สรุปร้าวลึกเจ้าชายแฮร์รี่ ฟางเส้นสุดท้าย สะใภ้เรื่องเยอะ ทะเลาะพ่อ ยืมเทียร่า (2)

กระหึ่มวงเม้าท์ เขย่าวงในไปกับเรื่องราวของเจ้าชายสุดป๊อปปูล่า และพระราชาคนดัง เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุคแห่งซัสเซกซ์ และพระชายา เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ที่ประกาศกร้าวขอถอยห่าง พร้อมลดบทบาทจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งทำเอาวงการขาเม้าท์ส่ันสะเทือน ส่วนสมาชิกเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงต่างทรงกริ้ว และเสียพระทัยกันเป็นการใหญ่

โดยก่อนหน้านี้ ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ได้ไล่เรียงปฐมบทแห่งรอยร้าวภายในราชวงศ์อังกฤษไปแล้วในรายงานพิเศษ “สรุปรอยร้าว ราชวงศ์อังกฤษ จากวันสุข พี่น้องแตก สะใภ้เขม่น สู่ประกาศช็อกโลก (1)” และเรื่องราวต่อจากนี้ คือ ภาคต่อของความไม่ลงรอยทั้งหมดทั้งมวล และหญิงสาวที่เข้ามามีบทบาทสำคัญกับมหากาพย์เรื่องยาวนี้

หมายเหตุ : ตอนที่ 1 คือ เรื่องราวนับจากวันที่ เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน พระชายาในเจ้าชายแฮร์รี่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการใช้เงินภาษีของประชาชน กระทั่งมาถึงจุดที่รอยร้าวได้ก่อตัวขึ้นในความสัมพันธ์ของพี่น้องที่รักกันมากที่สุด (อ่านตอนแรก คลิกที่นี่)

  • ข่าวในทางลบยังคงโหมกระหน่ำ ทวีความรุนแรงต่อเมแกนไม่หยุดหย่อน 9 มี.ค.62 สื่ออังกฤษ ระบุว่า เมแกน กำลังจะเสีย เอมี่ พิคเคริลล์ ผู้ช่วยส่วนตัวคนเก่ง (ผู้ช่วยออกเป็นคนที่ 3) ไปอีกครั้ง หลังจากที่ผู้ช่วยของเธอเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงไม่กี่เดือน
  • 26 มี.ค.62 เว็บไซต์ metro สื่ออังกฤษรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวังว่า ข้าราชบริพารในวังบางคน ตั้งฉายาให้กับเมแกนว่า “ดัชเชสเรื่องเยอะ” เนื่องจากเธอมีนิสัยชอบเรียกร้อง ต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ข้าราชบริพารบางคนในวังเคนซิงตันที่ไม่ชอบเธอ ยังเรียกเธอว่า "Me-Gain" (ฉัน-กำไร) โดยล้อกับชื่อจริงของเมแกน ที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Meghan

  • 31 มี.ค.62 สื่ออังกฤษอย่างเดลี่เมล และมิร์เรอร์ ยังรายงานอีกว่า เมแกน ต้องการยืมเทียร่าจากสำนักงานเก็บเครื่องประดับของราชวงศ์อังกฤษ เพื่อนำไปใส่ในงานเลี้ยง แต่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เตือน เมแกน (ลูกสะใภ้) ว่า "การทำเช่นนี้อาจทำให้ถูกมองว่าหรูหราฟุ่มเฟือยเกินไป"
  • สื่ออังกฤษอย่างเดอะซัน ออกมารายงานในทิศทางเดียวกันว่า ควีนเอลิซาเบธที่ 2 มีรับสั่งห้ามไม่ให้เมแกนสวมใส่เครื่องประดับที่เจ้าหญิงไดอานาเคยสวมใส่ออกงาน รวมทั้งยังห้ามไม่ให้เมแกนยืมเครื่องประดับอัญมณีจากงานสะสมศิลปะหลวงของราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งเหตุนี้ทำให้ราชวงศ์เกิดความตึงเครียด เพราะก่อนหน้านี้ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 เคยให้เจ้าหญิงเคทยืมเครื่องประดับของเจ้าหญิงไดอานามาสวมใส่ออกงาน

  • 29 มี.ค.62 เพียร์ส มอร์แกน พิธีกรดังอังกฤษ (อดีต) เพื่อนของเมแกน แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาในรายการทีวีว่า ในช่วงที่เป็นเพื่อนกัน เมแกนใช้คนรอบข้างเป็นหนทางไปสู่เป้าหมายที่เธอฝัน นั่นก็คือ การได้แต่งงานและเข้ามาเป็นสมาชิกในราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า “เธอเป็นนักไต่เต้าทางสังคมที่สร้างภาพ”

