ต๊ะ บอยสเก๊าท์ เล่าตราบาปช่วงชีวิตเลวร้าย "ผมมีส่วนทำให้แม่ตาย"

วินธวีร์ ใหญ่เสมอ หรือ ต๊ะ บอยสเก๊าท์ ได้มานั่งพูดคุยในรายการ คลับฟรายเดย์ พูดคุยทุกเรื่องราวในชีวิตของตัวเองตั้งแต่จุดสูงสุดเป็นศิลปินมีชื่อเสียงโด่งดัง จนถูกตำรวจจับเป็นข่าวขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์หลายฉบับเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยหนุ่มต๊ะได้เล่าถึงเรื่องราวในตอนนั้นว่า 

ต๊ะ : พอได้เป็นศิลปินดัง เราก็หลงกับไปแสงสี ความดัง คนเข้ามาดูแลอย่างดี มันเลยทำให้เราหลงไปด้วยเลย สาวๆ เข้ามาเยอะครับ และยิ่งก่อนจะมาเป็นนักร้อง โดนสบประมาทเยอะ พอดังแล้ว ยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกยิ่งมั่นใจ

ส่วนเรื่องความเจ้าชู้ ตอนที่เป็นวัยรุ่น เป็นช่วงที่ฮอร์โมนมันพลุ่งพล่าน ก็แข่งกับเพื่อนด้วย ถ่ายมิวสิก แย่งกันจีบนางเอก ส่วนใหญ่ผมชนะ (หัวเราะ) ผมมีแฟนตั้งแต่ก่อนเป็นนักร้อง พอเริ่มดัง มีชื่อเสียงก็ทิ้งเค้า ไปได้ผู้หญิงอีกคนที่เริ่มจากการเป็นแฟนคลับ 

เค้าส่งรูป ส่งกลอนมาให้ แล้วเค้าหาเบอร์โทรศัพท์บ้านผมได้ แล้วโทรมา บอกเป็นคนที่ส่งจดหมายมา แล้วผมก็คุยกับเค้าทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นหน้า เห็นแค่รูปที่ส่งมา จนรู้สึกว่าเราชอบคนเรียบร้อย มันถูกจริตแล้วแอบหลงรักเสียงนี้โดยไม่เคยเจอตัว

จนวันนึงเค้านัดไปเจอที่โรงเรียน เราก็ไปรับ คนนี้คบอยู่ประมาณ 5 ปีกว่า เรารู้สึกพิเศษ แต่ที่บ้านเค้าพอรู้ว่าลูกสาวคนเล็กคบผู้ชาย เค้าก็สั่งให้เลิกคบกัน ตอนเลิกกันเฮิร์ตมากๆ เลย

แล้วเพื่อนเค้าก็โทรหามาผม พอเค้ารู้ก็เกิดความหึง เลยโทรมาหาผม และก็กลับมาคบกันใหม่ แอบคบจนที่บ้านจับได้ เค้าก็เรียกไปคุยและบอกให้มาคบกันในสายตาผู้ใหญ่

คบจนเป็นบอยสเก๊าท์ ผมมีตัวจริงอยู่แล้ว แต่คนที่ผ่านมาเข้ามาในช่วงนั้นเราก็แค่คบเล่นๆ ตามฮอร์โมนเพศไป

ผมเคยมีเหตุการณ์ที่ตัวจริงก็มานั่งอยู่ในคอนเสิร์ต แล้วเซเลป นางเอกที่อาร์เอสกำลังจะปั้น และอีกคนเป็นดาราที่ดังแล้ว นั่นคือคนที่คุยๆ อยู่ มาอยู่ในที่เดียวกัน

พอคอนเสิร์ตจบทุกคนเอาดอกไม้มาให้หลังเวที งานเข้า เพราะตัวจริงอยู่หลังเวที ตัวจริงเค้าไม่รู้เรื่อง ใสมาก พูดอะไรก็เชื่อ

ซึ่งบอกเลยว่าผมรักเค้าจริง แต่ผมไม่รู้สึกผิด เพราะยังสนุกกับการเป็นแบบนี้ คิดว่าตัวเองจัดการได้ แต่พอเริ่มเป็นบอยสเก๊าท์ ก็พัฒนาความเลวร้ายของตัวเองมาเรื่อยๆ

ผมเริ่มเกเร เริ่มติดเพื่อน เริ่มไม่ให้ความสำคัญกับครอบครัว กับเค้า และเอาแต่ใจตัวเองสุดๆ นิสัยแย่ ทำตัวไม่ดี

