กานต์-แซนวิช เปิดเบื้องลึก ฟางเส้นสุดท้ายบุกไล่ อีฟ อภิสร์ญา

ยังเป็นเรื่องวุ่นๆ สำหรับครอบครัวของร็อกเกอร์ชื่อดัง เสก โลโซ ที่ก่อนหน้านี้ กานต์ วิภากร อดีตภรรยา และ แซนวิช ปภาดา ช่วยกันผลักดันให้ อีฟ อภิสร์ญา ภรรยาคนที่ 3 ออกจากบ้านศุขพิมาย จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ล่าสุด กานต์ วิภากร และ แซนวิช ปภาดา ได้ควงคู่มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องone31 ที่มีหนิง ปณิตา และเบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกร (ชมคลิป คลิกที่นี่)

เหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น ที่มีการพูดว่ามีการจับมือกันไล่บุคคลอีกบุคคลออกจากบ้าน?
กานต์ : อ๋อ จริงๆ เรื่องไล่มันเกิดขึ้นมาเกือบปีแล้ว ตั้งแต่เป็นข่าวใหญ่โต เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แล้วกานต์ก็ไล่มาเป็นระยะอยู่แล้ว

จำได้ว่าครั้งที่แล้วที่พี่กานต์มาออกรายการ พี่กานต์ก็ได้พูดเหมือนเชิญผ่านสื่อ?
กานต์ : ใช่ คือไล่เป็นระยะอยู่แล้ว ตอนนั้นกานต์ไปบุกที่บ้านเดือนธันวาคม บุก 2 รอบ แล้วทางสื่อก็พูดเป็นระยะอยู่แล้วว่าบ้านของใคร พ่อมีสิทธิ์อยู่ คนอื่นอยู่ไม่ได้นะ ก็ในรายการพูดว่าเสกมีสิทธิ์อยู่ แต่ไม่มีสิทธิ์มาสร้างครอบครัวในบ้านที่เป็นของลูก ก็คือมันไม่ใช่อยู่ดีๆ มาวางแผน คือมันเป็นการไล่มาเป็นระยะ จนกระทั่งพีคถึงวันนั้น

พี่กานต์ยืนยันว่าบ้านหลังนี้เป็นของทางน้องเสือ?
กานต์ : ใช่ แล้วน้องเสือได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ไปขับไล่

แล้วทำไมถึงไม่ไล่คนเดียว ทำไมถึงมีแซนวิชเข้ามาด้วย?
กานต์ : จริงๆ เรื่องก่อนหน้านี้คือเรามานอนเล่นกัน 2-3 อาทิตย์แล้วที่บ้าน
แซนวิช : มันต้องเกริ่นเรื่องก่อนว่ามาเจออะไรยังไง แต่ว่าเรามีคุยธุรกิจกัน ก็คือมีแพลนที่จะทำธุรกิจร่วมกัน แล้วประจวบเหมาะกับเหตุการณ์มันพาไป ไม่ได้แบบว่ามีการนัดกันหรือว่าอะไร
กานต์ : ไม่ได้ทำแผนเลย คือเขากับลีอองมานอนเล่นที่บ้านกานต์อยู่แล้ว ประมาณ 2 อาทิตย์

ก่อนหน้านี้ไม่ได้รักกัน ทำไมอยู่ๆ ถึงจับมือกันขนาดนี้?
กานต์ : ก็ก่อนที่ลีอองจะเกิด มันมีคนมาใส่ความเรื่องแซนวิช มันเก่าแล้ว ไม่เล่ารายละเอียดนะ คือกานต์ก็เป็นคนแบบตรง เขาก็สร้างมาเลอะเทอะ เสร็จแล้วพอลีอองเกิดขึ้นมาลืมตาดูโลก กานต์เห็นรูปเขา แค่นั้นแหละ กานต์หยุดเรื่องแซนวิชเลย เลิกถล่ม เลิกคือไม่เกี่ยวข้อง ไม่ทำร้ายเขาแล้ว คือที่ทำร้ายไปเพราะเข้าใจผิดคือมีคนมาหลอก แบบว่าหลอกใช้ ต้องขอโทษน้องเขาด้วย
แซนวิช : ตัวแซน แซนไม่มีอะไรอยู่แล้ว แล้วแซนก็ไม่เคยโกรธเขา แต่อาจจะมีงอนบ้างว่าทำไมไม่ถามเรา แค่นั้นเอง แต่ว่าเราไม่ได้ติดใจอะไร เพราะว่าแซนมีความรู้สึกว่าให้เวลามันบอกแล้วกัน เดี๋ยวเวลาผ่านไปเขาก็รู้ของเขาเอง