  • 8 พ.ค.62 เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ทรงนำพระโอรสออกมาให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพเป็นครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้แถลงการณ์ว่า ขอความเป็นส่วนตัว และไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการให้กำเนิดทายาท ซึ่งถือว่า เป็นการแหวกขนบธรรมเนียมของสมาชิกราชวงศ์อังกฤษที่ได้ปฏิบัติกันมาโดยตลอด 40 ปี
  • ไม่กี่วันหลังจากนั้น สื่ออังกฤษ เผยแพร่ข้อมูลออกมาว่า เมแกน สั่งปลดพี่เลี้ยงของพระโอรสถึง 3 คน ในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน จนทำให้เมแกน ได้รับฉายาจากคนที่ทำงานให้เธอว่า Duchess Difficult (ดัชเชสเรื่องเยอะ)

  • 25 มิ.ย. 62 สื่ออังกฤษ ประโคมข่าวว่า เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ใช้ภาษีประชาชน 2.4 ล้านปอนด์ (คิดเป็นเงินไทย 93.8 ล้านบาท) เพื่อซ่อมแซมพระตำหนัก อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และพระชายา ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนอย่างหนัก
    หมายเหตุ : งบประมาณส่วนหนึ่งเป็นเงินผลกำไรจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และมีอีกส่วนที่เป็นเงินภาษีประชาชน

  • 6 ส.ค.62 สื่อในอังกฤษ รายงานว่า เมแกน ประกาศขายบ้าน ขนาด 4 ห้องนอนของเธอ ในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ แล้ว ด้วยสนนราคา 1.8 ล้านดอลลาร์ หรือราว 55.38 ล้านบาท ซึ่งบ้านหลังนี้ เมแกน เคยอยู่กับโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ อดีตสามีคนแรกที่เมแกนแต่งงานด้วย ในช่วงปี 2554-2556
  • 1 ก.ย.62 โทมัส มาร์เคิล พ่อของเมแกน ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดลี่เมล ของอังกฤษว่า ตั้งแต่เมแกนแต่งงานกับเจ้าชายแฮร์รี่ในปี 2561 ตนก็ไม่ได้รับการติดต่อจากลูกสาวอีกเลย ตนพยายามปรองดองแต่ก็ไร้ผล เคยส่งการ์ดอวยพรถึงลูกสาวผ่านท่ีปรึกษาทางการเงินของเธอ แต่ก็หายเงียบ ไม่รู้ว่าเธอได้รับหรือไม่ เท่าท่ีผ่านมาตนนิ่งเงียบไม่พูดอะไร เพราะรู้ว่าเมแกนทรงพระครรภ์ แต่หลังจากที่เธอมีพระประสูติกาลเจ้าชายอาร์ชี เมแกนและทีมประชาสัมพันธ์ของเธอก็ยังพยายามตัดตนเองออกจากชีวิต และทำให้ตนดูเลวร้ายปานภูติผีปิศาจ
  • ส่วนประเด็นที่ เมแกน บอกว่า ต้องใช้เงินของตัวเองในการเรียนมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ นั้น พ่อของเมแกน ยืนยันว่า เธอโกหก เรื่องนี้ทำให้ตนเสียใจมาก เพราะจริงๆ แล้ว เงินค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยของเมแกน ตนเป็นผู้จ่ายให้ทั้งหมด และตนมีรายงานการเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคารเป็นข้อพิสูจน์

  • 3 ก.ย.62 เมแกน โดนสื่อโจมตีอย่างหนัก หลังจากที่เธอและเจ้าชายแฮร์รี่ได้เดินทางโดยเครื่องบินเล็กแบบส่วนตัวถึง 4 เที่ยว ไปพักผ่อนที่เกาะอิบิซา และเมืองนีซ ของฝรั่งเศส ในช่วงเวลาแค่ 11 วัน จนทำให้เมแกน ต้องตัดสินใจจ้าง บริษัท PR ประชาสัมพันธ์ชื่อดังในสหรัฐฯ กู้ภาพลักษณ์ของเธออย่างเร่งด่วน
  • เรื่องนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักพระราชวังอังกฤษรู้สึกช็อก เพราะถือว่า เป็นการฉีกธรรมเนียมราชวงศ์ โดยเดลี่เมลยังชี้ว่า บริษัท ซันไชน์ แซคส์ ถูกกล่าวหามาอย่างต่อเนื่องว่าได้ใช้ “ศาสตร์มืด” ในการปรับปรุงชื่อเสียงของบรรดาคนดังที่ถูกสังคมโจมตี

