เริ่ดจ้าแม่! เจ๊ชมพู่ เผ็ชเข็ดฟัน

เริ่ดจ้าแม่! ได้ชื่อว่าเป็น "ตัวแม่" ในทุกสิ่ง ล้ำนำสมัยในทุกเรื่อง พลิกบทบาทลงจอในภาพยนตร์เรื่อง “ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟค” ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต สร้างปรากฏการณ์โรงสะเทือน ฉายในโรงภาพยนตร์อยู่ในตอนนี้ คอหนังดูแล้วออกมาลั่น! “ฮาจริง ขำจริง โดนใจทุกซีน” ขึ้นแท่นหนังเรียกยิ้มแห่งปีกันเลยจ้า

มันว้าว...ว ตั้งแต่มีข่าวว่า จีดีเอช คว้าตัวซุปตาร์ตัวแม่สุดฮอต ชมพู่-อารยา มาร่วมก๊วนฮา พลิกบทบาทลงจอภาพยนตร์ “ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะ เฟค” รวมแก๊งจากซีรีส์ “ไดอารีตุ๊ดซี่ส์” แก๊งเพื่อน 3 ตุ๊ด 1 ดี้ ทั้ง เพชร-เผ่าเพชร เจริญสุข ในบท ‘กัส’, ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม บท ‘กอล์ฟ’, เต๋อ-รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ รับบท ‘คิม’ และ พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ในบท ‘แนตตี้’ ร่วมด้วยผู้ชายอีก 2 คน เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ในบท ท็อป และ กรรณ-สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ในบท วิน มาพัวพันแล้ว แถมงานนี้ ชมพู่ คือ ผงชูรสตัวสีสันจัดจ้าน ชมพู่ จัดหนักเอาซะคุ้ม รับ 2 บทบาททั้งบท ‘เจ๊น้ำ’ แม่ค้าปากจัดผัดข้าว กับ ‘เคที่’ ซุปตาร์สาวสวยเลอค่าที่หน้าเหมือนกันเป๊ะ

ว้าว...ตั้งแต่ปล่อยทีเซอร์ เปิดตัว “เจ๊ชมพู่” ในคาแรกเตอร์ “เจ๊น้ำ” แล้วจ้า ด่าไฟแลบ ลุคแรง มันส์สะใจ ขนาดคุณสามี น็อต-วิศรุต ดูแล้วยังฮา สะใจในลุคแม่ค้าแซ่บ ขอสมัครเป็นแฟนคลับ เจ๊น้ำ จน ชมพู่ ยังเมนต์แซว “ชอบแบบนี้อ่อ” เห็นครั้งแรกทุกคนก็บอก...เซอร์ไพรส์มาก ชมพู่ ปล่อย ของแบบไม่มีกั๊ก ใส่เต็มทุกมุกทุกอินเนอร์แบบที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นซุปตาร์ตัวแม่เป็นได้!! เรียกว่ารับเล่นหนังทีไร บทบาทที่ “ชมพู่” ได้รับทำให้คนดูว้าวทุกที!!!! เริ่ดจ้าแม่ ชมพู่ เผยว่า

“พอมันเป็นหนัง มันก็จะข้ามขีดจำกัดของความเป็นละครทีวี หนังมีอิสระเสรีเปิดกว้างกว่า ทุกครั้งมันเลยมีอะไรเพี้ยนๆให้ทำถามว่าส่วนตัวชอบให้มันหลุดเพี้ยนแบบนี้มั้ย จริงๆมันก็คือโอกาสที่เข้ามา เป็นจังหวะ”

ใครจะรู้ว่า ชมพู่ มองตัวเองว่าเป็นคนตลก! แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเห็นมุมตลกรึเปล่า ทำให้พอมีหนังเรื่องนี้ติดต่อมาปุ๊บ คิดไม่นานก็รับเลยเพราะรู้สึกว่ามันสนุก อยากไปเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกนี้ พอเป็นคนตลกแล้วได้เห็นแก๊งนี้เหมือน เพื่อนเล่นอะไรกันแล้วมันสนุก ก็อยากเล่นด้วย ความเข้าขากับแก๊ง “แก๊งตุ๊ดซี่ส์” ก็ลื่นไหล เพราะชมพู่ติดตามซีรีส์อยู่แล้ว คิดว่าเราจูนเป็นคลื่นเดียวกันได้ ได้ ไตเติ้ล-กิตติภัค ทองอ่วม ผู้กำกับคนเก่ง ช่วยกันเกลา บททั้ง 2 ตัวละคร ชมพู่ เล่า “ตอนแรกชมพู่หนักใจเจ๊น้ำมากกว่าบทเคที่ เพราะคิดว่าเคที่ไม่น่าหนักใจ เพราะเป็นชีวิตดาราตัวแม่ไม่ไกลตัวแต่ไปๆมาๆก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ต้องหาความพอดีของเคที่ และเป็นคนละขั้วกับเจ๊น้ำ ก็ต้องทำให้แยกกันให้ขาด ทำยังไงให้คนเชื่อว่ามันมี 2 ตัวละครนี้อยู่จริงๆ”