ไม่ค่อยแคร์คนอื่น จนสุดท้าย เค้าขอให้หยุด ให้ทำตัวปกติ แต่เราปฏิเสธ เค้าก็เลยไม่ไหวกับเราแล้ว และตอนที่เค้าไม่ไหวกับผม คือช่วงที่เลวร้ายที่สุดของผม เค้ามาบอกเลิกตอนที่สึกออกมาหลังจากแม่เสีย ช่วงที่แม่เสียคือช่วงที่ผมหลงระเริงอย่างหนัก

เป็นช่วงที่งานเยอะมากจนไม่อยากทำ ผมเริ่มเกเร จนวันนึงแม่เสียชีวิตกะทันหัน ผมคิดว่าเป็นเพราะตัวผมเอง ผมคิดเสมอว่าผมทำให้แม่ตาย วันนั้นเป็นวันเคาต์ดาวน์ แม่อยากให้ผมอยู่กับครอบครัว แต่ผมไม่อยากอยู่ อยากออกไปปาร์ตี้

ไม่ยอมแม่ เราทะเลาะกัน คำพูดสุดท้ายที่แม่พูดคือ เดี๋ยวจะจับบวชนะ แล้วผมก็ขับรถออกมา จนตีหนึ่งกว่าๆ มีข้อความจากเพจเจอร์ บอกให้รีบมาโรงพยาบาลด่วน แม่ไม่สบาย

ตอนนั้นหัวใจผมตกไปอยู่ตาตุ่มเลย มันมีลางสังหรณ์ รีบไปโรงพยาบาล พอถึงโรงพยาบาล พี่สาววิ่งมารับหน้า แต่ผมก็วิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เจอแม่คลุมผ้าแล้ว ผมช็อก ผมวิ่งเอาหัวชนกำแพง ตีตัวเอง เป็นบ้าจนถึง 8 โมงเช้าถึงสงบ

แม่จากไปเพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ทุกคนได้เห็นอาการของแม่ ยกเว้นผม ไม่ได้ดูใจแม่เลย คือตัวผมไม่ถูกกับพ่อ ผมจะสนิทกับแม่มาก

พอเป็นอย่างนี้ก็ยิ่งคิดว่าเป็นเพราะเรา ถ้าคืนนั้นไม่ออกจากบ้าน แม่ก็คงไม่เครียด ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ได้ ก็เป็นสิ่งฝังใจของผม ผมเป็นต้นเหตุ

แต่พอหลังจากเกิดเรื่อง พ่อก็เปลี่ยนไป รู้ว่าเราแย่ ก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฟังผมมากขึ้น เข้าใจผมมากขึ้น แล้วผมก็บวชให้แม่ พอบวชเสร็จแฟนก็บอกเลิก

คือผมรับรู้ได้ว่าเค้าเปลี่ยนไป และมีคนเข้ามาในชีวิตของเค้า ตอนนั้นแย่เลย เพราะว่ากับคนนี้เราคุยกันถึงขั้นเรียนจบแล้วจะแต่งงาน ผมเข้าออกที่บ้านเค้า ผู้ใหญ่รับรู้เรื่องเรา เราจะแต่งงานกัน 

ผมก็ตามง้อแต่เค้าก็ไม่คืนดีด้วย หลังจากที่เสียทั้ง 2 คนไปแล้ว งานก็ยังทำ แต่พอเลิกทำงานก็จมอยู่กับความเศร้า เคยนั่งร้องไห้ในรถอยู่ข้างทาง ชีวิตเละเทะมาก

จนได้รู้จักผู้หญิงกลางคืน ก็เป็นเรื่องที่เป็นข่าว เราเอาตัวไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ ก็เป็นข่าวขึ้นหน้า 1 ว่าเมายา ทำร้ายร่างกายผู้หญิง และมีปืน วันรุ่งขึ้นทางต้นสังกัดแถลงข่าวตัดออกจากความเป็นศิลปินของค่าย

ข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง และผู้หญิงคนนั้นก็เป็นผู้ต้องหา ตำรวจส่งไปตรวจร่างกายทั้งคู่ คดีทำร้ายร่างกาย ผู้หญิงไม่มีรอย มีแต่ผมที่มีรอย โดนข่วน ผู้หญิงตรวจฉี่แล้วเจอยาเสพติด

ผมสู้คดีความ 2 คดี พกปืน กับยาเสพติด สู้คดีอยู่ 3 ปี ช่วงที่ว่าง ผมอยู่กับการอ่านหนังสือและเตะฟุตบอล มีงานบ้าง เรื่องคดียาผมไม่ผิด แต่คดีปืนรอลงอาญา 2 ปี ก็ผ่านพ้นมาได้ เป็นชีวิตที่พังมาก

ตอนนั้นใช้เวลาอยู่พักนึงกว่าจะเลิกยาได้ เพราะอ่านหนังสือเยอะขึ้น บุคลิกเปลี่ยนไปเพราะการอ่านหนังสือ พ่อกับครอบครัวที่บ้านค่อนข้างมีความสำคัญกับตัวผมมาก พ่อซัพอพอร์ตผมมา รักแท้จริงๆ มันอยู่ที่บ้านนี่เอง