  • 6 ก.ย.62 เมแกน เดินทางโดยสารสายการบินพาณิชย์ ไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเชียร์เพื่อนสนิท เซเรนา วิลเลียมส์ นักเทนนิสหญิงชื่อดัง ซึ่งการแข่งขันนัดนี้ เซเรนา พ่ายแพ้ให้กับนักเทนนิสคู่แข่งที่วัยเพียง 19 ปี ไปถึง 2 เซตรวด ทำเอาบรรดาแฟนๆ ของเซเรนา กล่าวโทษว่า เมแกน เป็นเสมือนเครื่องรางร้าย ที่นำความพ่ายแพ้มาสู่เซเรนา
  • ที่ผ่านมา เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ไม่เคยออกมาตอบโต้ (อย่างเป็นทางการ) กับข่าวเม้าท์มอยต่างๆ แต่อย่างใด จนกระทั่งจุดสิ้นสุดทางอารมณ์ของทั้งคู่ได้มาถึง หลังจากหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ “เมล ออน ซันเดย์” นำจดหมายส่วนตัวที่เมแกนส่งให้คุณพ่อออกมาเผยแพร่ โดยเนื้อหาของจดหมายนั้น เมแกนต่อว่า และตำหนิคุณพ่อของเธอ เหตุที่คุณพ่อไปวิจารณ์ความสัมพันธ์ของเธอกับเจ้าชายแฮร์รี่

  • เจ้าชายแฮร์รี่ สุดจะทน ออกแถลงการณ์ตำหนิ หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์เมล ออน ซันเดย์ ที่เอาชีวิตส่วนตัวของเมแกนมาเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน พร้อมระบุว่า “ข้าพเจ้าได้สูญเสียมารดา และขณะนี้ กำลังดูภรรยาของตัวเอง ตกเป็นเหยื่อของอิทธิพลจากสื่อ ในลักษณะเดียวกัน”
  • ด้าน เมแกน ก็เดินเรื่องฟ้องร้องหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์เมล ออน ซันเดย์ ที่เผยแพร่เรื่องส่วนตัวของเธอต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

  • หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์เมล ออน ซันเดย์ ไม่ได้กริ่งเกรงแต่อย่างใด พร้อมออกมายืนยันว่า จดหมายทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ไม่ได้มีการตัดต่อแต่งเติม และด้วยสิทธิเสรีภาพของสื่อ ย่อมนำเสนอได้อย่างแน่นอน

  • 21 ต.ค.62 เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน เปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อในรายการทีวีว่า ตนเองมีปัญหาขัดแย้งกับเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา และตอนนี้ทรงเดินบนเส้นทางที่ต่างกัน ส่วนเมแกน ได้เผยว่า เพื่อนหลายๆ คนของเธอในอังกฤษแนะนำว่าไม่ควรแต่งงานกับเจ้าชายแฮร์รี่ เพราะจะถูกสื่อในอังกฤษทำลายชีวิตได้
  • ก่อนหน้านี้ เจ้าชายวิลเลี่ยม และเจ้าชายแฮร์รี่ มีมูลธินิการกุศลที่ทำร่วมกัน โดยมีชื่อว่า “Royal Foundation of Duke and Duchess of Cambridge & Sussex” แต่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ถอนชื่อออกจากมูลนิธิอย่างเป็นทางการ และมาเปิดมูลนิธิการกุศลของตัวเอง ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่า ทั้งคู่กำลังต่อสู้กันเอง ทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตส่วนตัว และฝีมือการทำงานอย่างมืออาชีพ

  • 8 ม.ค. 63 เจ้าชายแฮร์รี่ กับพระชายา เมแกน ประกาศถอยออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ “ระดับสูง” และจะหางานทำเพื่อใช้เงินตัวเอง

  • เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ไม่ได้กราบทูลให้ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงทราบถึงการตัดสินใจครั้งนี้มาก่อน อีกทั้งยังไม่ได้มีการปรึกษาหารือกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดา รวมทั้งเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา แต่อย่างใด
  • เดลี่ เมล อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในราชวงศ์อังกฤษ โดยระบุว่า เหตุนี้ทำให้บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงผิดหวังอย่างยิ่ง และที่น่าเจ็บใจคือ ที่ผ่านมาทุกคนในวินด์เซอร์ยอมประนีประนอมให้กับข้อเรียกร้องที่ไม่หยุดหย่อนของทั้งคู่มาตลอด

  • แหล่งข่าวของเดลี่ เมล วิเคราะห์ว่า การใช้คำว่า “step back” แทนที่จะประกาศสละฐานันดรศักดิ์ไปเลย บ่งชี้ว่าทั้งคู่ยังอยากได้ใคร่ดีกับอภิสิทธิ์ต่างๆ ในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์ โดยสิ่งที่จะสูญเสียแน่ๆ เพื่อแลกกับอิสรภาพคือ เงินอุดหนุนประจำปีของพระราชวงศ์ที่ได้จากรัฐบาล

  • นักวิเคราะห์สายวังคาดการณ์ว่า ประโยชน์ที่เจ้าชายแฮร์รี่ จะได้จากความบ้าบิ่นครั้งนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะนอกจากจะได้อิสรภาพเต็มร้อยในการทำมาหากินอย่างที่หวังไว้ และได้ลดความรับผิดชอบในการแบ่งเบาพระกรณียกิจแล้ว
  • ส่วนอภิสิทธิ์ต่างๆ ในฐานะพระราชวงศ์ก็ยังคงอยู่ครบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ว่าจะเป็นความเป็นเจ้าของพระตำหนักต่างๆ, การอารักขาความปลอดภัยแบบเต็มขั้น, เงินเดือนข้าราชบริพาร, ค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวัน ตลอดจนเงินอุดหนุนที่เคยได้ปีละหลายล้านจาก “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งปีถึง 95% อันเป็นสิทธิ์โดยกำเนิดที่ลูกหลานของรัชทายาทอันดับหนึ่งพึงได้รับ

  • 12 ม.ค.63 ซันเดย์ไทมส์ สื่ออังกฤษรายงานว่า เจ้าชายวิลเลียมกล่าวถึงความเสียใจของตนเองต่อความสัมพันธ์กับพระอนุชา โดยบอกกับสหายคนหนึ่งว่า “ฉันได้โอบกอดน้องชายคนนี้มาตลอดชีวิต ตอนนี้ฉันทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว เราแยกจากกัน สิ่งที่เราและฉันทำได้ก็คือพยายามและสนับสนุนพวกเขา โดยหวังว่าเวลาจะทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้ง”
  • ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ มีพระราชกระแสรับสั่งให้ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี่ เสด็จมาร่วมหารือกันโดยด่วน ที่พระตำหนักซานดริงแฮม ในมณฑลนอร์ฟอล์ก ในวันที่ 13 ม.ค.

  • ในแถลงการณ์หลังการประชุม ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงย้ำว่า พระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงต่างต้องการให้เจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ปฏิบัติพระกรณียกิจเต็มเวลาในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์ตามเดิม แต่พระองค์ก็เคารพและเข้าใจในความปรารถนาของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน ที่อยากใช้ชีวิตที่มีอิสระมากขึ้น

  • ขณะที่ รายได้และการปฏิบัติพระกรณียกิจของทั้งคู่ ในเว็บไซต์ทางการของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ระบุว่า ทั้งคู่จะหยุดรับเงินปีส่วนพระมหากษัตริย์ ที่มีสัดส่วน 5% จากรายได้ทั้งหมด แต่สำหรับค่ารักษาความปลอดภัย สำนักงานตำรวจนครบาลลอนดอนเป็นผู้รับผิดชอบโดยใช้เงินภาษีของประชาชน

หากมีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป.


หมายเหตุ : ลำดับการสืบราชบัลลังก์
1. เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ ปัจจุบัน อายุ 71 ปี
2. เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ ปัจจุบัน อายุ 37 ปี
3. เจ้าชายจอร์จ แห่งเคมบริดจ์ ปัจจุบัน อายุ 6 ปี
4. เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ แห่งเคมบริดจ์ ปัจจุบัน อายุ 4 ปี
5. เจ้าชายหลุยส์ แห่งเคมบริดจ์ ปัจจุบันอายุ 1 ปี
6. เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุคแห่งซัสเซกซ์ ปัจจุบันอายุ 35 ปี
7. อาร์ชี แฮร์ริสัน เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอ ปัจจุบันอายุ 8 เดือน