ใครๆไปดูแล้วคิดว่า โอ้โหจับชมพู่มาเล่นขนาดนี้ได้หรา?! แต่เจ้าตัวไม่ห่วงภาพลักษณ์ใดๆ แถมยังบอกไว้ว่า “ถ้าลงมาแล้วเราก็ทำได้เพื่ออรรถรสความบันเทิง มันก็ต้องเอาให้สุด!!! มันก็มีความยากความท้าทายในนั้น ที่ไม่ใช่ความกังวลเรื่องภาพลักษณ์แต่มันคือความกังวลที่ว่าทำยังไงให้มันเล่นถึง!! ชมว่านี่มันปี 2020 แล้ว คนเค้ารับรู้ตัวตนนักแสดงจากสื่ออื่นๆเยอะแยะ วันนี้เค้าเห็นเราเป็นเจ๊น้ำ อีกวันเค้าก็เห็นเราไปทำอีกอย่างแล้ว ชมว่าคนดูเปิดกว้างแล้ว” งานนี้ ชมพู่ แอบกระซิบ สามี “น็อต-วิศรุต” คอยเอาใจช่วย ตื่นเต้นไปด้วยกับหนัง เราทำอะไรก็อยากเห็นความสำเร็จไปด้วย เห่อไปด้วย อู๊ยหวานจังเลยพ่อจ๋าแม่จ๋า...

ขึ้นชื่อว่า “ตัวแม่” จะหยิบจะแตะหรือมีผลงานอะไร ชมพู่ก็มาพร้อมความจับตา ความคาดหวังรายได้ร้อยล้านอัป แต่ ชมพู่ ไม่ได้กดดัน แต่ถามว่า “คาดหวังมั้ย” มันก็เป็นความชื่นใจ ถ้ามันประสบความสำเร็จทีมงานทุกคนก็ชื่นใจ ไม่ได้คิดว่าเป็นเราจับอะไรแล้วมันต้องได้ทุกอย่าง ชมว่ากราฟชีวิตคนเราคงไม่มีใครทะยานขึ้นอย่างเดียว มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่แน่นอนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของคนที่ลงแรงลงใจ ก็อยากได้เป็นกำลังใจให้ชื่นหัวใจ”

“ตัวแม่” มันเป็นทั้งในโลกมายาและโลกความเป็นจริง แม่ชมพู่ คือ คุณแม่ซุป’ตาร์ ของลูกชายแฝดสุดหล่อ “สายฟ้า-พายุ” ย้อนไปตอนกำลังจะมีลูกชายแฝด “สายฟ้า-พายุ” คนมองว่า ชมพู่มีลูกแล้วความเป็นตัวแม่จะยังเหมือนเดิมมั้ย?! และ ชมพู่ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่ว่าจะบริบทไหนเธอก็เป็น “ตัวแม่เสมอ” แถมเลเวลเพิ่มขึ้น เป็น แม่ที่ปังมาก!! ชมพู่ เผยว่า “ก็ไม่ได้คิดหรือวางแผน งานตรงนี้ไม่ใช่งานที่เรานึกอยากทำแล้วมันจะมีให้เราเลย เป็นเรื่องของจังหวะและโอกาสที่เข้ามา ชีวิตทุกวันนี้ชมก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องบาลานซ์ชีวิตให้ดีที่สุด มันก็เป็นความท้าทายอีกแบบนึง พอชีวิตมันเปลี่ยน บริบทมันเปลี่ยน ลำดับความสำคัญมันเปลี่ยน ซึ่งตอนนี้ลูกก็มาอันดับหนึ่ง ครอบครัว งาน ธุรกิจ สุขภาพตัวเอง”

ถามว่าในการเป็น “แม่” ลูกชายทั้งสองสอนอะไรเราบ้าง? “ลูกสอนว่าเราคาดหวังอะไรไม่ได้ ก่อนที่ชมจะคลอดเค้าชมก็มีความเนิร์ดประมาณหนึ่ง ข้อมูลเยอะ เตรียมตัวเยอะ แต่พอเค้ามาจริงๆ บางทีเราต้องโยนตำราทิ้ง เราก็ต้องรับเค้าอย่างที่เป็น และทำให้เรารู้จักปล่อยวาง เปลี่ยนมุมมอง ชมว่าเป็นพ่อแม่ต้องอย่าคร่ำครึ คิดว่าทุกอย่างจะต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ลองดูเค้า ดูบริบทรอบตัวเค้า ดูโลกของเค้า และไหลตามมันไป”

หนักมั้ยกับความเป็น “แม่” ที่ยังเป็น “ตัวแม่” จริงๆ? “ถามว่ามันเหนื่อยมั้ยมันก็เหนื่อยแต่ชมไม่มีอะไรจะบ่น ใช่มันเหนื่อยแต่เราทุกคนก็ต้องเหนื่อย นี่คือชีวิต มันก็ไม่ควรจะง่ายดายอะไรอยู่แล้ว เราโชคดีขนาดไหนกับสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็นตอนนี้ แล้วจะให้บ่นอะไร แต่ถ้าจะให้เล่าว่าเราต้องผ่านอะไรมาบ้าง เราเล่าได้ แชร์ได้แต่ถ้าจะให้ชั้นบ่นว่าลำบากเหลือเกิน ชมคงไม่มีแอตติจูดนั้น เพราะเราก็รู้สึกว่าเราโชคดีมากแล้ว สำหรับชมพู่แล้ว ทัศนคติที่ดีมันนำชีวิตเราอย่างแท้จริง

นี่แหละมั้งที่เขาว่า “แม่” ก็คือ “แม่” วันยังค่ำ.