาลาวีแล้ว 4 คน ผู้นำมาลาวียังประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด เพื่อช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) รวมทั้งการพักชำระภาษี ลดราคาน้ำมันและเพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์

นายมูธาริกายังสั่งให้ตลาดบุหรี่เปิดได้เพื่อช่วย ภาคเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ อีกทั้งบุหรี่เป็นที่มาหลักของสกุลเงินต่างประเทศเข้ามาลาวี นอกเหนือจากให้คุมเข้มผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้และให้ลงโทษผู้ค้ากำไรจากความเดือดร้อนของชาวมาลาวี ซึ่งติดกลุ่มประเทศยากจนที่สุดในโลก ประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด 17 ล้านคน ดำรงชีพในระดับต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนสากล หรือต่ำกว่าวันละ 1.25 ดอลลาร์ (ประมาณ 41 บาท)

วันเดียวกัน เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรรวมทั้ง “ไชด์ โพเวอร์ตี แอ็คชั่น กรู๊ป ยูเค” เผยว่า การระบาดใหญ่ (pandemic) ของไวรัสโควิด-19 กำลังทำให้ปัญหาความยากจนในอังกฤษขยายวงกว้างมากขึ้นจากเดิมเป็นปัญหาหนักที่น่าเป็นห่วงอยู่แล้วจากมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลอันเป็นผลจากวิกฤติการเงินโลก

ขณะที่ข้อมูลของรัฐบาล พบว่า ประชาชนมากกว่า 14 ล้านคนในอังกฤษ หรือเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มคนยากจน ส่วนเด็กประมาณ 4.2 ล้านคน หรือประมาณ 30% ของเด็กทั่วอังกฤษ เป็นเด็กยากจน สถานการณ์ดังกล่าวจะยิ่งเลวร้ายลงเมื่อชาวอังกฤษต้องตกงานหมู่พร้อมกันจากมาตรการล็อกดาวน์ เข้มงวดการเดินทางของรัฐบาลเพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในอังกฤษ

“กลุ่มคนที่เสี่ยงเผชิญความยากจนมากเป็นพิเศษคือแรงงานในภาคอย่างเช่น ภาคบริการและต้อนรับรวมทั้งค้าปลีกที่รายได้ต่ำและงานไม่มั่นคง” นายเดฟ อินน์ส หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจแห่งองค์กรเพื่อความเปลี่ยนแปลงทางสังคม “โจเซฟ ราวน์ทรี ฟาวเดชั่น” กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการช่วยเหลือสังคมในอังกฤษอย่าง ธนาคารอาหาร (foodbanks) ที่ช่วยเหลือด้านอาหารกับผู้ด้อยโอกาสรวมทั้งคนไร้บ้าน ประสบปัญหาผู้บริจาคน้อยลงจากผลของการระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย.