คุย 'ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์' ชายที่คำถามฉาวล้มเขาไม่ได้ Thairath Talk

แวบแรกที่เราพบ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เราสัมผัสได้ถึงรัศมีความหล่อแฝงความขี้เล่นทางสายตา ในชุดสูทสีน้ำตาลอ่อนชวนให้สาวๆ หลงใหล ในการให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทอล์ก ซันนี่ได้ทำให้ทีมงานอึ้งกับทุกคำตอบของชายผู้นี้ มันไม่ใช่ความตลกที่ไร้สาระ แต่ความคิดของเขามันสะท้อนสังคมในปัจจุบัน เป็นอีกหนึ่งมุมมองของซันนี่ที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส รับรองว่าคุณจะต้องเซอร์ไพรส์

"แปลกนะใครเขียนมาในประเด็นไม่น่าเชื่อถือ แต่ทุกคนไปเชื่อเขา ไม่มีการตรวจสอบจากสำนักพิมพ์" หนึ่งในประโยคของซันนี่ที่บอกกับ Thairath Talk ผู้ซึ่งได้รับฉายาเป็นหนึ่งในจตุรเทพฆ่าไม่ตายหน้าแบคดรอป (ซันนี่ แน็ก-ชาลี ปาล์มมี่ และเดอะทอยส์) สี่คนดังที่มีทักษะในการตอบคำถามนักข่าวแบบเค้นความจริงไม่ออก แต่นักข่าวไม่โกรธ กลับกลายเป็นอีกประเด็นที่น่ารักน่าหยิกตามหน้าสื่อโซเชียล

Thairath Talk : ซันนี่เวลานักข่าวบันเทิงถาม เวลาจ่อไมค์ อยู่หน้าแบคดรอปเค้าถามอะไรคุณ

ผมจะไม่เข้าใจหลักการ ทำไมต้องถามโน่นนี่ หลังๆ เข้าใจแล้ว เรื่องวนๆ เรื่องความรักโน่นนี่ จริงๆ แล้วเป็นการอยู่ร่วมกัน คนดูอาจจะไม่อยากรู้ เป็นการลิงก์สังคม เหมือนการแสดงในการตอบ เห็นคนร้องไห้ในเรื่อง บางทีเราร้องตาม หรือไม่ร้อง หลักของนิเทศศาสตร์ มันลิงก์กับใครได้บ้าง

Thairath Talk : เวลานักข่าวบันเทิงถามเรื่องความรัก หมายความว่าสังคมต้องการคำตอบเรื่องความรัก

มันง่ายมากเลย ดูข่าวบางช่องมีคนพิมพ์ข้อความรักปิ๋มมาก แต่ข่าวรถชนอยู่ไง ความรักเป็นเรื่องใกล้ตัวมั้งฮะ เป็นเรื่องเชื่อมต่อง่ายสุด ทุกคนมีความรัก เพลงก็มักจะเป็นเพลงรัก จริงๆเขาอาจจะไม่ได้อยากรู้เรื่องผมก็ได้ ผมเลยอยากให้เขาสนุกสนานกันไป

Thairath Talk : ถ้าเขาถามว่าซันนี่มีแฟนยังครับ คุณจะตอบว่า

ไม่มีครับ ผมตอบเรื่องจริงด้วยความจริงใจทุกอย่าง มีเฮฮากลับไปบ้าง บางอันจะรู้จริงไปทำไม อย่างวันนั้นบอกเดินควงมาหรือเปล่า ผมบอกผมไม่ใช่ลูกข่าง จะควงไม่ได้ เวียนหัวตาย

Thairath Talk : วันนั้นเอาสาวขึ้นคอนโดหรือเปล่า

ไม่มีก็คือไม่มี ถ้ามีผมจะบอกพี่ทำไมล่ะครับ บอกให้แม่ผมด่าหรือไง 

Thairath Talk : มีวิธีการตอบโต้นักข่าวเป็นความสนุกของคุณเหรอ

คนทางบ้านไม่ได้อยากรู้ชีวิตผมหรอก อะไรที่ทำให้เขาเฮฮา การโปรโมตหนังไปด้วย ทุกคนไม่มีใครอยากดูไม่ดีหรอก มันไม่จำเป็น มันมีหลายอย่างที่ผมเห็นในเน็ต หรือสิ่งที่เขาพูดว่าคนนั้นเป็นแบบนั้น ผมไม่รู้หรอกคุณรู้อะไรมา รู้จริงหรือไม่จริง พูดแล้วชีวิตใครดีขึ้นหรอก แฉกันไปแฉกันมา พูดเพื่ออะไร มีประโยชน์กับใครล่ะ ไม่พอใจไปด่ากันสองคนสิ จะมาด่าผ่านสื่อทำไม หาพวกเหรอ มันไม่มีประโยชน์ไง

Thairath Talk : ไม่มีทางเลยใช่ไหมที่จะเอาไมค์จี้ซันนี่จะพูดเรื่องไม่ดีออกไป

ใช่ จะไปด่าคนอื่นมันไม่มีความจำเป็นเลย

Thairath Talk : ชอบอ่านข่าวซุบซิบกอสซิป

มันมีมาเรื่อยๆ อยู่แล้วครับ เปิดเฟซบุ๊กก็เจอ แล้วมันง่ายมากเลย แปลกนะใครเขียนมาในประเด็นไม่น่าเชื่อถือ แต่ทุกคนไปเชื่อเขา ไม่มีการตรวจสอบจากสำนักพิมพ์

Thairath Talk : วิเคราะห์ไหมว่าเพราะอะไร

มันอยู่ที่จิตของเรามากกว่าไปในทิศทางไหน ถ้าเรามองว่าเขาดี คนก็ไม่ด่าหรอก เหมือนคนก็ไม่ด่าผมหรอก ถ้าเขามองว่าผมดี ผมมีมุมไม่ดีแน่ๆ เขาก็ด่าผม

Thairath Talk : สงสัยไหมฮะเวลาดารารักกันเลิกกัน ต้องมาบอกนักข่าวบันเทิง ถามในมุมซันนี่ เวลาดารารักกันเลิกกันมาบอกนักข่าวเพื่อ

มันเป็นเหตุและผลมากกว่าครับ ว่าบอกแต่แรกหรือเปล่า เริ่มด้วยคบ เหมือนแต่งงานแล้วหย่าก็มีเหตุผล คือแจ้งย้ายเข้าก็ต้องแจ้งย้ายออก มันเป็นเรื่องที่คนอยากรู้แต่ไม่ต้องบอกก็ได้ รู้สึกว่าเราปกป้องคนของเรา ผมไม่อินกับคนแฉกัน ยิ่งเป็นคนเคยรักกัน หาคนผิดคนถูก ไปหาคนเอง ไม่ต้องบอกประชาชน ไม่ใช่ฟ้องในศาล ไม่มีผลต่อสังคม บอกได้แต่ด่ากันว่าอีกคนผิด ผมรู้สึกไม่มีประโยชน์ พูดเพื่ออะไร


Thairath Talk : อีกมุมนึง จำเป็นต้องถาม รักกันเลิกกัน ทะเลาะกัน ในมุมตอบ

ผมไม่รู้ไง ถ้าในอาชีพนั้น ถ้าเป็นผมคงไม่ถามอะไรใคร ยกเว้นเขามาเล่า

Thairath Talk : ถ้าคุณเป็นนักข่าว ยื่นจ่อไมค์ถามซันนี่ จะถามเรื่องอะไร

ก็คงถามเรื่องงาน ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับผม ผมไม่จำเป็นต้องอธิบายใคร ถ้าเข้าใจผิด ผมจะอธิบายให้ฟัง แต่ถ้าเป็นแค่คอมเมนต์หรือวิพากษ์วิจารณ์ แล้วแต่เขา มันเป็นสิทธิ์ของเขา

Thairath Talk : ให้เดาหน่อยว่า สมมติว่าถ้าเราไม่มีแฟน นักข่าวจะถามคุณว่า

จริงๆ ถามได้หมดเลย ไม่มีปัญหากับเรื่องพวกนี้

Thairath Talk : รู้สึกอย่างกับแพทเทิร์น มีแฟน แต่งงาน มีลูก

นี่ไง เริ่มย้ายเข้า ย้ายออก ใช่ไหม แจ้งเกิดแล้วต้องแจ้งตาย

Thairath Talk : ทุกครั้งที่ออกหน้าแบคดรอป ทุกครั้งคุณเตรียมตัวอย่างไร

ไม่เตรียมนะฮะ ก็เหมือนแบบนี้ฮะ ความรู้สึกเดียวกัน เขาถามมาตอบไป ผมตอบจริงใจที่สุด ผมไม่ได้พูดเองว่าเรื่องมันเป็นยังไง คือการถาม ผมก็ตอบ 

Thairath Talk : มีคนตัดคลิปเวลาที่คุณสัมภาษณ์รวมมา มันติงต๊องมาก คำถามคือ คุณเป็นคนเดียวที่นักข่าวบันเทิงไม่เคยสัมภาษณ์ประเด็นคุณได้

จริงๆ มันมีประเด็นหมดเลยนะ พอเขาตัดแบบนี้มันเลยเป็นคนละเรื่องกันหนิ มันเลยดูติงต๊องมาก นี่ผมทำอะไรเนี่ย ถ้าจะดูต้องดูทีละอันสิ เหมือนถ้ามันเป็นหนัง มันต้องเลือกเป็นหนังตลก อินดี้ แล้วแต่คนตัด มันมีฟุจให้แล้ว ตัดเป็นอารมณ์ดราม่าก็ได้.

ติดตามฉบับเต็มเร็วๆนี้