เตรียมจับอีก 6 แก๊งบิตคอยน์ สมคบกัน ‘ตุ๋น’ (คลิป)

โยงเจ้าพ่อหุ้น ‘บูม’ ได้ประกัน

ตำรวจกองปราบฯจ่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องแก๊งเงินบิตคอยน์เพิ่มอีก 6 คน หลังพบหลักฐานเชื่อมโยง รวมทั้งเส้นทางการเงินเผย 1 ในนั้นมีผู้กว้างขวางวงการหุ้นด้วย แฉจุดเริ่มจาก “ปริญญา จารวิจิต” พี่ชาย “บูม-จิรัชพิสิษฐ์” นักแสดงหนุ่ม ได้ข้อมูลผู้เสียหายเด็กหนุ่มชาวฟินแลนด์อายุแค่ 22 ปี เป็นนักขุดเงินดิจิทัลตัวยง ครอบครองบิตคอยน์จำนวนมาก เลยตีสนิทออกอุบายหว่านล้อมให้ร่วมลงทุน ขณะที่ศาลอาญาให้ประกันตัวนักแสดง หนุ่มแล้วในราคา 2 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ

จากกรณีตำรวจกองปราบฯบุกรวบตัวนักแสดง หนุ่ม “บูม-จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต” ขณะถ่ายละครในห้างดังย่านรัชโยธิน หลังพบพฤติกรรมลวงเด็กหนุ่มชาวฟินแลนด์ ให้ร่วมลงทุนในธุรกิจเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี่ สกุลบิตคอยน์ มูลค่าร่วม 800 ล้านบาท เบื้องต้นตำรวจกองปราบฯ อยู่ระว่างรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับเพิ่ม หลังพบผู้เกี่ยวข้องอีกหลายรายทั้งคนในครอบครัวของนักแสดงหนุ่มและผู้กว้างขวางในวงการค้าหุ้น

ความคืบหน้า ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 ส.ค. ร.ต.อ.ศุภชัย ชาติมนตรี รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. เบิกตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต อายุ 27 ปี นักแสดงหนุ่ม อยู่บ้านเลขที่ 46/22 ม.8 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1694/2561 ลงวันที่ 26 ก.ค.61 ฐานร่วมกันฟอกเงิน ออกจากห้องคุมขัง เพื่อคุมตัวไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญาพร้อมทำหนังสือคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีมีความมูลค่าเสียหายสูงเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี ระหว่างนั้นมีกลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาเดินทางเข้าเยี่ยมและพูดคุยกันที่บริเวณหน้าห้องควบคุม นักแสดงหนุ่มมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด จากการสอบสวนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าตัวปฏิเสธยืนยันไม่มีส่วนรู้เห็น อ้างถูกพี่ชายนำบัญชีธนาคารไปใช้

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เปิดเผยว่าสำหรับตัว น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต พี่สาวนายจิรัชพิสิษฐ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเดียวกัน เบื้องต้นได้ประสานผ่านคนกลางติดต่อเข้ามาเพื่อขอสอบถามรายละเอียดหลักทรัพย์ในการยื่นประกันตัว แต่ยังไม่ได้ระบุวันเวลาเข้ามอบตัว ตรวจสอบยังไม่พบผู้ต้องหารายนี้หลบหนีออกนอกประเทศ

พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. กล่าวว่า จากการสืบสวนพบข้อมูลมากพอที่จะออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมได้อีก 5-6 คน ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ สำหรับนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ บุคคลที่มีชื่อเสียงในตลาดหลักทรัพย์ เดินทางเข้าชี้แจงอ้างตกเป็นเหยื่อเช่นกันนั้น ตรวจสอบพบข้อมูลความข้องเกี่ยว อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานดำเนินการ นอกจากนี้พบบริษัททั้ง 3 แห่งที่กลุ่มผู้ต้องหาหลอกให้ผู้เสียหายชาวฟินแลนด์ซื้อหุ้นร่วมลงทุนนั้น นายปริญญา จารวิจิต อายุ 35 ปี พี่ชายนายจิรัชพิสิษฐ์ และคนในตระกูลจารวิจิตมีส่วนเกี่ยวข้องจริงตรวจสอบประวัตินายปริญญาพบเคยถูกออกหมายจับข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร ด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการแกะรอยเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหา พบหลังได้รับโอนเงินสกุลบิตคอยน์จากผู้เสียหายแล้ว นายปริญญากับพวกได้ทยอยขายเงินดิจิทัลออกไป ก่อนถอนเงินที่ได้มาออกจากกระเป๋าเงินดิจิทัลไปเข้าบัญชีของธนาคารพาณิชย์ที่เปิดรองรับไว้ นายปริญญา จารวิจิต ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีพี่ชายของนายจิรัชพิสิษฐ์โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย รวม 111,938,265 บาท น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีพี่สาวของนายจิรัชพิสิษฐ์ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย รวม 140,184,665 บาท และนายจิรัชพิสิษฐ์ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย รวม 21,687,603 บาท นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้เข้าข่ายกระทำความผิดร่วมโอนเงินที่ฉ้อโกงมาได้จากผู้เสียหายอีก 4 คน ประกอบด้วย 1.นาย ธ. ญาตินายจิรัชพิสิษฐ์โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย 3 บัญชี รวม 146,309,884 บาท 2.นาย ช. ผู้ใกล้ชิด กับนายปริญญาโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยและบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ รวม 162,994,510 บาท 3.นายชัชฯโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย และบัญชีธนาคารกรุงเทพ รวม 96,125,883 บาท และ 4. นาย ป. ผู้กว้างขวางในวงการค้าหุ้น โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยและบัญชีธนาคารกรุงเทพ รวม 66,542,948 บาท รวมเงินที่โอนจากกระเป๋าเงินดิจิทัลเข้าบัญชี ธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งหมด 745,783,761 บาท จากยอดเงินที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ 797,408,454.33 บาท ทั้งนี้พนักงานสอบสวนกองปราบฯอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องข้างต้นในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ รวมทั้งนาย ณ. เป็นพนักงานระดับบริหารในบริษัทของนาย ป. และนายปัณฯ ที่มีความเกี่ยวพันกับนายปริญญาและนาย ป. รวมแล้วมีบุคคลที่ต้องถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกงทรัพย์เพิ่มอีก 6 คน

สำหรับที่มาของคดีนี้ เริ่มจากนายปริญญา พี่ชายของนักแสดงหนุ่ม มีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์รายหนึ่ง ก่อนได้รับข้อมูลมาว่านายเออาร์นี ออตตาวา ซาริมา อายุ 22 ปี ชาวฟินแลนด์ มีเงินบิตคอยน์อยู่จำนวนมาก ทำให้นายปริญญาเริ่มหาทางทำความรู้จักกับเด็กหนุ่มรายนี้ ก่อนจะ เดินทางไปสถานที่ต่างๆเพื่อขอพบพร้อมออกอุบายสร้างความน่าเชื่อ ด้วยความที่นายปริญญามีความช่ำชองทางธุรกิจ มีความรู้เกี่ยวกับตลาด หลักทรัพย์ทั่วโลก ทำให้เด็กหนุ่มชาวฟินแลนด์ที่เก่งเรื่องการขุดเงินดิจิทัล แต่ไม่เชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจ หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. ประสานงานไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่ออายัดบัญชีเงินฝากทุกธนาคารของ 3 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับรวมทั้งผู้ใกล้ชิดครอบครัว “จารวิจิต” ทั้งหมด เพื่อติดตามเงินคืนผู้เสียหาย กระทั่งเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ปปง.ได้แจ้งว่าอายัดบัญชีเงินฝากของผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องไว้แล้วทั้งหมด 51 บัญชี นอกจากพนักงานสอบสวนยังอายัดที่ดินใน กทม. เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดรวม 15 แปลงมูลค่าประมาณ 176 ล้านบาท นอกจากนี้ตรวจสอบพบนายปริญญา พี่ชายของนายจิรัชพิสิษฐ์ เดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. ส่วน น.ส.สุพิชฌาย์ พี่สาวยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย

ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นายรพี สุจริตกุลเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างประสานข้อมูลกับตำรวจกองปราบฯเพื่อเตรียมดำเนินการตามข้อกฎหมาย ที่ผ่านมาพบการหลอกลวง อ้างถึงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลหลายกรณี มีมูลค่าความเสียหายสูง จึงเป็นที่มาของ พ.ร.ก. การประกอบธุรกิจ สินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 เพื่อกำหนดกรอบการกำกับดูแลให้ผู้ออกโทเคนดิจิทัลและผู้ที่ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องเป็นผู้ที่ ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง หากประชาชนถูกชักชวนให้ลงทุนในไอซีโอหรือซื้อโทเคนดิจิทัลในช่วงนี้ ขอให้ทราบว่าในปัจจุบันยังไม่มีผู้ออกไอซีโอรายใดได้รับอนุญาต รวมทั้งยังไม่มีผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO portal) ที่ได้รับการยอมรับ จาก ก.ล.ต. หากในอนาคตเมื่อมีผู้ออกไอซีโอ หรือ ICO portal ที่เป็นไปตามเกณฑ์แล้ว ก.ล.ต.จะเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ที่ศาลอาญา เวลา 16.20 น. หลังพนักงานสอบสวนกองปราบฯคุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม นักแสดงหนุ่ม ฝากขังในคดีนี้เป็นผัดแรก ศาลพิเคราะห์ พฤติการณ์แห่งข้อหาและการกระทำ ตามคำร้องชั้นฝากขังแล้ว เห็นว่าผู้ต้องหาไม่มีส่วนร่วมเจรจากับผู้เสียหายให้มาลงทุน อีกทั้งยังจับกุมผู้ต้องหาในทางสาธารณะ โดยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตีราคาประกัน 2 ล้านบาท ตามที่ทนายฝ่ายผู้ต้องหาร้องขอ กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าก่อนหน้านี้เมื่อประมาณวันที่ 30 ม.ค. นายเออาร์นี ออตตาวา ซาริมา อายุ 22 ปี ชาวฟินแลนด์ ผู้เสียหายรายนี้ เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯให้ดำเนินคดีกับนายปริญญา จารวิจิต นายธนะสิทธิ์ จารวิจิต นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต นายชาคริส อาหมัด นายณัฐนนท์ เศรษฐวรวิชิต นายปัณณ์ฉัตร ชยุตธนา และนายประสิทธิ ศรีสุวรรณ ฐานสมคบกันหลอกลวงและร่วมกันวางแผนให้ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขาย สกุลเงินดิจิทัล ก่อนชุดสืบสวนจะรวบรวมหลักฐานกระทั่งสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้แล้วบางส่วน รวมทั้ง น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต ส่วนผู้มีรายชื่อที่ถูกผู้เสียหายรายนี้แจ้งความ ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับเป็นระลอกสอง