หลังสู้คดีจบก็กลับมาทำงาน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จแล้วเท่าไหร่ แล้วงานก็หายไปหมดและได้เจอกับแฟนคนปัจจุบันพอดี เจอกันที่งานปาร์ตี้ เลยให้น้องที่รู้จักพาไปทำความรู้จัก

ก็คุยกัน และเค้าก็เคยถามผมเรื่องทำร้ายร่างกายผู้หญิง ผมก็เลยร้องไห้โชว์เค้าเลย มันไม่ใช่นะ 

บุ๋ม : ตอนที่คุยกับพี่ต๊ะ ผู้ใหญ่ก็เตือนให้ระวังตัว เพื่อนก็เล่าให้ฟัง คนก็จะคอยถามว่าเค้าเป็นยังไง แบดบอยมั้ย แต่เราไม่เชื่อ เพราะสิ่งที่เค้าทำกับเรามันตรงกันข้ามเลย

ช่วงที่คบแรกๆ ก็ระวังนะคะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้สนใจอีกเลย ช่วงที่คบกันคนก็บอกว่าไม่เหมาะสมกัน มันก็บั่นทอนนะ เค้าบอกเราน่าจะได้เจอคนที่ดีกว่านี้

ครอบครัวตอนแรกคุณพ่อไม่โอเค แต่พี่ต๊ะก็พยายามเข้าหา จนกระทั่งพี่ต๊ะป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองโป่งพอง ก็เป็นเวลาที่พิสูจน์ตัวเราอีกครั้ง 

ต๊ะ : คือตอนนั้นผมเล่นบอลอยู่ เหมือนมีใครเอาคีมมาบีบหัว กว่าจะได้รับการผ่าตัดก็เข้าวันที่ 3 สแกนฉีดสีเห็นว่ามีเลือดออกมาจากสมอง ก็เลยต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกตัดเส้นเลือดที่โป่งพองออก

แต่ก่อนผ่าตัดหมอบอกว่ามันมีโอกาส 70-30 นะ ความเสี่ยงเยอะ ผมก็บอกบุ๋มว่ามันมีความเสี่ยงที่จะไม่ประสบความสำเร็จ เลยบอกเค้าว่า ถ้าออกมาจากห้องผ่าตัดแล้วไม่เหมือนเดิมให้ออกไปจากชีวิตได้เลย

บุ๋ม : แต่บุ๋มก็ให้กำลังใจเค้า บอกว่าก็นั่งรถเข็น อยากไปไหนเดี๋ยวจะพาไป ตอนนั้นนั่งรอเค้าเข้าห้องผ่าตัดมันนานมาก ใช้เวลาเป็นวันเลย พอออกมาก็น่ากลัวมากอุปกรณ์เยอะแยะไปหมด

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เราก็คบกันมา 15 ปีแล้วค่ะ เคยเลิกกันไป 1 ครั้ง เลิกกันเพราะเค้าขี้โมโห ช่วงหมดโปรโมชั่น

ต๊ะ : ตอนนั้นมีเรื่องให้เครียด รายได้ไม่เยอะ ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง เลยทำให้หงุดหงิดง่าย แต่หลังจากที่บุ๋มยอมรับผมเข้าไปในชีวิต ผมก็ต้องตอบแทนเค้า ผมเชื่อว่าความซื่อสัตย์เป็นข้อแรกที่ต้องยึดมั่นไว้

รับรองได้ว่าชีวิตคู่กับผู้ชายคนนี้จะไม่ทำให้เสียใจเรื่องเจ้าชู้แน่นอน อยากให้เค้าอุ่นใจ เพราะเค้าเป็นทุกอย่างให้กับผม ไม่เคยทำร้ายผม ผมจะต้องตอบแทนเค้าทุกอย่าง 

ส่วนเรื่องการแต่งงาน ว่าจะแต่งตอนปลายปี แต่ก็ยังไม่ได้แต่ง อยู่กันมา 15 ปีแล้ว พร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น และเค้าเพิ่งมาเปิดใจเรื่องแต่งงาน บอกเลยว่าบุ๋มมาเติมเต็มทุกอย่างในชีวิตของผม เราห่างกันไม่ได้เลย

และผมอยากบอกแม่ว่า แม่ไม่ต้องห่วงต๊ะแล้วนะ มีคนมาทำหน้าที่แทนแม่แล้ว เค้าดุมาก และกับคุณพ่อทุกวันนี้ท่านรู้ว่าผมมีชีวิตอยู่มีแต่พ่อกับน้องบุ๋มและครอบครัวครับ 

ชมคลิปคลิกที่นี่