WHO ชี้ต้านวัคซีนทำโรคหัดลาม

องค์การอนามัยโลก (WHO) และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แถลงเมื่อ 5 ธ.ค.ว่าในรอบปี 2561 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดทั่วโลกมากกว่า 142,300 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยต่ำกว่า 5 ขวบ ตัวเลขผู้ป่วยรวมมี 9.7 ล้านคน เพราะเกิดภาวะชะงักงันของการให้วัคซีนป้องกันโรคหัดทั่วโลกมานานเกือบทศวรรษ ข้อมูลดังกล่าว พบว่ากลุ่มประเทศยากจนมีผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโรคหัดมากที่สุดซึ่งมี 5 ประเทศ คือ คองโก ไลบีเรีย มาดากัสการ์ โซมาเลียและยูเครน ขณะที่ประเทศหมู่เกาะซามัวต้องเร่งให้วัคซีนหมู่เพื่อคุมการระบาดที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว 62 คน

กลุ่มประเทศร่ำรวยเผชิญปัญหาการระบาดของโรคหัดไม่น้อยเช่นกัน อย่างสหรัฐฯพบผู้ป่วยสูงที่สุดในรอบ 25 ปี ส่วนประเทศยุโรป 4 ชาติ คือ แอลเบเนีย สาธารณรัฐเช็ก กรีซและสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) สูญเสียสถานภาพ “การถอนรากโรคหัด” ในปี 2561 เพราะพบการระบาดต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี สถิติผู้ป่วยและเสียชีวิตโรคหัดเพิ่มขึ้นทั่วโลก เป็นผลจากการเคลื่อนไหวต่อต้านวัคซีน “MMR” ป้องกันโรคหัด คางทูมและหัดเยอรมันทั่วโลก เพราะมีการอ้างข้อมูลผิดๆว่าวัคซีน MMR เสี่ยงทำให้เกิดภาวะผิดปกติทางการสื่อสารและอารมณ์ (autism) ในกลุ่มเด็กๆ ส่วนผู้ติดเชื้อหัดมักมีอาการแทรกซ้อนปอดบวม สมองบวม ตาบอดและหูหนวก.