ขออนุญาตย้อนกลับไปที่คลิปไลฟ์สด วันนั้นยาวเลย 2 ชม. หลายคนอยากรู้ว่าน้องแซนวิชอยู่ตรงไหน?
แซนวิช : อยู่ข้างๆ นี่แหละ คือแซนจะเป็นคนที่เย็น แต่พี่กานต์เขาจะเป็นคนใจร้อนนิดนึง แซนก็จะคอยบอกว่าค่อยๆ ประนีประนอมกันนะ อย่าให้มันเกิดเรื่องที่มันร้ายแรงอะไรอย่างนี้ เพราะว่าเหตุผลอย่างเดียวพี่กานต์ต้องการความถูกต้อง บ้าน ให้เขาไปคบกันที่อื่น ไปอยู่กันที่อื่นอะไรอย่างนี้ แล้วแซนก็มีความรู้สึกว่าถ้าแซนอยู่ตรงนั้นเหตุการณ์จะซอฟต์ลง เพราะว่าเราสามารถคุยทางนี้ให้ซอฟต์ ทางนี้ให้ซอฟต์ลงอะไรอย่างนี้

ทำไมแซนถึงตัดสินใจไปกับพี่กานต์?
กานต์ : คือมันตกกระไดพลอยโจน เรานอนอยู่ด้วยกันวันนั้น มันก็เลยไปดีกว่าเพราะเสกยังไม่ตื่น ก็เลยไป เสกก็อยู่ด้วยวันนั้น
แซนวิช : คือถ้าแซนไม่ไป พี่กานต์ก็ไปอยู่แล้ว แซนก็เลยตัดสินใจไปดีกว่า
กานต์ : คือเรากลายเป็นเพื่อนไปแล้ว นอนด้วยกัน 2 อาทิตย์ กานต์จะไปก็เลยไปด้วยกัน ไม่ได้อาบน้ำเลยก็ไปเลย

แล้วจุดกระตุกที่พี่บุกไปอีกรอบคืออะไร?
แซนวิช : คือได้มีการคุยกันหลายครั้งกับทางอีกฝ่ายหนึ่ง ว่าตกลงอย่างนี้นะว่าคุณไปสร้างครอบครัวอีกที่ ที่ไม่ใช่ตรงนี้ แต่ระยะเวลามันก็นานไปเรื่อยๆ จนแบบว่าทั้งพี่กานต์ น้องเสือ ได้คุยกันว่า โอเค ถ้าตกลงกันไม่ได้ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะเอายังไง ก็ไปคุยกับฝ่ายชายว่ายังไง ก็ประนีประนอมกันไปก็ยังไม่ได้บทสรุปอะไร มันก็ช้า ยืดเยื้อไปเรื่อยๆ
กานต์ : บอกตรงๆ กานต์ก็ยื่นฟ้องไปแล้วนะ ฟ้องขับไล่ คือกานต์คุยกับแซนว่า พี่ไม่รอหรอก ทางกฎหมายช้ามาก อีกปีหนึ่งก็ไม่จบพี่ไปวันนี้เลย ป่ะ ไปกับพี่

แล้วตอนพี่ไป เขาทำอะไรอยู่?
กานต์ : นอนไงคะ กานต์ไป 6 โมงเช้า เขาล็อกหมด กานต์ต้องโทร.ตามช่างมาเปิดกุญแจห้อง แล้วพอช่างมาเปิดกุญแจ เขาก็เอาโต๊ะ เอาอะไรมาดันไว้ แล้วพอเปิดได้แซนก็เอาตัวขวางเข้าไปได้ อันนี้พูดตรงๆ นะ ถ้าไม่มีแซน ไม่สำเร็จ เพราะกานต์ทำมา 2 รอบแล้ว

