เปโลซีไฟเขียวลุยถอดถอน-ทรัมป์แขวะให้ไวๆ

เมื่อ 5 ธ.ค. นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนฯสหรัฐฯ ประกาศเดินหน้ากระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอน (impeachment) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกจากตำแหน่ง ในข้อกล่าวหาใช้อำนาจโดยมิชอบกรณียกความช่วยเหลือทางการทหารเป็นเงื่อนไขกดดันรัฐบาลยูเครนสอบสวนข้อกล่าวหาคอร์รัปชันนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี และนายฮันเตอร์ ลูกชาย อดีตซีอีโอบริษัทด้านพลังงานของยูเครน นางแนนซีระบุด้วยว่ามีประชาธิปไตยเป็นเดิมพัน ประธานาธิบดีทำให้พวกเราไม่มีทางเลือกนอกจากเดินหน้ากระบวนการอิมพีชเมนต์และว่าได้ร้องขอให้กรรมาธิการยุติธรรมสภาผู้แทนฯเร่งร่างญัตติกระบวนการถอดถอนทรัมป์โดยเร็วเพื่อให้สภาผู้แทนฯพิจารณาลงมติ

“ข้อเท็จจริงที่พบไม่สามารถโต้แย้งได้ ประธานาธิบดีใช้อำนาจโดยมิชอบ ยกเอาผลประโยชน์ทางการเมืองส่วนตัวแลกความมั่นคงของชาติ ใช้ความช่วยเหลือทางการทหารและการประชุมที่ห้องทำงานรูปไข่ทำเนียบขาวแลกกับการประกาศการสอบสวนคู่แข่งทางการเมือง” นางแนนซีกล่าวเสริม

ขณะที่กลุ่มข้อกล่าวหาอิมพีชเมนต์อย่างเป็นทางการที่คาดว่ากรรมาธิการยุติธรรมจะร่างขึ้นเล่นงานทรัมป์นั้น มีทั้งใช้อำนาจโดยมิชอบ ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมและหมิ่นประมาทสภาคองเกรส ส่วนการลงมติอิมพีชเมนต์ในสภาผู้แทนฯอาจมีขึ้นก่อนปลายปีนี้ และการไต่สวนในวุฒิสภาอาจเริ่มได้เร็วที่สุดน่าจะเป็น ม.ค.ปีหน้า ระหว่างแถลงข่าวถัดมา นางแนนซีถึงกับโกรธจัดใช้นิ้วชี้ไปที่นักข่าวคนหนึ่งที่ถามว่า เกลียดทรัมป์เป็นการส่วนตัวหรือไม่ ก่อนตอบอย่างโมโหว่าไม่เคยเกลียดใคร ถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวคาทอลิก อย่ามายั่วโมโหด้วยคำทำนองนี้

นายทรัมป์ทวีตข้อความก่อนหน้านั้นว่า ถ้าคิดจะถอดถอนเขาให้ทำเลยตอนนี้ อย่าได้ช้า เพื่อว่าจะมีการไต่สวนที่ยุติธรรมในวุฒิสภา มั่นใจจะชนะ ส่วนสเตฟานี กริสแฮม เลขานุการด้านสื่อของทำเนียบขาว แถลงตอบโต้ทันทีหลังการแถลงของนางแนนซีระบุว่าเดโมแครตควรละอายใจพวกเราเฝ้ารอการไต่สวนที่ยุติธรรมในวุฒิสภาตามประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2 คนถูกเข้าสู่กระบวนการอิมพีชเมนต์ คือ บิล คลินตัน และแอนดรูว์ จอห์นสัน แต่ไม่มีใครถูกชี้มูลความผิด ขณะที่อดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ลาออกก่อนถูกถอดถอนจากเรื่องอื้อฉาวคดีวอเตอร์เกต ลอบดักฟังฝ่ายตรงข้าม.