แซนไปพูดอะไรกับเขา ไกล่เกลี่ยกับเขายังไง เขาถึงยอมออกไป?
แซนวิช : ก็ตามในไลฟ์นั่นแหละค่ะ คือเราให้เหตุผลว่ากลับบ้านเถอะ อย่าให้ต้องมีปัญหากันมากกว่านี้ เพราะเหตุผลเดียวคือให้คุณกลับบ้าน คือก่อนหน้านี้คุณบอกว่าคุณกลับไม่ได้ฝ่ายชายยื้อไว้ แต่ตอนนี้ออกไปได้ง่ายๆ เลย คุณก็กลับไป แล้วเดี๋ยวยังไงมีอะไรค่อยคุยกับเขาว่าคุณจะเอายังไงต่อ ตอนนี้กลับบ้านไปก่อน อย่าให้มันเกิดเหตุการณ์ที่มันรุนแรงไปมากกว่านี้เลย เขาก็โอเคกลับ

มีการขัดขืนต่อรองไหม?
กานต์ : ก็ขัดขืนไงคะ ยื้อเวลาตลอด โทร.ตามคนนั้นคนนี้ อยู่ในห้องน้ำก็เกือบชั่วโมง คือแบบเยอะ

แล้ววันนั้นพี่เสกหายไปไหน?
แซนวิช : ต้องบอกอย่างนี้ก่อน คืนนั้นไปคอนเสิร์ตนครสวรรค์ แล้วแซนไปด้วย พอกลับมาประมาณตี 4 กลับมาถึงที่บ้าน เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาไปนอนบ้านพี่กานต์นะ แล้วแซนก็นอนที่นั่น สรุปพี่กานต์กลับมาประมาณตี 5 แล้วก็ชวนแซนไป 6 โมง แต่เขาก็นอนอยู่ที่นั่นแหละ เขาหลับอยู่

พอพี่เสกตื่นมาเขารู้เรื่องไหม?
กานต์ : เขาตื่นมาก็นอนเล่นอีกนานเลย ประมาณ 5-6 โมง เขาไม่รู้เรื่อง

พี่เสกรู้จากใคร?
กานต์ : รู้จากแซน
แซนวิช : เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาบอกว่าลูกน้องเขาเล่าให้ฟัง แล้วเขามาถามแซนว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เคยโมโหหรือว่าอารมณ์เสียใส่เลย เราให้เหตุผลเขา คือเราก็คุยกับเขา เขาถามว่าเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรไหม เราก็บอกว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรง
กานต์ : แล้วตอนเย็นๆ ลูกน้องหรือทีมงาน เล่าความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งให้ฟัง เรื่องที่เขาไม่รู้เลย เขารู้แค่ด้านนึงของผู้หญิงคนนั้น แต่อีกฝั่งนี่เขาไม่รู้เลย แล้วเย็นนั้นทีมงานก็มาเล่าให้ฟังว่าผู้หญิงคนนั้นมีพฤติกรรมอะไรบ้าง

ทำไมพี่กานต์ต้องไลฟ์สด?
แซนวิช : คือพี่กานต์เขากลัวว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้มีหลักฐาน
กานต์ : การไลฟ์สดมันเป็นการป้องกัน แล้วทำให้มันเกิดผล คือคนนี้เขากลัวกล้องไลฟ์

ทำไมไม่ใช้การคุยกันดีๆ?
แซนวิช : มันมีการไกล่เกลี่ยมาก่อนหน้านั้นมาสักระยะใหญ่ๆ แล้วมีการไกล่เกลี่ยมาตลอด
กานต์ : มีการบอกมาอยู่ตลอด แต่จุดพลาดของผู้หญิงคนนี้คือ ความโง่เขลาของเขาเอง คือ เขามาห้ามลูกชายพี่เป็นผู้จัดการพ่อได้ยังไง อันนี้คือจุดพีคที่ต้องออกไปวันนั้น คือถ้าผู้หญิงฉลาด ไม่มีใครกล้าแตะลูกหรอก ลูกคือสายเลือด นี่คือโง่เอง ช่วยไม่ได้ สมควร

วันนี้พี่กานต์อยากให้เขาออกไปจากบ้านหรือออกไปจากชีวิตพี่เสก?
กานต์ : ออกไปจากบ้าน ออกไปจากชีวิตหรืออะไร ก็บอกไปตั้งแต่คราวที่แล้วว่าไม่ได้กีดกันให้ไปคบกันหรืออะไร แต่ไม่ใช่ในนี้ อยากคบกันต่อก็คบไปดิ ผู้หญิงอย่างนี้อยากได้ก็เอาไป ไม่ว่า คือเขาสร้างวีรกรรมตลอด เขาป่วนใต้น้ำ มันถึงจุดที่ไม่ไหว เขาก็พังเอง
แซนวิช : ประเด็นตรงนี้ที่พี่กานต์ต้องเข้าไปเนี่ย เพราะว่ามันมีผลกระทบมาทางเขา เขาเลยต้องมาปกป้องสิทธิ์ของเขา แต่ถ้าเกิดต่างคนต่างอยู่ คุณอยู่ในจุดของคุณแค่สองคนนะ คุณอย่ามาก้าวก่ายลูก หรือบุคคลที่หนึ่ง สอง คือถ้ามีการก้าวก่ายลูก ทุกคนก็ต้องปกป้องลูก

ที่ว่าก้าวก่ายนี่ยังไง?
แซนวิช : รายละเอียดมันเยอะ
กานต์ : เอาลูกไปพูดไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ คือทำร้ายน้องเสือ น้องกวาง ลอนดอน ลีออง เอาแค่นี้แบบหนักมาก แบบจิตใจชั่วช้า เลวบริสุทธิ์จริงๆ
แซนวิช : คือถ้าไม่มีอะไรที่มากระทบความรู้สึก หรือไม่มาก้าวก่าย ไม่มีใครเขาไปยุ่งกับเขาหรอก

พอเราไปบุกบ้านเจอวัตถุที่คล้ายทำของไสยศาสตร์ มันคืออะไร?
แซนวิช : ต้องบอกว่าเราไม่รู้ว่าคืออะไร คือ พี่กานต์ไลฟ์สดเพื่อจะถามเขา เรายังไม่ได้ตัดสินว่าคืออะไร
กานต์ : กานต์ก็เอากล้องไปตรงนั้นเลย FC ก็เห็นพร้อมกานต์ ทุกคนเห็นพร้อมกานต์อยู่แล้วว่านี่อะไร คือของมันอยู่ในห้องนอน บนหัวเตียง แล้วอีกอย่างที่เป็นน้ำมันแล้วผงอะไรก็ไม่รู้ กานต์ก็ถามว่านี่อะไร กานต์ไม่มีความรู้เรื่องนี้ เขาก็ตอบมาว่าเป็นนั่นเป็นนี่ว่าเลี้ยงผี น้ำมันพราย
แซนวิช : พี่กานต์ก็ถามแซนว่าเอายังไงดี ก็เลยบอกว่าเอาไปถามพระดีกว่า เราก็เอาไปถามหลวงพ่อก็บอกว่ามันไม่ดี เอาไปทิ้งดีกว่า
กานต์ : พระพูดคำแรกว่าอันนี้เขาเลี้ยงผี แต่เอาไปเผาทิ้งไม่เป็นไร คือเผาได้เลย ก็เผาในวัดเลย

ทางฝั่งตรงข้ามบอกว่ากระทงที่พี่กานต์เอาไปเผา จริงๆ เป็นกระทงที่คุณแม่พี่เสกให้พี่เสกมา เพื่อเอาไว้ในเรื่องสะเดาะเคราะห์เท่านั้น?
แซนวิช : แต่เราเห็นมีวัน เดือน ปี เกิด ทั้งคู่ไง แล้วก็วางไว้บนหัวเตียงอย่างนี้ เราก็ไม่รู้ไงว่ามันคืออะไร
กานต์ : คือจริงๆ กระทงสะเดาะเคราะห์เนี่ย เมื่อทำพิธีสะเดาะเคราะห์เสร็จเขาต้องเอาไปทิ้งที่ทางสามแพ่ง FC บอกนะ ไม่ใช่ให้เอาเข้าบ้าน แล้วอีกอย่างนึงที่ FC บอก น้ำมันพรายกับดิน 7 ป่าช้า เรายังไม่รู้ คือเขาบอกมา ก็เก็บไว้เลยว่าจะไปถามใครดี ตอนนี้ก็ยังเก็บอยู่ คือกานต์อยากรู้ว่ามันคืออะไร ว่าจะแกะดู บางคนก็บอกว่าอย่าเพิ่งแกะ

บางคนมองว่า กระทงเป็นสิ่งที่ทั้งคู่จัดฉาก เพราะว่าเตรียมจะไปไลฟ์อยู่แล้ว?
แซนวิช : คือมีรูปที่ทางฝั่งนู้นโพสต์อยู่แล้ว

ติดตามรายการ “คุยแซ่บ Show” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.35-14.35 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama